ลูกค้าเงียบหลังได้ใบเสนอราคา แล้วเราก็สรุปเองว่าแพงไป

เหตุผลที่ทีมขายบันทึกว่าแพ้ราคามักไม่ใช่เหตุผลจริง บทความนี้แยกสี่สาเหตุที่ทำให้แพ้งาน วิธีถามลูกค้าที่ได้คำตอบตรง และตัวเลขที่บอกได้ว่าปัญหาอยู่ที่ราคาหรือที่อย่างอื่น
หลังส่งใบเสนอราคาไปแล้วลูกค้าเงียบ ทีมขายมักบันทึกในระบบว่าแพ้ราคา แล้วเรื่องก็จบตรงนั้น สามเดือนต่อมาผู้บริหารเปิดรายงานแล้วเห็นว่างานที่แพ้เกือบทั้งหมดมีเหตุผลเดียวกัน จึงสรุปว่าต้องลดราคา ทั้งที่ในความเป็นจริง คำว่าแพ้ราคาส่วนใหญ่คือคำตอบที่สุภาพที่สุดที่ลูกค้าจะให้ได้ และเป็นคำตอบที่พนักงานขายเดาแทนลูกค้าเองด้วยซ้ำ
ทำไมแพ้ราคาถึงเป็นเหตุผลที่พบมากที่สุดเสมอ
มีสามแรงที่ผลักให้เหตุผลนี้ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งเสมอ แรงแรกคือมันเป็นคำตอบที่ลูกค้าให้ได้โดยไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มและไม่ทำให้ใครเสียหน้า แรงที่สองคือมันเป็นเหตุผลเดียวที่ไม่ใช่ความผิดของพนักงานขาย จึงเป็นตัวเลือกที่บันทึกได้อย่างสบายใจ แรงที่สามคือมันเป็นตัวเลือกแรกในรายการดรอปดาวน์ของระบบส่วนใหญ่
วิธีตรวจว่าเป็นเรื่องราคาจริงหรือไม่ทำได้ไม่ยาก ถ้าแพ้เพราะราคาจริง ส่วนต่างของราคาควรอยู่ในระดับที่อธิบายการตัดสินใจได้ คือประมาณสิบเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป และคุณควรรู้ว่าคู่แข่งเสนอเท่าไร ถ้าไม่รู้ตัวเลขของคู่แข่งเลย แปลว่ายังไม่มีหลักฐานว่าเป็นเรื่องราคา มีเพียงข้อสันนิษฐาน
ใบเสนอราคาทุกใบมีสถานะ — ไม่มีใบไหนถูกลืมจนลูกค้าไปเจ้าอื่น
สี่สาเหตุที่ทำให้แพ้ และสิ่งที่ต้องแก้ต่างกันสิ้นเชิง
- ราคาที่ไม่มีเหตุผลรองรับ ลูกค้าเห็นราคาสูงกว่าแต่ไม่เห็นว่าได้อะไรเพิ่ม ปัญหานี้ไม่ได้แก้ด้วยการลดราคา แต่แก้ด้วยการทำให้สิ่งที่ต่างมองเห็นได้ก่อนที่ลูกค้าจะเทียบตัวเลข
- ความเชื่อมั่นไม่พอ ลูกค้ากลัวว่างานจะไม่เสร็จตามที่ตกลง สาเหตุนี้แก้ด้วยหลักฐาน เช่น งานที่เคยทำในลักษณะเดียวกัน ชื่อลูกค้าที่ยินดีให้สอบถาม และแผนงานที่ระบุขั้นตอนชัดเจน
- ข้อเสนอไม่ตรงกับการตัดสินใจ ลูกค้ากำลังตัดสินใจเรื่องหนึ่งแต่ข้อเสนอตอบอีกเรื่องหนึ่ง เช่น เขาต้องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้จบใน 30 วัน แต่ข้อเสนอเป็นโครงการหกเดือน
- จังหวะเวลาไม่พร้อม งบยังไม่อนุมัติ ผู้ตัดสินใจกำลังเปลี่ยน หรือมีเรื่องเร่งด่วนกว่าอยู่ กลุ่มนี้ไม่ควรถูกบันทึกว่าแพ้ แต่ควรถูกตั้งเวลากลับไปหาใหม่พร้อมเหตุผลที่ชัดเจน
สามคำถามที่ได้คำตอบตรงจากลูกค้า
การถามลูกค้าที่เพิ่งปฏิเสธเราให้ได้คำตอบจริงนั้นทำได้ ถ้าถามให้ถูกจังหวะและถูกวิธี จังหวะที่ดีที่สุดคือภายในหนึ่งสัปดาห์หลังลูกค้าตัดสินใจ และควรถามโดยคนที่ไม่ใช่พนักงานขายที่เสนองาน เพราะลูกค้าจะพูดตรงกว่ามากเมื่อไม่ต้องเกรงใจคนตรงหน้า
- ถามว่าเขาเลือกใครแทน คำถามนี้ตอบง่ายที่สุดและให้ข้อมูลมากที่สุด เพราะบอกทั้งว่าคู่แข่งจริงคือใคร และมาตรฐานที่ลูกค้าใช้เทียบคืออะไร
