คำนวณกำไรที่รั่วต่อสินค้า เมื่อต้นทุนขึ้นแต่ราคาขายเท่าเดิม
ต้นทุนซื้อล่าสุดเทียบราคาขายปัจจุบัน ห่างจากมาร์จิ้นเป้าเท่าไร และคิดเป็นเงินที่หายต่อเดือนเท่าไรสำหรับสินค้าตัวนั้น
คำตอบสั้น ๆ
กำไรที่รั่วต่อสินค้าคำนวณจากมาร์จิ้นเป้าหมาย ลบมาร์จิ้นปัจจุบันจริงซึ่งคือราคาขายลบต้นทุนซื้อล่าสุดหารด้วยราคาขาย แล้วคูณยอดขายต่อเดือนของสินค้านั้น ต้องใช้ต้นทุนซื้อล่าสุดจากใบรับของ ไม่ใช่ต้นทุนเฉลี่ยที่ถ่วงด้วยของเก่าในสต๊อก เพราะสินค้าชิ้นถัดไปจะมาในราคาล่าสุด ตัวเลขนี้แปลงส่วนต่างเปอร์เซ็นต์เล็ก ๆ เป็นบาทต่อเดือน และใช้จัดอันดับว่าควรปรับราคาสินค้าตัวไหนก่อน
กำไรที่รั่วต่อเดือนจากสินค้านี้
4,200 บาท
สินค้าตัวนี้รั่วราว 4,200 บาทต่อเดือนเมื่อเทียบกับเป้า — ถ้าตัวเลขติดลบแปลว่ามาร์จิ้นยังสูงกว่าเป้า จัดอันดับทุกสินค้าด้วยตัวเลขนี้ แล้วปรับราคาเฉพาะสิบอันดับแรก ไม่ใช่ทั้งร้าน
ตัวอย่างที่ใส่ไว้ให้
ตัวอย่าง: หมวดที่ตั้งเป้ามาร์จิ้น 22% สินค้าขาย 120 บาท ต้นทุนล่าสุดขึ้นมาเป็น 102 บาท ขายเดือนละ 60,000 บาท
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมต้องใช้ต้นทุนซื้อล่าสุด ไม่ใช่ต้นทุนเฉลี่ยในระบบบัญชี
ต้นทุนเฉลี่ยถูกต้องสำหรับงบการเงิน แต่ผิดสำหรับการตั้งราคา เพราะมันถูกถ่วงด้วยของเก่าในสต๊อกที่ซื้อมาถูกกว่า และจะซ่อนการขึ้นราคาของซัพพลายเออร์ไว้อีกหลายเดือน ราคาที่ต้องเทียบคือราคาที่สินค้าชิ้นถัดไปจะเข้ามา ซึ่งคือใบสั่งซื้อหรือใบรับของล่าสุด
ควรตั้งเกณฑ์ปรับราคาที่เท่าไร
ให้สินค้าขึ้นรายงานเมื่อมาร์จิ้นต่ำกว่าเป้าเกินสองจุดเปอร์เซ็นต์ และปรับราคาเมื่อต่ำกว่าเกินห้าจุด หรือต่ำกว่าสองจุดติดต่อกันสามเดือน เกณฑ์สองชั้นนี้กรองความผันผวนระยะสั้นของต้นทุนออก และจับแนวโน้มจริงที่ทำให้กำไรทั้งปีหาย
