เพดานประกันสังคมใหม่มีผลแล้ว และจะขึ้นอีกสองขั้นถึงปี 2575: ตัวเลขจริงที่นายจ้างต้องวางแผน ไม่ใช่แค่รับทราบ

24 สิงหาคม 2569อ่าน 9 นาที
เพดานประกันสังคมใหม่มีผลแล้ว และจะขึ้นอีกสองขั้นถึงปี 2575: ตัวเลขจริงที่นายจ้างต้องวางแผน ไม่ใช่แค่รับทราบ

ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เพดานค่าจ้างประกันสังคมขยับจาก 15,000 เป็น 17,500 บาท และประกาศล่วงหน้าแล้วว่าจะขึ้นเป็น 20,000 ในปี 2572 และ 23,000 ในปี 2575 บทความนี้วิเคราะห์ตัวเลขจากประกาศจริง: นายจ้างจ่ายเพิ่มเท่าไหร่ต่อคนต่อปี ลูกจ้างได้อะไรกลับ และระบบเงินเดือนต้องพร้อมตรงไหน พร้อมสถานะล่าสุดของค่าแรงขั้นต่ำ 337–400 บาท

ข่าวที่กระทบต้นทุนแรงงานของธุรกิจไทยมากที่สุดในปีนี้ไม่ใช่ค่าแรงขั้นต่ำ แต่เป็นประกาศที่เงียบกว่ามาก: การปรับเพดานฐานค่าจ้างสำหรับคำนวณเงินสมทบประกันสังคม ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เพดานที่แช่อยู่ที่ 15,000 บาทมานานหลายสิบปี ขยับขึ้นเป็น 17,500 บาท ทำให้เงินสมทบสูงสุดต่อเดือนเพิ่มจาก 750 เป็น 875 บาท และที่สำคัญกว่าตัวเลขแรกคือมันมาเป็นบันไดที่ประกาศล่วงหน้าครบทั้งสามขั้น: ระยะที่สอง ปี 2572–2574 เพดานขึ้นเป็น 20,000 บาท (สมทบสูงสุด 1,000) และระยะที่สาม ตั้งแต่ปี 2575 เพดาน 23,000 บาท (สมทบสูงสุด 1,150) นี่คือของหายากในโลกต้นทุนธุรกิจ: การขึ้นราคาที่บอกกำหนดการล่วงหน้าถึงหกปี — และนั่นทำให้มันเป็นเรื่องของการวางแผน ไม่ใช่การรับทราบ

คิดเลขฝั่งนายจ้าง: ต่อคน ต่อปี ต่อบันได

เงินสมทบประกันสังคมเป็นระบบจ่ายคู่ — ลูกจ้างจ่ายห้าเปอร์เซ็นต์ของค่าจ้าง (ไม่เกินเพดาน) และนายจ้างสมทบเท่ากัน ดังนั้นทุกการขยับเพดานคือต้นทุนที่ขึ้นสองฝั่งพร้อมกัน สำหรับพนักงานที่เงินเดือนถึงเพดานใหม่ (17,500 ขึ้นไป) นายจ้างจ่ายเพิ่มจากเดิม 125 บาทต่อคนต่อเดือน หรือ 1,500 บาทต่อคนต่อปี ธุรกิจที่มีพนักงานเงินเดือนถึงเพดานยี่สิบคน กำลังพูดถึงต้นทุนใหม่ปีละ 30,000 บาทตั้งแต่ปีนี้ และเมื่อบันไดเดินครบในปี 2575 ตัวเลขต่อคนจะเป็น 400 บาทต่อเดือนหรือ 4,800 ต่อปีเทียบกับฐานเดิม — ยี่สิบคนเท่ากับเกือบแสนบาทต่อปี ที่ควรอยู่ในแผนงบบุคคลตั้งแต่วันนี้เพราะกำหนดการแน่นอนแล้ว ฝั่งพนักงานเองก็จ่ายเพิ่มในจังหวะเดียวกัน ซึ่งแปลว่าเงินเดือนสุทธิเดือนมกราคมที่ผ่านมาของหลายคนลดลงเล็กน้อยโดยไม่มีอะไรผิด — และแผนกบุคคลที่อธิบายเรื่องนี้ล่วงหน้าได้ คือแผนกที่ตัดคำถามและความไม่พอใจออกไปก่อนเกิด

