Lead Time คืออะไร
Lead Time (ระยะเวลานำ)
คำตอบสั้น ๆ
Lead Time (ระยะเวลานำ) คือเวลาตั้งแต่สั่งของจนของมาถึงพร้อมใช้งาน นับรวมเวลาที่ซัพพลายเออร์เตรียมของ เวลาขนส่ง และเวลาตรวจรับ ค่านี้เป็นตัวแปรหลักของจุดสั่งซื้อใหม่และสต๊อกสำรอง สิ่งที่ต้องดูควบคู่กับค่าเฉลี่ยคือความผันผวน เพราะการวางแผนต้องเผื่อกรณีที่ช้าที่สุด ไม่ใช่กรณีปกติ
ทำไมLead Timeจึงสำคัญกับธุรกิจไทย
ซัพพลายเออร์สองรายที่ระบุระยะเวลานำเท่ากันอาจสร้างต้นทุนต่างกันมาก รายที่ส่งตรงเวลาทุกครั้งทำให้เก็บสต๊อกสำรองน้อยลงได้ ส่วนรายที่บางครั้งช้ากว่ากำหนดสองสัปดาห์บังคับให้เก็บเผื่อไว้ตลอดทั้งปี ความน่าเชื่อถือของการส่งจึงเป็นเงื่อนไขที่มีมูลค่าเป็นเงินจริง ไม่ใช่เพียงความสะดวก
ข้อเท็จจริงที่ควรรู้
- ระยะเวลานำนับตั้งแต่สั่งจนของพร้อมใช้ รวมเวลาตรวจรับด้วย
- ความผันผวนของระยะเวลานำเป็นตัวกำหนดสต๊อกสำรองมากกว่าค่าเฉลี่ย
- ซัพพลายเออร์ที่ส่งตรงเวลาสม่ำเสมอช่วยลดเงินที่ต้องจมกับสต๊อก
- การบันทึกวันสั่งและวันรับจริงทุกครั้ง คือข้อมูลตั้งต้นของการวางแผนที่แม่นขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
จะลดระยะเวลานำได้อย่างไร
วิธีที่ได้ผลเร็วที่สุดมักไม่ใช่การเร่งซัพพลายเออร์ แต่คือการลดเวลาภายในของตัวเอง ได้แก่ เวลาที่ใบขอซื้อรออนุมัติ และเวลาที่ของมาถึงแล้วรอตรวจรับก่อนนำเข้าสต๊อก สองช่วงนี้อยู่ในการควบคุมทั้งหมดและมักกินเวลารวมกันหลายวันโดยไม่มีใครนับ
ควรวัดระยะเวลานำอย่างไรให้ใช้งานได้จริง
บันทึกวันที่สั่งและวันที่ของพร้อมใช้จริงทุกครั้ง แล้วดูทั้งค่าเฉลี่ยและค่าที่ช้าที่สุดของแต่ละซัพพลายเออร์ในรอบหนึ่งปี ใช้ค่าเฉลี่ยในการคำนวณจุดสั่งซื้อ และใช้ส่วนต่างระหว่างค่าเฉลี่ยกับค่าที่ช้าที่สุดในการกำหนดสต๊อกสำรอง วิธีนี้ทำให้ตัวเลขสองตัวมาจากข้อมูลจริงแทนการประมาณ
บริการที่เกี่ยวข้อง
ระบบค้าส่งและขายเครดิต B2B
คำที่เกี่ยวข้อง
- OEE (ประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักร)
- ตัวชี้วัดที่รวมความพร้อมใช้ ความเร็ว และคุณภาพของเครื่องจักรไว้ในตัวเดียว บอกว่าเครื่องผลิตได้เต็มศักยภาพแค่ไหน
- MRP (การวางแผนความต้องการวัสดุ)
- ระบบคำนวณว่าต้องสั่งวัตถุดิบชนิดใด จำนวนเท่าไร และเมื่อไร เพื่อให้ผลิตได้ทันโดยไม่สต๊อกเกินจำเป็น
- Safety Stock (สต๊อกสำรอง)
- ปริมาณสินค้าสำรองที่เก็บไว้กันของขาดเมื่อความต้องการพุ่งหรือของส่งล่าช้า ช่วยให้ขายและผลิตได้ต่อเนื่อง
- Reorder Point (จุดสั่งซื้อใหม่)
- ระดับสต๊อกที่เมื่อลดลงถึงจุดนี้ต้องสั่งของเพิ่มทันที เพื่อให้ของมาถึงก่อนที่จะหมด
- Inventory Turnover (อัตราหมุนเวียนสินค้าคงคลัง)
- ตัวเลขบอกว่าสินค้าในสต๊อกขายและเติมใหม่กี่รอบต่อปี ยิ่งสูงยิ่งแสดงว่าขายดีและเงินไม่จมในสต๊อก
- BOM (รายการวัตถุดิบ)
- รายการส่วนประกอบและปริมาณที่ใช้ผลิตสินค้าหนึ่งชิ้น เปรียบเหมือนสูตรการผลิตที่ใช้คำนวณต้นทุนและสั่งของ
อ่านต่อเรื่อง Lead Time

รับปากลูกค้าว่าส่งวันไหน แล้วเลื่อนเกือบทุกครั้ง — วิธีให้วันที่ที่รักษาได้
การบอกวันส่งจากความรู้สึกว่าปกติใช้เวลาเท่าไร คือสาเหตุที่ทำให้เลื่อนซ้ำ บทความนี้อธิบายวิธีคำนวณของที่พร้อมขายจริงและวิธีประกอบวันส่งจากเวลาแต่ละช่วง แทนการเดา

Cross-docking: ส่งของผ่านคลังโดยแทบไม่ต้องเก็บ ลดต้นทุนและเวลาในคลัง
การเก็บสินค้าในคลังคือต้นทุน ทั้งพื้นที่ เวลา และเงินที่จมอยู่กับของ Cross-docking คือการรับของเข้าแล้วส่งต่อออกทันทีโดยแทบไม่เก็บ เหมาะกับสินค้าที่หมุนเร็วและรู้ปลายทางล่วงหน้า ช่วยลดต้นทุนคลังได้มากถ้าจังหวะข้อมูลแม่นพอ

Safety Stock และ Reorder Point: สต๊อกเผื่อและจุดสั่งซื้อ ที่กันของขาดโดยไม่จมเงินเกิน
ของขาดทำให้เสียการขายและเสียลูกค้า แต่สต๊อกเยอะเกินก็จมเงินและเสี่ยงของค้าง Safety stock คือสต๊อกเผื่อกันของขาดตอนที่ขายดีหรือของมาช้า ส่วน reorder point คือจุดที่ระบบเตือนให้สั่งซื้อพอดี สองตัวนี้ช่วยหาสมดุลด้วยตัวเลข ไม่ใช่การเดา

จัดการสต็อกสินค้ายังไงไม่ให้ของขาดหรือของล้นคลัง
จัดการสต็อกให้พอดี ด้วย safety stock จุดสั่งซื้อ การนับสต็อก และ ABC analysis เพื่อไม่ให้ของขาดหรือเงินจมในคลัง
