ยื่นประมูลสิบงาน ได้หนึ่งงาน — ต้นทุนของการยื่นที่ไม่มีใครนับ

การยื่นทุกงานที่เปิดให้ยื่นไม่ใช่กลยุทธ์ เพราะการเตรียมเอกสารหนึ่งชุดมีต้นทุนจริงเป็นวันทำงาน บทความนี้ให้สูตรมูลค่าคาดหวังของการยื่น และเกณฑ์คัดกรองที่ทำให้อัตราชนะสูงขึ้นโดยยื่นน้อยลง
ธุรกิจรับเหมาและธุรกิจที่ขายให้องค์กรใหญ่จำนวนมากทำงานแบบเดียวกัน คือเห็นประกาศเชิญยื่นข้อเสนอแล้วยื่นไว้ก่อน ด้วยเหตุผลว่าไม่ยื่นก็ไม่มีโอกาส ผลคือทีมใช้เวลาสองถึงสามวันต่อชุดเอกสารในการรวบรวมหลักฐาน คำนวณราคา และจัดรูปแบบให้ถูกตามที่กำหนด ยื่นไปสิบงานได้หนึ่งงาน และไม่มีใครเคยรวมว่าเก้างานที่ไม่ได้นั้นใช้ต้นทุนไปเท่าไร
คำนวณว่าควรยื่นหรือไม่
ประโยชน์ของสูตรนี้ไม่ได้อยู่ที่ความแม่นยำ แต่อยู่ที่การบังคับให้ประเมินโอกาสชนะเป็นตัวเลขก่อนตัดสินใจ เมื่อทีมต้องระบุว่าโอกาสชนะกี่เปอร์เซ็นต์และอ้างอิงจากงานลักษณะไหนที่เคยชนะมา บทสนทนาจะเปลี่ยนจากยื่นไว้ก่อนเป็นยื่นเพราะอะไร
ใบเสนอราคาทุกใบมีสถานะ — ไม่มีใบไหนถูกลืมจนลูกค้าไปเจ้าอื่น
เกณฑ์คัดกรองก่อนเริ่มเตรียมเอกสาร
การคัดกรองควรเกิดก่อนที่ทีมจะเริ่มลงแรง ไม่ใช่หลังจากเตรียมไปครึ่งทางแล้ว คำถามห้าข้อนี้ตอบได้ภายในสามสิบนาทีและตัดงานที่ไม่ควรยื่นออกไปได้มาก
- เคยชนะงานลักษณะนี้มาก่อนหรือไม่ ถ้ายังไม่เคย โอกาสชนะจริงมักต่ำกว่าที่ประเมินไว้มาก และควรตั้งเป้าเป็นการสร้างประวัติด้วยงานเล็กกว่าก่อน
- มีคุณสมบัติครบตามที่กำหนดจริงหรือไม่ คุณสมบัติที่ขาดเพียงข้อเดียว เช่น ผลงานย้อนหลังหรือใบรับรองที่ต้องมี มักทำให้ตกรอบตั้งแต่ขั้นตรวจเอกสาร ไม่ว่าราคาจะดีแค่ไหน
- มีผู้ให้บริการรายเดิมที่ทำงานให้เจ้าของงานนี้มานานหรือไม่ ถ้ามีและไม่มีสัญญาณว่าเขาไม่พอใจ โอกาสชนะจะต่ำกว่าปกติอย่างมีนัยสำคัญ
- รู้จักผู้ตัดสินใจหรือเคยคุยก่อนประกาศหรือไม่ งานที่ได้คุยกับผู้ว่าจ้างก่อนมีโอกาสชนะสูงกว่างานที่เห็นประกาศแล้วยื่นอย่างเดียวอย่างชัดเจน
- ถ้าชนะแล้วมีกำลังทำจริงหรือไม่ การชนะงานที่ทำไม่ทันเสียหายมากกว่าการไม่ได้งาน เพราะกระทบทั้งงานที่มีอยู่และชื่อเสียงในการยื่นครั้งถัดไป
ทำให้การยื่นถูกลงด้วยชุดเอกสารมาตรฐาน
เมื่อไล่ดูว่าเวลาสองถึงสามวันต่อชุดหมดไปกับอะไร คำตอบมักไม่ใช่การคิดราคา แต่เป็นการตามหาเอกสารเดิมที่เคยใช้ไปแล้ว ทั้งหนังสือรับรอง งบการเงิน ประวัติผลงาน ประวัติทีม และรูปงานที่เคยทำ ซึ่งกระจายอยู่ในเครื่องของหลายคน
- เก็บชุดเอกสารบริษัทไว้ที่เดียวและระบุวันหมดอายุของแต่ละฉบับ เพื่อไม่ให้พบตอนใกล้ปิดรับว่าเอกสารบางฉบับหมดอายุไปแล้ว
- ทำประวัติผลงานเป็นรูปแบบมาตรฐานต่อหนึ่งงาน ระบุขอบเขต มูลค่า ระยะเวลา และผลลัพธ์ที่วัดได้ แล้วเพิ่มทุกครั้งที่ปิดงาน ไม่ใช่ไปรวบรวมตอนต้องยื่น
