EOQ ปริมาณสั่งซื้อที่ประหยัดที่สุด ลดต้นทุนการสั่งและการเก็บสต็อก

5 กุมภาพันธ์ 2569อ่าน 6 นาที
EOQ ปริมาณสั่งซื้อที่ประหยัดที่สุด ลดต้นทุนการสั่งและการเก็บสต็อก

สั่งของทีละน้อยก็จ่ายค่าสั่งบ่อย สั่งทีละเยอะก็เปลืองที่เก็บและจมเงิน EOQ ช่วยหาจุดสมดุลที่ทำให้ต้นทุนรวมต่ำที่สุด อ่านวิธีคิดแบบเข้าใจง่ายพร้อมตัวอย่างจริง

เจ้าของธุรกิจหลายคนเคยเจอคำถามนี้ ควรสั่งของเข้าร้านทีละเท่าไรดี สั่งทีละน้อยก็ต้องสั่งบ่อย เสียค่าขนส่งและค่าดำเนินการทุกครั้ง แต่ถ้าสั่งทีละเยอะ ก็ต้องเสียค่าเช่าโกดัง ค่าดูแล และที่สำคัญคือเงินสดจมอยู่ในกองสินค้า EOQ หรือ Economic Order Quantity คือสูตรที่ช่วยตอบคำถามนี้ด้วยตัวเลขที่ชัดเจน ไม่ต้องเดาอีกต่อไป

EOQ คืออะไร และทำไม SME ต้องรู้

EOQ คือปริมาณการสั่งซื้อต่อครั้งที่ทำให้ต้นทุนรวมต่ำที่สุด โดยต้นทุนรวมในที่นี้แบ่งเป็นสองก้อนที่ขัดแย้งกัน ก้อนแรกคือต้นทุนการสั่ง เช่น ค่าขนส่ง ค่าเอกสาร ค่าโทรประสานงาน ยิ่งสั่งบ่อยยิ่งจ่ายเยอะ ก้อนที่สองคือต้นทุนการเก็บ เช่น ค่าเช่าที่ ค่าไฟ ค่าเสื่อม ค่าของหมดอายุ ยิ่งเก็บเยอะยิ่งจ่ายเยอะ EOQ คือจุดตรงกลางที่สมดุลที่สุด

EOQ=2DSHEOQ = \sqrt{\dfrac{2DS}{H}}
D คือดีมานด์หรือความต้องการสินค้าต่อปี หน่วยเป็นชิ้น S คือต้นทุนต่อการสั่งหนึ่งครั้ง หน่วยเป็นบาท H คือต้นทุนการเก็บต่อหนึ่งหน่วยต่อปี หน่วยเป็นบาท นำมาเข้าสูตรแล้วถอดรากที่สอง จะได้จำนวนที่ควรสั่งต่อครั้ง

ตัวอย่างจริง ร้านขายอะไหล่ในเชียงใหม่

สมมติร้านอะไหล่แห่งหนึ่งขายลูกปืนรุ่นยอดนิยม ปีหนึ่งขายได้ 3,600 ชิ้น ดังนั้น D เท่ากับ 3,600 ทุกครั้งที่สั่งของจากซัพพลายเออร์ มีค่าขนส่งและค่าดำเนินการรวม 200 บาท ดังนั้น S เท่ากับ 200 บาท ส่วนต้นทุนการเก็บลูกปืนหนึ่งชิ้นต่อปี รวมค่าที่และค่าเสื่อม อยู่ที่ 4 บาท ดังนั้น H เท่ากับ 4 บาท

แทนค่าในสูตร EOQ เท่ากับรากที่สองของ สองคูณ 3,600 คูณ 200 หารด้วย 4 ได้เท่ากับรากที่สองของ 360,000 ซึ่งเท่ากับ 600 ชิ้น แปลว่าร้านควรสั่งลูกปืนทีละ 600 ชิ้น และเมื่อขายปีละ 3,600 ชิ้น ก็จะสั่งทั้งหมด 6 ครั้งต่อปี หรือประมาณทุกสองเดือน นี่คือจุดที่ต้นทุนค่าสั่งและค่าเก็บรวมกันแล้วต่ำที่สุด

เช็กลิสต์ก่อนใช้ EOQ จริง

  • รวบรวมยอดขายจริงย้อนหลังอย่างน้อยหนึ่งปี เพื่อหาค่า D ที่แม่นยำ
  • คำนวณค่าสั่งต่อครั้งให้ครบ ทั้งค่าขนส่ง ค่าเอกสาร และเวลาคนทำงาน
  • ประเมินต้นทุนการเก็บจริง รวมค่าเช่าที่ ค่าไฟ ค่าประกัน และค่าของเสื่อม
  • ทบทวน EOQ ใหม่อย่างน้อยปีละครั้ง เพราะดีมานด์และต้นทุนเปลี่ยนได้

