จ้างคนเพิ่มแล้วกำไรไม่เพิ่ม — ตัวเลขที่ต้องดูก่อนจ้างคนถัดไป

28 สิงหาคม 2569อ่าน 10 นาที
จ้างคนเพิ่มแล้วกำไรไม่เพิ่ม — ตัวเลขที่ต้องดูก่อนจ้างคนถัดไป

คนใหม่หนึ่งคนไม่ได้มีต้นทุนเท่าเงินเดือน และต้องสร้างรายได้เพิ่มมากกว่าที่เจ้าของส่วนใหญ่คิด บทความนี้ให้สูตรคำนวณรายได้ที่ต้องเพิ่มต่อคน และสัญญาณที่บอกว่าควรจ้างจริงหรือควรแก้ที่กระบวนการก่อน

เรื่องที่เกิดซ้ำในธุรกิจที่กำลังโตคือ ทีมงานบ่นว่างานล้น เจ้าของจึงจ้างเพิ่มหนึ่งคน ผ่านไปหกเดือนงานก็ยังล้นเหมือนเดิม แต่กำไรลดลง เพราะรายได้ไม่ได้เพิ่มตามจำนวนคน สิ่งที่พลาดไม่ใช่การตัดสินใจจ้าง แต่คือการจ้างโดยไม่ได้ตั้งคำถามว่าคนใหม่คนนี้ต้องสร้างรายได้เพิ่มเท่าไรถึงจะคุ้ม และงานที่ล้นอยู่นั้นเป็นงานที่สร้างรายได้จริงหรือเป็นงานที่เกิดจากกระบวนการที่ยังไม่เข้าที่

คนหนึ่งคนต้องสร้างรายได้เพิ่มเท่าไร

คำถามนี้ตอบได้ด้วยเลขคณิตง่าย ๆ แต่ธุรกิจส่วนใหญ่ไม่เคยคำนวณ จึงจ้างโดยอ้างอิงความรู้สึกว่างานเยอะพอแล้ว ปัญหาคือความรู้สึกว่างานเยอะกับความสามารถในการจ่ายคนเพิ่มเป็นคนละเรื่องกัน

Rที่ต้องเพิ่ม=S×1.3cmR_{\text{ที่ต้องเพิ่ม}} = \dfrac{S \times 1.3}{cm}
รายได้ที่ต้องเพิ่มต่อเดือนเท่ากับเงินเดือนคูณด้วยตัวคูณต้นทุนรวมประมาณ 1.3 หารด้วยอัตรากำไรส่วนเกินของธุรกิจ ตัวอย่างเช่น จ้างพนักงานเงินเดือน 25,000 บาท ต้นทุนรวมจะราว 32,500 บาทต่อเดือน ถ้าธุรกิจมีอัตรากำไรส่วนเกิน 35 เปอร์เซ็นต์ คนคนนี้ต้องทำให้รายได้เพิ่มขึ้นราว 92,900 บาทต่อเดือนจึงจะเท่าทุน ไม่ใช่ 25,000 บาทตามที่หลายคนเข้าใจ ตัวคูณ 1.3 ควรปรับตามโครงสร้างสวัสดิการจริงของแต่ละธุรกิจ

ตัวเลขนี้มักทำให้เจ้าของหยุดคิด และนั่นคือประโยชน์ของมัน เพราะมันเปลี่ยนคำถามจากเรามีงานพอให้เขาทำไหม เป็นเรามีรายได้เพิ่มพอจะจ่ายเขาไหม ซึ่งเป็นคำถามที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง งานที่มีอยู่เต็มมือไม่ได้แปลว่ามีรายได้เพิ่มรออยู่

ยิ่งใช้กำลังการผลิตเต็มเท่าไหร่ เวลาที่ใช้ฟื้นตัวยิ่งยาวขึ้นแบบไม่เป็นเส้นตรง

70%ฟื้นตัวเร็วมีที่ว่างรับงานแทรก
85%เริ่มสะสมงานค้างงานแทรกเริ่มกระทบคิว
100%งานแทรกครั้งเดียวลามทั้งสายไม่มีที่ให้ฟื้น
การเพิ่มคนเพิ่มกำลัง แต่ก็เพิ่มต้นทุนคงที่ที่ต้องแบกทุกเดือนไม่ว่างานจะเข้าหรือไม่

งานล้นแบบไหนที่จ้างแล้วไม่หาย

ก่อนจ้าง ควรแยกให้ออกว่างานที่ล้นนั้นเป็นงานประเภทใด ถ้าเป็นงานที่สร้างรายได้โดยตรงและมีลูกค้ารออยู่จริง การจ้างเพิ่มคือคำตอบที่ถูกต้อง แต่ถ้าเป็นงานอีกสามประเภทต่อไปนี้ การจ้างเพิ่มจะทำให้ต้นทุนสูงขึ้นโดยที่ปัญหายังอยู่