- เก็บรูปหน้างานและเอกสารส่งมอบอย่างเป็นระบบตั้งแต่ระหว่างทำงาน เพราะหลักฐานที่ดีที่สุดมักถ่ายไว้แล้วแต่หาไม่เจอเมื่อต้องใช้
- บันทึกทุกครั้งว่ายื่นงานอะไร ราคาเท่าไร ผลเป็นอย่างไร และถ้าแพ้ ใครได้ไปในราคาเท่าไรถ้าทราบ ข้อมูลชุดนี้คือสิ่งเดียวที่ทำให้ประเมินโอกาสชนะครั้งถัดไปได้จริง
คำถามที่พบบ่อย
ควรยื่นประมูลทุกงานที่มีคุณสมบัติผ่านหรือไม่
ไม่ควร เพราะการยื่นหนึ่งชุดมีต้นทุนจริงเป็นวันทำงานของคนที่มีค่าตัวสูงที่สุดในทีม วิธีตัดสินใจคือคำนวณมูลค่าคาดหวัง โดยเอาโอกาสชนะที่ประเมินจากประวัติจริงคูณกำไรส่วนเกินของงาน แล้วลบต้นทุนการเตรียมเอกสาร ถ้าผลลัพธ์ติดลบหรือบางมาก ควรใช้เวลานั้นกับงานที่มีอยู่หรือกับข้อเสนออีกชุดที่โอกาสชนะสูงกว่า ประสบการณ์ที่พบบ่อยคือการยื่นน้อยลงแต่ทำให้ดีขึ้นให้ผลรวมที่ดีกว่า
จะประเมินโอกาสชนะอย่างไรให้ใกล้เคียงความจริง
ใช้ประวัติการยื่นของตัวเองเป็นฐาน โดยแยกอัตราชนะตามประเภทงาน ขนาดงาน และผู้ว่าจ้าง แทนการใช้ตัวเลขรวม เพราะตัวเลขรวมมักปิดบังว่ามีบางกลุ่มที่ชนะบ่อยมากและบางกลุ่มที่ไม่เคยชนะเลย จากนั้นปรับตามปัจจัยเฉพาะงาน เช่น มีผู้ให้บริการรายเดิมอยู่หรือไม่ และเคยได้คุยกับผู้ว่าจ้างก่อนประกาศหรือไม่ สองปัจจัยนี้เปลี่ยนโอกาสชนะได้มากกว่าราคาที่เสนอในหลายกรณี
ทำไมการเตรียมเอกสารถึงใช้เวลานาน
เพราะเวลาส่วนใหญ่ไม่ได้หมดไปกับการคิดราคา แต่หมดไปกับการตามหาเอกสารเดิมที่เคยใช้แล้ว ทั้งหนังสือรับรอง งบการเงิน ประวัติผลงาน ประวัติทีม และรูปงานที่เคยทำ ซึ่งมักกระจายอยู่ในเครื่องของหลายคนและบางฉบับหมดอายุไปแล้ว ทางแก้คือเก็บชุดเอกสารมาตรฐานไว้ที่เดียวพร้อมวันหมดอายุ และเขียนประวัติผลงานทุกครั้งที่ปิดงานแทนการรวบรวมตอนต้องยื่น
แพ้ประมูลแล้วควรทำอะไรต่อ
บันทึกผลไว้ทุกครั้งพร้อมรายละเอียดที่ทราบ ได้แก่ ราคาที่เราเสนอ ผู้ที่ได้งาน และราคาที่เขาได้ไปถ้าเปิดเผย ข้อมูลชุดนี้คือสิ่งเดียวที่ทำให้ประเมินโอกาสชนะครั้งถัดไปได้ใกล้ความจริง นอกจากนี้ควรถามผู้ว่าจ้างสั้น ๆ ว่าข้อเสนอของเราขาดอะไร คำถามที่ได้คำตอบดีที่สุดคือถ้ายื่นอีกครั้งควรปรับอะไรหนึ่งอย่าง เพราะเปลี่ยนบทสนทนาจากการทวงคำอธิบายเป็นการขอคำแนะนำ
อัตราชนะที่ต่ำไม่ได้แปลว่าข้อเสนอไม่ดีเสมอไป บ่อยครั้งแปลว่ากำลังยื่นในสนามที่ไม่ใช่ของตัวเอง การเลือกสนามให้แคบลงและเตรียมให้ลึกขึ้น เป็นวิธีที่ทำให้อัตราชนะขยับได้เร็วกว่าการปรับราคาลงอีกสองเปอร์เซ็นต์
บริการที่เกี่ยวข้อง
ระบบสำหรับธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
BOQ งวดงาน ต้นทุนโครงการ และ VO ที่ไม่หลุดเรียกเก็บ
WhaleScope
ดูโครงสร้างตลาดของทุกหมวดธุรกิจไทย บน WhaleScope
รายชื่อบริษัท ผู้เล่นรายใหญ่ และอัตราคงอยู่ของแต่ละหมวด — จากข้อมูลจดทะเบียน 2 ล้านนิติบุคคล
อ่านต่อ