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้ตัวเลขดีมานด์ที่เดาเอา ทำให้ผลลัพธ์เพี้ยนตั้งแต่ต้น
  • ลืมรวมต้นทุนแฝง เช่น ค่าเวลาพนักงานหรือค่าของหมดอายุ
  • ยึดตัวเลข EOQ แบบตายตัว ไม่ปรับตามส่วนลดหรือฤดูกาล
  • คำนวณครั้งเดียวแล้วไม่ทบทวนอีกเลยเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน

EOQ เป็นเครื่องมือง่าย ๆ ที่ช่วยให้คุณตัดสินใจเรื่องสต็อกด้วยตัวเลข ไม่ใช่ความรู้สึก ลองเริ่มจากสินค้าขายดีไม่กี่ตัวก่อน แล้วค่อยขยายไปทั้งร้าน หากธุรกิจของคุณเริ่มมีสินค้าหลากหลายจนคำนวณมือไม่ไหว ทีม Whale Task ในเชียงใหม่ช่วยออกแบบระบบจัดการสต็อกที่คำนวณ EOQ ให้อัตโนมัติได้ เพื่อให้คุณโฟกัสกับการขายมากกว่าการนับของ

🧮 ลองคำนวณด้วยตัวเอง

คำนวณ EOQ ปริมาณสั่งซื้อประหยัด

ควรสั่งของครั้งละกี่หน่วย ให้ต้นทุนการสั่งและการเก็บรวมกันต่ำที่สุด

EOQ=2DSHEOQ = \sqrt{\dfrac{2DS}{H}}

สั่งครั้งละ

707 หน่วย

สั่งครั้งละราว 707 หน่วย จะทำให้ต้นทุนการสั่งและการเก็บรวมกันต่ำที่สุด

เปิดเครื่องมือเต็มหน้า →
EOQInventoryCost Control

บริการที่เกี่ยวข้อง

รับวางระบบ ERP

รวมบัญชี สต๊อก การขาย และการผลิตไว้ในระบบเดียวที่เชื่อมกันทั้งธุรกิจ

WhaleScope

ดูโครงสร้างตลาดของทุกหมวดธุรกิจไทย บน WhaleScope

รายชื่อบริษัท ผู้เล่นรายใหญ่ และอัตราคงอยู่ของแต่ละหมวด — จากข้อมูลจดทะเบียน 2 ล้านนิติบุคคล

อ่านต่อ

จัดการวัสดุหน้างานก่อสร้าง: ของที่หายและของที่สั่งเกิน คือกำไรที่รั่วไปกับกองวัสดุ

วัสดุก่อสร้างเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ที่สุดก้อนหนึ่ง และเป็นก้อนที่รั่วไหลง่ายที่สุดที่หน้างาน ทั้งของที่สั่งเกินจนเหลือทิ้ง ของที่หายเพราะไม่มีใครคุม และของที่เบิกใช้เกินแบบ การจัดการวัสดุที่ผูกกับ BOQ และการเบิกจริง คือสิ่งที่ทำให้เห็นว่าวัสดุหายไปไหนก่อนกำไรหมด

ระบบจัดการฟาร์ม: บันทึกต้นทุน ผลผลิต และสิ่งที่ทำในแต่ละแปลง เพื่อรู้ว่ากำไรจริงอยู่ตรงไหน

เกษตรกรจำนวนมากทำฟาร์มด้วยความจำและความเคยชิน ไม่รู้ว่าแปลงไหนกำไรจริง ปุ๋ยที่ใช้คุ้มไหม และต้นทุนต่อกิโลเท่าไร ระบบจัดการฟาร์มที่บันทึกสิ่งที่ทำ ต้นทุน และผลผลิตในแต่ละแปลง เปลี่ยนการทำเกษตรจากการเดา เป็นการตัดสินใจด้วยตัวเลข

BOQ และการคุมต้นทุนก่อสร้าง: ทำไมงานที่เสนอราคาว่ากำไร กลับขาดทุนตอนจบ

งานก่อสร้างจำนวนมากเสนอราคาโดยคิดว่าจะได้กำไร แต่พอจบงานกลับขาดทุน เพราะต้นทุนจริงบานเกิน BOQ ที่ตั้งไว้โดยไม่มีใครเห็นทันการเปรียบเทียบต้นทุนจริงกับ BOQ ตลอดหน้างาน คือสิ่งที่ทำให้ผู้รับเหมารู้ว่ากำไรกำลังรั่วตรงไหน ก่อนที่จะสายเกินแก้

Cycle Counting: นับสต๊อกทีละนิดทุกวัน แทนปิดคลังนับทั้งปีครั้งเดียว

การปิดคลังนับสต๊อกทั้งหมดปีละครั้งทั้งเหนื่อย เสียเวลาทำงาน และมักพบว่าตัวเลขเพี้ยนไปนานแล้วโดยไม่รู้ว่าเพราะอะไร Cycle counting คือการนับสินค้าส่วนเล็ก ๆ ทุกวันแบบหมุนเวียน ทำให้เจอส่วนต่างเร็ว รู้สาเหตุ และไม่ต้องหยุดทั้งคลัง