- ถามว่าถ้าย้อนกลับไปได้ อยากให้เราทำอะไรต่างไปหนึ่งอย่าง คำถามนี้เปลี่ยนบทสนทนาจากการตัดสินเป็นการให้คำแนะนำ ซึ่งคนส่วนใหญ่เต็มใจให้
- ถามว่าเรื่องนี้จะกลับมาพิจารณาอีกเมื่อไร คำถามนี้แยกงานที่แพ้จริงออกจากงานที่แค่ยังไม่ถึงเวลา และเป็นคำถามที่สร้างยอดขายในไตรมาสถัดไปได้มากที่สุด
อัตราการปิดที่ดูรวม ๆ ปิดบังทุกอย่าง
เมื่อแยกแล้ว รูปแบบที่พบบ่อยคือบริษัทเก่งมากในงานขนาดที่เคยทำจนชำนาญ และอ่อนลงอย่างชัดเจนเมื่อขนาดงานใหญ่ขึ้นหนึ่งระดับ ซึ่งไม่ใช่ปัญหาราคาเลย แต่เป็นปัญหาความเชื่อมั่น เพราะลูกค้าที่ให้งานใหญ่ต้องการหลักฐานมากกว่าที่ลูกค้ารายเล็กต้องการ
คำถามที่พบบ่อย
Win loss analysis คืออะไร และ SME ทำได้จริงไหม
Win loss analysis คือการเก็บและวิเคราะห์เหตุผลที่ชนะและแพ้งานอย่างเป็นระบบ เพื่อหาว่ารูปแบบใดเกิดซ้ำ ธุรกิจ SME ทำได้โดยไม่ต้องมีเครื่องมือพิเศษ เพียงบันทึกสามอย่างต่องานที่ปิดไม่ได้ คือลูกค้าเลือกใครแทน สิ่งที่เขาอยากให้ทำต่างไปหนึ่งอย่าง และเมื่อไรที่เรื่องนี้จะกลับมาพิจารณาอีก การเก็บครบยี่สิบถึงสามสิบงานก็เพียงพอที่จะเห็นรูปแบบชัดเจนแล้ว
ลูกค้าจะยอมบอกเหตุผลจริงหรือ
ยอมมากกว่าที่คิด ถ้าถามภายในหนึ่งสัปดาห์หลังเขาตัดสินใจ ถามโดยคนที่ไม่ใช่พนักงานขายที่เสนองาน และถามในรูปแบบขอคำแนะนำแทนการขอคำอธิบาย คำถามที่ได้ผลดีที่สุดคือถ้าย้อนกลับไปได้ อยากให้เราทำอะไรต่างไปหนึ่งอย่าง เพราะเปลี่ยนบทสนทนาจากการตัดสินเป็นการช่วยเหลือ ซึ่งคนส่วนใหญ่เต็มใจทำ
ควรลดราคาเมื่อแพ้งานติดต่อกันหลายงานหรือไม่
ไม่ควรตัดสินใจก่อนแยกสาเหตุ ให้ตรวจสองอย่างก่อน อย่างแรกคือรู้หรือไม่ว่าคู่แข่งเสนอราคาเท่าไร ถ้าไม่รู้ ก็ยังไม่มีหลักฐานว่าเป็นเรื่องราคา อย่างที่สองคือส่วนต่างราคาอยู่ที่ประมาณสิบเปอร์เซ็นต์ขึ้นไปหรือไม่ เพราะส่วนต่างที่เล็กกว่านั้นมักไม่ใช่ตัวตัดสินจริง การลดราคาโดยที่สาเหตุจริงคือความเชื่อมั่นหรือข้อเสนอไม่ตรง จะทำให้เสียมาร์จินโดยไม่ได้อัตราการปิดที่ดีขึ้น
ควรบันทึกเหตุผลที่แพ้ไว้ที่ไหน
บันทึกไว้กับใบเสนอราคาหรือรายการโอกาสขายนั้นโดยตรง ไม่ใช่ในบันทึกการประชุมแยกต่างหาก เพราะเหตุผลจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อรวมกลุ่มดูได้ตามกลุ่มลูกค้า ขนาดงาน และช่วงเวลา สิ่งที่ควรบันทึกอย่างน้อยคือคู่แข่งที่ลูกค้าเลือก สาเหตุตามสี่ประเภท และวันที่ควรกลับไปติดต่ออีกครั้ง ถ้าใช้ไฟล์อยู่ให้เพิ่มสามคอลัมน์นี้ในตารางที่มีอยู่แล้วก็เพียงพอ
บริษัทที่รู้ว่าตัวเองแพ้เพราะอะไรจริง ๆ มีข้อได้เปรียบที่ไม่ต้องใช้เงินซื้อ เพราะทุกงานที่ปิดไม่ได้จะกลายเป็นข้อมูลที่ทำให้งานถัดไปมีโอกาสมากขึ้น ส่วนบริษัทที่บันทึกว่าแพ้ราคาทุกครั้ง จะเรียนรู้ได้เพียงอย่างเดียวคือควรลดราคาลงอีก
บริการที่เกี่ยวข้อง
Dashboard ยอดขาย
ยอดขายรายวันเทียบเป้า เทียบสาขา และกำไรต่อสินค้า อัปเดตเองจากระบบขาย
WhaleScope
ดูโครงสร้างตลาดของทุกหมวดธุรกิจไทย บน WhaleScope
รายชื่อบริษัท ผู้เล่นรายใหญ่ และอัตราคงอยู่ของแต่ละหมวด — จากข้อมูลจดทะเบียน 2 ล้านนิติบุคคล
อ่านต่อ

