EOQ คืออะไร

EOQ (ปริมาณสั่งซื้อที่ประหยัดที่สุด)

คำตอบสั้น ๆ

EOQ (Economic Order Quantity) คือปริมาณการสั่งซื้อต่อครั้งที่ทำให้ต้นทุนรวมของการสั่งและการเก็บต่ำที่สุด สั่งครั้งละมากทำให้สั่งไม่บ่อยแต่ค่าเก็บสูง สั่งครั้งละน้อยทำให้ค่าเก็บต่ำแต่เสียค่าสั่งบ่อย EOQ คือจุดสมดุล คำนวณจากรากที่สองของ สองคูณความต้องการต่อปีคูณต้นทุนต่อการสั่งหนึ่งครั้ง หารด้วยต้นทุนเก็บต่อหน่วยต่อปี

ทำไมEOQจึงสำคัญกับธุรกิจไทย

ธุรกิจส่วนใหญ่ตัดสินใจปริมาณสั่งด้วยความเคยชินหรือตามส่วนลดของผู้ขาย ซึ่งมองเห็นแค่ครึ่งเดียวของสมการ ส่วนลดจากการสั่งเยอะเป็นตัวเลขที่เห็นชัด แต่ต้นทุนเก็บ ทั้งพื้นที่ ของเสื่อม และเงินที่จมอยู่กับกอง มองไม่เห็นในใบเสนอราคา EOQ บังคับให้สองฝั่งของสมการขึ้นมาอยู่บนโต๊ะเดียวกัน และบ่อยครั้งคำตอบคือส่วนลดนั้นไม่คุ้มค่าเก็บ

ข้อเท็จจริงที่ควรรู้

  • EOQ = รากที่สองของ (2 × ความต้องการต่อปี × ต้นทุนต่อการสั่ง) ÷ ต้นทุนเก็บต่อหน่วยต่อปี
  • ต้นทุนเก็บที่มักถูกลืมคือต้นทุนของเงินที่จมกับสต๊อก ไม่ใช่แค่ค่าพื้นที่
  • สินค้าหมดอายุเร็วและสินค้าตามฤดูกาล ใช้ EOQ ตรง ๆ ไม่ได้ ต้องปรับตามอายุของ
  • EOQ ตอบว่าสั่งครั้งละเท่าไร ส่วนจุดสั่งซื้อใหม่ตอบว่าสั่งเมื่อไร ใช้คู่กัน

คำถามที่พบบ่อย

ซัพพลายเออร์ให้ส่วนลดถ้าสั่งเยอะ ควรสั่งเกิน EOQ ไหม

คำนวณเทียบตรง ๆ ได้ คือส่วนลดที่ได้ทั้งปีจากราคาต่อหน่วยที่ถูกลง เทียบกับต้นทุนเก็บที่เพิ่มจากการถือสต๊อกเฉลี่ยที่สูงขึ้น รวมต้นทุนเงินจม หลายกรณีส่วนลดชนะจริงและควรสั่งเยอะ แต่หลายกรณีโดยเฉพาะของที่หมุนช้าหรือกินพื้นที่มาก ส่วนลดสามเปอร์เซ็นต์แพ้ต้นทุนเก็บสิบเปอร์เซ็นต์ขาดลอย จุดสำคัญคือให้ตัวเลขตัดสิน ไม่ใช่ให้ส่วนลดที่เห็นชัดกว่าตัดสิน

ต้นทุนต่อการสั่งหนึ่งครั้ง นับอะไรบ้าง

นับเวลาของคนที่ใช้ทำใบสั่ง ตามของ ตรวจรับ และลงบัญชี คูณค่าแรง บวกค่าขนส่งต่อเที่ยวถ้าผู้ซื้อออก และค่าธุรกรรมอื่นต่อครั้ง ธุรกิจที่กระบวนการสั่งซื้อยังเป็นมือทั้งหมด มักมีต้นทุนต่อครั้งสูงจน EOQ ชี้ให้สั่งครั้งใหญ่ ๆ น้อยครั้ง การทำให้การสั่งซื้ออัตโนมัติจึงเปลี่ยนคำตอบของ EOQ เอง คือยิ่งสั่งถูกลง ยิ่งสั่งถี่ได้ และยิ่งถือสต๊อกน้อยลง

บริการที่เกี่ยวข้อง

ระบบสต๊อกและคลังสินค้าสำหรับ SME

คำที่เกี่ยวข้อง

ROI (ผลตอบแทนจากการลงทุน)
ตัวเลขบอกว่าเงินที่ลงทุนไปได้กำไรกลับมาคุ้มแค่ไหน คำนวณจากกำไรเทียบกับเงินที่ใช้ไป ยิ่งสูงยิ่งคุ้ม
COGS (ต้นทุนขาย)
ต้นทุนโดยตรงของสินค้าที่ขายไป เช่น ค่าวัตถุดิบและค่าผลิต ใช้คำนวณกำไรขั้นต้นของธุรกิจ
Gross Margin (กำไรขั้นต้น)
ส่วนต่างระหว่างยอดขายกับต้นทุนขาย คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ บอกว่าสินค้าทำกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายอื่นได้มากแค่ไหน
Net Profit (กำไรสุทธิ)
กำไรที่เหลือจริงหลังหักทุกค่าใช้จ่ายและภาษีแล้ว เป็นตัวเลขที่บอกว่าธุรกิจได้กำไรจริงเท่าไร
Cash Flow (กระแสเงินสด)
การไหลเข้าออกของเงินสดในธุรกิจ ถ้าเงินเข้าน้อยกว่าเงินออกอาจขาดสภาพคล่องแม้กำไรในกระดาษจะดูดี
Working Capital (เงินทุนหมุนเวียน)
เงินที่ใช้หมุนในการดำเนินงานประจำวัน เช่น ซื้อของ จ่ายเงินเดือน คำนวณจากสินทรัพย์หมุนเวียนลบหนี้สินระยะสั้น

อ่านต่อเรื่อง EOQ

Safety Stock และ Reorder Point: สต๊อกเผื่อและจุดสั่งซื้อ ที่กันของขาดโดยไม่จมเงินเกิน

ของขาดทำให้เสียการขายและเสียลูกค้า แต่สต๊อกเยอะเกินก็จมเงินและเสี่ยงของค้าง Safety stock คือสต๊อกเผื่อกันของขาดตอนที่ขายดีหรือของมาช้า ส่วน reorder point คือจุดที่ระบบเตือนให้สั่งซื้อพอดี สองตัวนี้ช่วยหาสมดุลด้วยตัวเลข ไม่ใช่การเดา

จัดการสต็อกสินค้ายังไงไม่ให้ของขาดหรือของล้นคลัง

จัดการสต็อกให้พอดี ด้วย safety stock จุดสั่งซื้อ การนับสต็อก และ ABC analysis เพื่อไม่ให้ของขาดหรือเงินจมในคลัง

EOQ ปริมาณสั่งซื้อที่ประหยัดที่สุด ลดต้นทุนการสั่งและการเก็บสต็อก

สั่งของทีละน้อยก็จ่ายค่าสั่งบ่อย สั่งทีละเยอะก็เปลืองที่เก็บและจมเงิน EOQ ช่วยหาจุดสมดุลที่ทำให้ต้นทุนรวมต่ำที่สุด อ่านวิธีคิดแบบเข้าใจง่ายพร้อมตัวอย่างจริง