Cycle Counting: นับสต๊อกทีละนิดทุกวัน แทนปิดคลังนับทั้งปีครั้งเดียว

การปิดคลังนับสต๊อกทั้งหมดปีละครั้งทั้งเหนื่อย เสียเวลาทำงาน และมักพบว่าตัวเลขเพี้ยนไปนานแล้วโดยไม่รู้ว่าเพราะอะไร Cycle counting คือการนับสินค้าส่วนเล็ก ๆ ทุกวันแบบหมุนเวียน ทำให้เจอส่วนต่างเร็ว รู้สาเหตุ และไม่ต้องหยุดทั้งคลัง
ธุรกิจที่มีคลังส่วนใหญ่คุ้นกับพิธีกรรมประจำปีที่เรียกว่าการปิดคลังนับสต๊อก ปิดการทำงานหนึ่งหรือสองวัน ระดมคนทั้งบริษัทมานับของทุกชิ้น แล้วมักพบว่าตัวเลขในระบบกับของจริงไม่ตรงกันเป็นจำนวนมาก โดยไม่มีทางรู้ว่าส่วนต่างนั้นเกิดขึ้นเมื่อไรและเพราะอะไร เพราะมันสะสมมาทั้งปี วิธีนี้ทั้งเหนื่อย เสียโอกาสทางธุรกิจในวันที่ปิด และให้ข้อมูลที่สายเกินแก้ Cycle counting คือทางเลือกที่ดีกว่า แทนที่จะนับทุกอย่างพร้อมกันปีละครั้ง ให้นับสินค้าส่วนเล็ก ๆ ทุกวันแบบหมุนเวียน จนครบทุกรายการภายในรอบที่กำหนด เช่น ทุกวันนับสัก 20 รายการ ทำให้ทั้งคลังถูกนับครบโดยไม่ต้องหยุดงานเลย
ทำไมนับทีละนิดถึงดีกว่านับทีเดียว
ข้อดีของ Cycle counting ไม่ได้อยู่แค่ที่ไม่ต้องปิดคลัง แต่อยู่ที่คุณภาพของข้อมูลที่ได้ เมื่อนับบ่อยและต่อเนื่อง ส่วนต่างที่เกิดขึ้นจะถูกเจอเร็วภายในไม่กี่วันหรือสัปดาห์ ไม่ใช่ปลายปี ทำให้ยังไล่หาสาเหตุได้ทันว่าเกิดจากรับเข้าผิด หยิบผิด บันทึกผิด หรือของหาย ซึ่งการรู้สาเหตุคือสิ่งที่ทำให้แก้ที่ต้นตอได้ ต่างจากการนับปีละครั้งที่รู้แค่ว่าตัวเลขเพี้ยนแต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร นอกจากนี้ Cycle counting ยังให้จัดลำดับความสำคัญได้ สินค้าที่มูลค่าสูงหรือหมุนเร็วควรถูกนับบ่อยกว่าสินค้าที่นาน ๆ ขยับที เพราะความผิดพลาดกับของกลุ่มแรกกระทบเงินมากกว่า วิธีนี้ทำได้จริงก็ต่อเมื่อมีระบบที่รู้ว่าควรนับอะไรวันไหนและบันทึกผลเทียบกับยอดที่ควรเป็นได้ทันที ซึ่งเป็นสิ่งที่ระบบคลังที่ดีทำให้เป็นกิจวัตรง่าย ๆ แทนที่จะเป็นโครงการใหญ่ประจำปี
- นับส่วนเล็ก ๆ ทุกวัน ครบทั้งคลังโดยไม่ต้องปิดงาน
- เจอส่วนต่างเร็วจนไล่หาสาเหตุได้ทัน แก้ที่ต้นตอ ไม่ใช่แค่รู้ว่าเพี้ยน
- นับของมูลค่าสูงและหมุนเร็วบ่อยกว่า เพราะความผิดพลาดกระทบเงินมากกว่า
ที่ Whale Task เราวางระบบคลังที่ทำ Cycle counting ให้เป็นกิจวัตรง่าย ๆ ด้วยประสบการณ์ข้ามหลายอุตสาหกรรมกว่า 10 ปี ระบบบอกได้ว่าวันนี้ควรนับอะไร ให้ความสำคัญกับของมูลค่าสูงและหมุนเร็ว และบันทึกส่วนต่างพร้อมสาเหตุให้เห็นแนวโน้ม ถ้าธุรกิจของคุณยังต้องปิดคลังนับสต๊อกทั้งปีครั้งเดียวและเจอตัวเลขเพี้ยนทุกที เริ่มจากการปรึกษาฟรีได้ เราช่วยเปลี่ยนพิธีกรรมประจำปีที่เหนื่อยให้เป็นการนับทีละนิดที่ทำให้ตัวเลขแม่นตลอดทั้งปี
บริการที่เกี่ยวข้อง
ระบบ WMS บริหารคลังสินค้า
ตำแหน่งจัดเก็บ การหยิบด้วยบาร์โค้ด และการนับหมุนเวียนที่ทำได้โดยไม่ต้องปิดคลัง
WhaleScope
ดูโครงสร้างตลาดของธุรกิจขนส่ง คลังสินค้า และโลจิสติกส์ บน WhaleScope
รายชื่อบริษัท ผู้เล่นรายใหญ่ อัตราคงอยู่ และการกระจายรายจังหวัดของหมวดการขนส่งและขนถ่ายสินค้า — จากข้อมูลจดทะเบียน 2 ล้านนิติบุคคล
อ่านต่อ