  • งานที่เกิดจากการรอ เช่น รอข้อมูลจากอีกแผนก รอการอนุมัติ หรือรอเอกสาร คนใหม่จะเข้ามารอเพิ่มอีกคน โดยที่ปริมาณงานที่ไหลผ่านไม่เพิ่มขึ้นเลย
  • งานที่เกิดจากการทำซ้ำ เช่น การพิมพ์ข้อมูลเดิมลงสามระบบ หรือการรวมไฟล์ทุกสัปดาห์ งานประเภทนี้ควรถูกกำจัดด้วยการเชื่อมข้อมูล ไม่ใช่ด้วยการเพิ่มคนมาพิมพ์
  • งานที่เกิดจากการแก้ของที่ผิด ถ้าส่วนหนึ่งของเวลาหมดไปกับการแก้งานที่ทำผิดตั้งแต่ต้น การเพิ่มคนจะเพิ่มทั้งงานที่ผิดและงานที่ต้องแก้ไปพร้อมกัน

รายได้ต่อพนักงานหนึ่งคน ตัวเลขที่บอกว่าโตด้วยอะไร

ตัวเลขนี้คำนวณง่ายและบอกอะไรได้มาก คือรายได้รวมต่อปีหารด้วยจำนวนพนักงาน ประโยชน์ไม่ได้อยู่ที่ค่าสัมบูรณ์ซึ่งต่างกันมากตามประเภทธุรกิจ แต่อยู่ที่แนวโน้ม ถ้ารายได้ต่อคนเพิ่มขึ้นทุกปี แปลว่าธุรกิจกำลังโตด้วยความสามารถที่สูงขึ้น ถ้าลดลงทุกครั้งที่จ้างเพิ่ม แปลว่าธุรกิจกำลังโตด้วยการเพิ่มคน ซึ่งเป็นการเติบโตที่กำไรจะตามไม่ทัน

ธุรกิจที่วางระบบไว้ดีมักเห็นรายได้ต่อคนเพิ่มขึ้นแม้จำนวนคนจะเท่าเดิม เพราะงานที่เคยกินเวลาถูกทำให้เร็วขึ้นหรือหายไป ส่วนธุรกิจที่ยังทำงานด้วยมือทั้งหมดจะเห็นตัวเลขนี้นิ่งหรือลดลง เพราะทางเดียวที่จะรับงานเพิ่มคือเพิ่มคน

คำถามที่พบบ่อย

พนักงานหนึ่งคนต้องสร้างรายได้เพิ่มเท่าไรถึงจะคุ้ม

คำนวณจากเงินเดือนคูณด้วยตัวคูณต้นทุนรวมประมาณ 1.3 แล้วหารด้วยอัตรากำไรส่วนเกินของธุรกิจ ตัวอย่างเช่น เงินเดือน 25,000 บาท ต้นทุนรวมราว 32,500 บาทต่อเดือน ถ้าอัตรากำไรส่วนเกินคือ 35 เปอร์เซ็นต์ คนคนนี้ต้องทำให้รายได้เพิ่มขึ้นราว 92,900 บาทต่อเดือนจึงจะเท่าทุน ตัวคูณ 1.3 มาจากประกันสังคม โบนัส วันลา อุปกรณ์ และเวลาของหัวหน้า ซึ่งควรปรับตามโครงสร้างสวัสดิการจริงของแต่ละธุรกิจ

งานล้นแต่ยังไม่มั่นใจว่าควรจ้าง ควรตรวจอะไรก่อน

ให้จดว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาทีมใช้เวลาไปกับอะไรเป็นชั่วโมง แล้วแยกออกเป็นสี่กอง คืองานที่สร้างรายได้โดยตรง เวลาที่รอสิ่งอื่น เวลาที่ทำงานซ้ำ เช่น พิมพ์ข้อมูลเดิมลงหลายระบบ และเวลาที่แก้งานที่ผิด ถ้าสามกองหลังรวมกันเกินหนึ่งในสามของเวลาทั้งหมด ควรแก้ตรงนั้นก่อน เพราะการแก้กระบวนการมักคืนกำลังคนได้ใกล้เคียงการจ้างหนึ่งคนโดยไม่มีภาระต้นทุนรายเดือนตามมา

ควรจ้างประจำหรือจ้างชั่วคราวดี

ขึ้นกับว่างานที่เพิ่มขึ้นเป็นงานถาวรหรือเป็นช่วงพีค ถ้าปริมาณงานสูงเฉพาะบางฤดูกาลหรือบางเดือน การจ้างชั่วคราวหรือจ้างงานเฉพาะส่วนจากภายนอกมักคุ้มกว่า เพราะไม่สร้างต้นทุนคงที่ที่ต้องแบกทั้งปี ถ้างานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาแล้วอย่างน้อยสองถึงสามไตรมาสและมีแนวโน้มจะอยู่ต่อ การจ้างประจำจะดีกว่าเพราะได้ความต่อเนื่องและความชำนาญ ข้อควรระวังคืออย่าเปลี่ยนความต้องการชั่วคราวให้กลายเป็นภาระถาวร

