จัดกำลังคนหน้าร้าน: มีคนพอดีกับความต้องการในแต่ละช่วง ไม่ล้นไม่ขาด

2 กรกฎาคม 2569อ่าน 6 นาที
จัดกำลังคนหน้าร้าน: มีคนพอดีกับความต้องการในแต่ละช่วง ไม่ล้นไม่ขาด

ค่าแรงเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ของธุรกิจบริการ และมันรั่วได้สองทาง คือมีคนล้นในช่วงเงียบและคนขาดในช่วงพีคจนบริการแย่ การจัดกำลังคนจากข้อมูลความต้องการจริงในแต่ละช่วง ช่วยให้มีคนพอดีกับงาน ประหยัดค่าแรงในช่วงเงียบและไม่เสียลูกค้าในช่วงแน่น

ในธุรกิจบริการอย่างร้านอาหาร ร้านค้าปลีก โรงแรม และคาเฟ่ ค่าแรงเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ที่สุดก้อนหนึ่ง และเป็นก้อนที่บริหารได้ยากเพราะความต้องการไม่คงที่ ความต้องการคนขึ้นกับว่ามีลูกค้ามากน้อยแค่ไหนในแต่ละช่วง ซึ่งเปลี่ยนไปตามเวลาของวัน วันของสัปดาห์ และฤดูกาล การจัดกำลังคนที่ผิดพลาดรั่วได้สองทาง ทางแรกคือมีคนมากเกินในช่วงเงียบ พนักงานยืนว่างในบ่ายวันธรรมดาที่ลูกค้าน้อย ซึ่งคือค่าแรงที่จ่ายไปโดยไม่ได้สร้างรายได้ ทางที่สองคือมีคนน้อยเกินในช่วงพีค คิวยาว บริการช้า ลูกค้าไม่พอใจและบางคนเดินออก ซึ่งคือรายได้และลูกค้าที่หายไป ธุรกิจจำนวนมากจัดกำลังคนด้วยความเคยชินว่าปกติจัดกี่คน โดยไม่ได้ดูว่าความต้องการจริงในแต่ละช่วงเป็นอย่างไร ทำให้เสียเงินทั้งสองทางพร้อมกันโดยไม่รู้ตัว

จัดคนจากข้อมูลความต้องการจริง

การจัดกำลังคนที่ดีเริ่มจากการเข้าใจความต้องการจริงในแต่ละช่วง ซึ่งข้อมูลที่ธุรกิจมีอยู่แล้วบอกได้ ยอดขายรายชั่วโมงจากระบบ POS บอกว่าช่วงไหนของวันและวันไหนของสัปดาห์แน่นแค่ไหน ข้อมูลย้อนหลังบอกว่าช่วงเทศกาลหรือฤดูไหนความต้องการสูง เมื่อรู้ว่าแต่ละช่วงต้องการคนกี่คนจริง ๆ ก็จัดกะให้มีคนพอดีกับงาน มากพอในช่วงพีคเพื่อไม่ให้บริการสะดุด และไม่ล้นในช่วงเงียบเพื่อไม่ให้เปลืองค่าแรง ระบบที่ช่วยเรื่องนี้เชื่อมข้อมูลความต้องการเข้ากับการจัดกะ ทำให้เห็นว่าควรมีคนกี่คนในแต่ละช่วงและช่วยจัดตารางให้ตรงกับนั้น แทนการจัดตามความเคยชิน นอกจากประหยัดค่าแรงและรักษาคุณภาพบริการ การจัดกำลังคนที่ดียังเป็นธรรมกับพนักงานมากขึ้น เพราะกระจายชั่วโมงและกะได้เหมาะ ไม่ใช่บางคนทำหนักบางคนได้ชั่วโมงน้อย และเมื่อระบบผูกกับการลงเวลาและเงินเดือน เจ้าของก็เห็นได้ว่าต้นทุนค่าแรงเทียบกับยอดขายในแต่ละช่วงเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นตัวเลขสำคัญที่บอกว่าธุรกิจบริการกำลังจัดคนได้คุ้มค่าหรือไม่ ทำให้ปรับปรุงได้จากข้อมูลจริง