WMS คืออะไร: ระบบจัดการคลังสินค้า ที่ทำให้รู้ว่าของอยู่ตรงไหนและเหลือเท่าไรจริง
WMS คือระบบจัดการคลังสินค้าที่รู้ว่าของแต่ละชิ้นวางอยู่ตำแหน่งไหน เหลือเท่าไร และควรหยิบตัวไหนก่อน ต่างจากระบบบัญชีสต๊อกที่บอกแค่ยอดรวม เมื่อคลังโตขึ้นจนเดินหาของเสียเวลา นั่นคือสัญญาณว่าถึงเวลาต้องมี WMS

KPI คลังสินค้ามีแค่ห้าตัวที่ต้องดูจริง: ความแม่นสองแบบ ความเร็วหนึ่ง การหมุนหนึ่ง และต้นทุนต่อออเดอร์
เราเคยเขียนว่า KPI ธุรกิจของเจ้าของควรมีไม่กี่ตัว คลังสินค้าก็หลักเดียวกัน บทความนี้คือชุดวัดฉบับสมบูรณ์ห้าตัว: ความแม่นสต๊อก ความแม่นออเดอร์ อัตราส่งตรงเวลา อัตราหมุนเวียน และต้นทุนต่อออเดอร์ พร้อมวิธีคำนวณ เกณฑ์ที่ควรเรียกร้อง และปุ่มที่ต้องกดเมื่อตัวไหนตก

Barcode กับ RFID ต่างกันอย่างไร: เลือกเทคโนโลยีติดตามสินค้าให้เหมาะกับคลังและงบ
บาร์โค้ดถูก แม่นยำ และใช้ได้กับเกือบทุกธุรกิจ RFID อ่านได้ทีละหลายชิ้นโดยไม่ต้องยิงทีละอันแต่ต้นทุนสูงกว่า การเลือกไม่ได้อยู่ที่อันไหนล้ำกว่า แต่อยู่ที่ปริมาณ ความเร็วที่ต้องการ และมูลค่าของสินค้าในคลังของคุณ

Cross-docking: ส่งของผ่านคลังโดยแทบไม่ต้องเก็บ ลดต้นทุนและเวลาในคลัง
การเก็บสินค้าในคลังคือต้นทุน ทั้งพื้นที่ เวลา และเงินที่จมอยู่กับของ Cross-docking คือการรับของเข้าแล้วส่งต่อออกทันทีโดยแทบไม่เก็บ เหมาะกับสินค้าที่หมุนเร็วและรู้ปลายทางล่วงหน้า ช่วยลดต้นทุนคลังได้มากถ้าจังหวะข้อมูลแม่นพอ