รายได้ต่อพนักงานหนึ่งคนควรอยู่ที่เท่าไร

ไม่มีตัวเลขมาตรฐานที่ใช้เทียบข้ามอุตสาหกรรมได้ เพราะธุรกิจค้าส่งกับธุรกิจบริการมีโครงสร้างต่างกันมาก สิ่งที่มีประโยชน์กว่าคือแนวโน้มของตัวเองย้อนหลังสามปี ถ้ารายได้ต่อคนเพิ่มขึ้นแม้จำนวนคนเท่าเดิม แปลว่าระบบและกระบวนการกำลังทำงานแทนคนได้มากขึ้น ถ้าลดลงทุกครั้งที่จ้างเพิ่ม แปลว่ากำลังซื้อการเติบโตด้วยจำนวนคน ซึ่งกำไรจะตามไม่ทันในระยะยาว

การจ้างคนเพิ่มไม่ใช่เรื่องผิด และหลายครั้งเป็นสิ่งที่ควรทำเร็วกว่าที่ทำ สิ่งที่ควรเปลี่ยนคือการจ้างโดยรู้ตัวเลข เพราะเมื่อรู้ว่าคนใหม่ต้องสร้างรายได้เพิ่มเท่าไร คำถามถัดไปจะเปลี่ยนจากหาคนที่ไหนดี เป็นงานอะไรที่จะทำให้เขาสร้างรายได้ตามนั้นได้ ซึ่งเป็นคำถามที่ทำให้การจ้างครั้งนั้นสำเร็จ

จ้างพนักงานต้นทุนแรงงานการเติบโตกำไร

บริการที่เกี่ยวข้อง

ระบบเงินเดือนและ HR สำหรับ SME

ลงเวลา กะ OT ลางาน และคำนวณเงินเดือน จบในระบบเดียว จ่ายถูกและตรงเวลา

WhaleScope

ดูโครงสร้างตลาดของธุรกิจบริการสนับสนุนธุรกิจ บน WhaleScope

รายชื่อบริษัท ผู้เล่นรายใหญ่ อัตราคงอยู่ และการกระจายรายจังหวัดของหมวดบริการสนับสนุนธุรกิจ — จากข้อมูลจดทะเบียน 2 ล้านนิติบุคคล

อ่านต่อ

การเติบโตที่เร็วเกินระบบ คือการยืมเวลาจากอนาคต — และดอกเบี้ยแพงกว่าที่คิด

ธุรกิจที่โตเร็วมักถูกมองว่าประสบความสำเร็จ แต่การโตเร็วกว่าความสามารถในการส่งมอบคือการสะสมหนี้ที่ต้องจ่ายคืนเสมอ บทความนี้อธิบายว่าหนี้นั้นสะสมอย่างไร ปรากฏตัวตอนไหน และควรบริหารจังหวะการโตอย่างไร

โอทีที่ไม่ยอมหายไป: อ่านชั่วโมงล่วงเวลาเป็นสัญญาณวินิจฉัย ไม่ใช่แค่รายการค่าใช้จ่าย

โอทีตามฤดูกาลคือเรื่องปกติของธุรกิจ แต่โอทีที่เกิดทุกเดือนเท่ากันคือข้อมูลที่บอกว่ามีบางอย่างในโครงสร้างงานไม่สมดุล บทความนี้ให้วิธีอ่านรูปแบบของโอทีสามแบบ ต้นทุนจริงที่มากกว่าอัตราหนึ่งเท่าครึ่ง และคำถามที่ใช้แยกว่าควรเพิ่มคน ปรับกระบวนการ หรือปฏิเสธงาน

เพดานประกันสังคมใหม่มีผลแล้ว และจะขึ้นอีกสองขั้นถึงปี 2575: ตัวเลขจริงที่นายจ้างต้องวางแผน ไม่ใช่แค่รับทราบ

ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เพดานค่าจ้างประกันสังคมขยับจาก 15,000 เป็น 17,500 บาท และประกาศล่วงหน้าแล้วว่าจะขึ้นเป็น 20,000 ในปี 2572 และ 23,000 ในปี 2575 บทความนี้วิเคราะห์ตัวเลขจากประกาศจริง: นายจ้างจ่ายเพิ่มเท่าไหร่ต่อคนต่อปี ลูกจ้างได้อะไรกลับ และระบบเงินเดือนต้องพร้อมตรงไหน พร้อมสถานะล่าสุดของค่าแรงขั้นต่ำ 337–400 บาท

ค่าแรงและต้นทุนคนที่สูงขึ้น — ธุรกิจไทยรับมือด้วยระบบอย่างไรโดยไม่ต้องลดคน

ต้นทุนคนสูงขึ้นและหาคนยากขึ้นพร้อมกัน เป็นแรงกดดันที่ธุรกิจไทยทุกขนาดเจอ บทความนี้อธิบายว่าทำไมคำตอบที่ยั่งยืนไม่ใช่การลดคน แต่คือการทำให้คนที่มีอยู่ทำงานที่สร้างมูลค่าได้มากขึ้น และงานประเภทไหนที่ควรให้ระบบทำแทนก่อน