  • ใช้ยอดขายรายชั่วโมงจาก POS บอกว่าแต่ละช่วงต้องการคนกี่คนจริง
  • จัดคนพอดีกับงาน ประหยัดค่าแรงช่วงเงียบและไม่เสียลูกค้าช่วงพีค
  • ดูต้นทุนค่าแรงเทียบยอดขายแต่ละช่วง เพื่อรู้ว่าจัดคนคุ้มไหม

ที่ Whale Task เราวางระบบจัดกำลังคนที่เชื่อมข้อมูลความต้องการจากยอดขายเข้ากับการจัดกะ การลงเวลา และเงินเดือน ให้ธุรกิจบริการในเชียงใหม่และภาคเหนือ ด้วยประสบการณ์ข้ามหลายอุตสาหกรรมกว่า 10 ปี เราช่วยให้เห็นว่าแต่ละช่วงควรมีคนกี่คน จัดตารางให้พอดีกับงาน และดูต้นทุนค่าแรงเทียบยอดขายได้ ถ้าธุรกิจของคุณรู้สึกว่าค่าแรงสูงแต่บางช่วงคนก็ยังไม่พอจนบริการสะดุด เริ่มจากการปรึกษาฟรีได้ ดูบริการระบบ HR และ POS ของเราที่หน้าบริการ

Workforce SchedulingLabor CostRetailHR

บริการที่เกี่ยวข้อง

ระบบเงินเดือนและ HR สำหรับ SME

ลงเวลา กะ OT ลางาน และคำนวณเงินเดือน จบในระบบเดียว จ่ายถูกและตรงเวลา

WhaleScope

ดูโครงสร้างตลาดของธุรกิจค้าปลีกและร้านค้า บน WhaleScope

รายชื่อบริษัท ผู้เล่นรายใหญ่ อัตราคงอยู่ และการกระจายรายจังหวัดของหมวดการขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต — จากข้อมูลจดทะเบียน 2 ล้านนิติบุคคล

อ่านต่อ

POS อย่างเดียวไม่พอ ถ้าไม่เชื่อมสต็อกและรายงาน: ทำไมยอดขายเยอะแต่กำไรไม่ขึ้น

POS ที่ดีช่วยขายได้เร็ว แต่ถ้าไม่เชื่อมกับสต็อกและรายงาน เจ้าของก็ยังไม่รู้ว่ากำไรจริงอยู่ตรงไหน ของหายตรงไหน และเมนูหรือสินค้าไหนกำไรบาง บทความนี้อธิบายว่าทำไม POS อย่างเดียวไม่พอ และการเชื่อมสต็อกกับรายงานเปลี่ยนอะไร

ระบบ POS หลายสาขา: บริหารทุกร้านจากที่เดียว โดยไม่ต้องวิ่งไปนับเงินทุกสาขาเอง

เมื่อร้านขยายจากหนึ่งเป็นหลายสาขา เจ้าของมักเสียการมองเห็น แต่ละสาขามีตัวเลขของตัวเอง สต๊อกแยกกัน และเจ้าของต้องวิ่งไปดูเอง ระบบ POS หลายสาขาที่รวมข้อมูลทุกร้านไว้ที่เดียว คือสิ่งที่ทำให้ขยายสาขาได้โดยไม่เสียการควบคุม

Omnichannel: ขายหน้าร้าน ออนไลน์ และเดลิเวอรี ให้สต๊อกและลูกค้าเป็นชุดเดียวกัน

ร้านยุคนี้ขายหลายช่องทางพร้อมกัน หน้าร้าน เพจ มาร์เก็ตเพลส และเดลิเวอรี แต่ถ้าแต่ละช่องแยกสต๊อกและแยกข้อมูลลูกค้า ก็เกิดปัญหาขายของที่หมดแล้วและไม่รู้จักลูกค้าที่มาจากคนละช่อง Omnichannel คือการทำให้ทุกช่องทางใช้สต๊อกและลูกค้าชุดเดียวกัน

ของหายในร้าน (Shrinkage): กำไรที่ระเหยไปกับของที่นับไม่ครบ และวิธีจับให้เจอ

ทุกร้านค้าปลีกมีของหายในสัดส่วนหนึ่ง จากการขโมย ความผิดพลาดหน้าเคาน์เตอร์ และของเสีย ปัญหาไม่ใช่ว่ามีของหาย แต่คือร้านส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าหายเท่าไรและหายตรงไหน การวัดและจับ shrinkage คือการเปลี่ยนกำไรที่ระเหยให้กลับมาเห็นและอุดได้