ยืนราคาไว้ 30 วัน แล้วต้นทุนขึ้นก่อนลูกค้าตอบ — วิธีตั้งเงื่อนไขราคาที่ไม่เสียลูกค้า
ใบเสนอราคาที่ยืนราคานานเกินไปทำให้กำไรหายโดยที่ยอดขายยังดูดี บทความนี้อธิบายวิธีเลือกอายุใบเสนอราคาตามความผันผวนของต้นทุน และวิธีเขียนเงื่อนไขปรับราคาที่ลูกค้ายอมรับได้

คู่แข่งที่แท้จริงของคุณไม่ใช่เจ้าอื่น แต่คือการที่ลูกค้าเลือกไม่ทำอะไรเลย
ดีลที่หายไปส่วนใหญ่ไม่ได้แพ้ให้คู่แข่ง แต่จบลงที่ลูกค้าตัดสินใจไม่ทำอะไรเลยและอยู่กับวิธีเดิมต่อไป บทความนี้อธิบายว่าทำไมการอยู่เฉยจึงเป็นตัวเลือกที่ทรงพลังที่สุดของลูกค้า และควรขายอย่างไรเมื่อคู่แข่งคือความเคยชิน

ยื่นประมูลสิบงาน ได้หนึ่งงาน — ต้นทุนของการยื่นที่ไม่มีใครนับ
การยื่นทุกงานที่เปิดให้ยื่นไม่ใช่กลยุทธ์ เพราะการเตรียมเอกสารหนึ่งชุดมีต้นทุนจริงเป็นวันทำงาน บทความนี้ให้สูตรมูลค่าคาดหวังของการยื่น และเกณฑ์คัดกรองที่ทำให้อัตราชนะสูงขึ้นโดยยื่นน้อยลง

ลูกค้ารายนี้ซื้อเยอะที่สุด แต่ทำกำไรให้น้อยที่สุด
กำไรต่อลูกค้าไม่ได้ขึ้นกับยอดซื้ออย่างเดียว แต่ขึ้นกับต้นทุนในการดูแลเขาด้วย บทความนี้อธิบายวิธีคำนวณต้นทุนการให้บริการต่อลูกค้า และสิ่งที่ควรทำกับลูกค้าที่ทำกำไรติดลบ