ลูกค้ารายนี้ซื้อเยอะที่สุด แต่ทำกำไรให้น้อยที่สุด
กำไรต่อลูกค้าไม่ได้ขึ้นกับยอดซื้ออย่างเดียว แต่ขึ้นกับต้นทุนในการดูแลเขาด้วย บทความนี้อธิบายวิธีคำนวณต้นทุนการให้บริการต่อลูกค้า และสิ่งที่ควรทำกับลูกค้าที่ทำกำไรติดลบ

ลูกค้าเงียบหลังได้ใบเสนอราคา แล้วเราก็สรุปเองว่าแพงไป
เหตุผลที่ทีมขายบันทึกว่าแพ้ราคามักไม่ใช่เหตุผลจริง บทความนี้แยกสี่สาเหตุที่ทำให้แพ้งาน วิธีถามลูกค้าที่ได้คำตอบตรง และตัวเลขที่บอกได้ว่าปัญหาอยู่ที่ราคาหรือที่อย่างอื่น

ลูกค้ารายเดียวคิดเป็นครึ่งหนึ่งของยอดขาย — ความเสี่ยงที่ดูเหมือนความสำเร็จ
ลูกค้ารายใหญ่ทำให้ยอดขายสวยและกระแสเงินสดง่ายขึ้น จนกระทั่งวันที่เขาเปลี่ยนเงื่อนไขหรือเปลี่ยนซัพพลายเออร์ บทความนี้อธิบายวิธีวัดระดับการกระจุกตัว คำนวณผลกระทบจริง และลดความเสี่ยงโดยไม่ต้องทิ้งลูกค้ารายนั้น

ยืนราคาไว้ 30 วัน แล้วต้นทุนขึ้นก่อนลูกค้าตอบ — วิธีตั้งเงื่อนไขราคาที่ไม่เสียลูกค้า
ใบเสนอราคาที่ยืนราคานานเกินไปทำให้กำไรหายโดยที่ยอดขายยังดูดี บทความนี้อธิบายวิธีเลือกอายุใบเสนอราคาตามความผันผวนของต้นทุน และวิธีเขียนเงื่อนไขปรับราคาที่ลูกค้ายอมรับได้