อีกด้านของเหรียญ: สิทธิประโยชน์ที่ฐานสูงขึ้นตาม

การวิเคราะห์ที่แฟร์ต้องพูดด้านนี้ให้ครบ: เพดานที่สูงขึ้นไม่ใช่ภาษีที่หายไปเฉย ๆ เงินทดแทนหลายกรณีของประกันสังคมคำนวณจากฐานค่าจ้าง — ว่างงาน เจ็บป่วย ทุพพลภาพ และที่น้ำหนักมากที่สุดคือบำนาญชราภาพ ลูกจ้างที่สมทบบนฐาน 17,500 วันนี้กำลังสะสมสิทธิบนฐานที่สูงกว่าเดิมราวสิบหกเปอร์เซ็นต์ นั่นทำให้เพดานใหม่เป็นเครื่องมือสื่อสารภายในที่ดีถ้าใช้เป็น: แทนที่จะปล่อยให้พนักงานเห็นแค่ยอดหักที่เพิ่มในสลิป องค์กรที่อธิบายว่าเงินก้อนนี้ไปเพิ่มฐานบำนาญและเงินทดแทนของเขาเอง กำลังเปลี่ยนข่าวต้นทุนให้เป็นข่าวสวัสดิการ — และนี่คือเหตุผลเชิงปฏิบัติที่สลิปเงินเดือนควรแจกแจงชัดและมีคำอธิบายแนบได้ อย่างที่เราเขียนไว้ในเรื่องสวัสดิการที่มองไม่เห็น: ความรู้สึกว่าที่นี่จัดการเรื่องเงินของฉันอย่างโปร่งใส มีมูลค่าการรักษาคนสูงกว่าที่ตัวเลขบนสลิปบอก

ค่าแรงขั้นต่ำ: สถานะจริง ณ วันเขียน และวิธีอ่านโครงสร้าง 17 ระดับ

อีกครึ่งหนึ่งของสมการต้นทุนคนคือค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งสถานะจริง ณ กลางปี 2569 คือ: อัตราปัจจุบันยังเป็นชุด 337–400 บาทใน 17 ระดับตามพื้นที่ ที่มีผลมาตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 และยังไม่มีมติปรับรอบใหม่ประกาศออกมา การไม่มีข่าวไม่ใช่ข้อมูลว่าง — มันบอกสองอย่าง หนึ่ง ธุรกิจมีหน้าต่างเวลาที่อัตรายังนิ่งให้ใช้วางระบบ และสอง ประวัติศาสตร์ของค่าแรงไทยบอกว่ารอบปรับถัดไปเป็นเรื่องของเมื่อไหร่ ไม่ใช่ว่าจะมีไหม โครงสร้าง 17 ระดับเองก็มีนัยที่ธุรกิจหลายจังหวัดควรอ่าน: ต้นทุนแรงงานของสาขาแต่ละจังหวัดไม่เท่ากันโดยกฎหมาย และระบบเงินเดือนที่ตั้งอัตราตามพื้นที่ได้ อัปเดตอัตราใหม่ได้ในวันเดียว และคำนวณโอทีบนฐานที่ถูกต้องเสมอ คือความแตกต่างระหว่างการปรับตัวหนึ่งสัปดาห์กับหนึ่งเดือนทุกครั้งที่ประกาศมาถึง — บทวิเคราะห์ต้นทุนคนฉบับเต็มของเราในเรื่องแนวโน้มแรงงาน 2027 ต่อภาพนี้ไว้แล้วอีกชั้น

ประกันสังคมเพดานเงินสมทบต้นทุนแรงงานNews Analysis

บริการที่เกี่ยวข้อง

ระบบเงินเดือนและ HR สำหรับ SME

ลงเวลา กะ OT ลางาน และคำนวณเงินเดือน จบในระบบเดียว จ่ายถูกและตรงเวลา

WhaleScope

ดูโครงสร้างตลาดของทุกหมวดธุรกิจไทย บน WhaleScope

รายชื่อบริษัท ผู้เล่นรายใหญ่ และอัตราคงอยู่ของแต่ละหมวด — จากข้อมูลจดทะเบียน 2 ล้านนิติบุคคล

อ่านต่อ

ค่าแรงและต้นทุนคนที่สูงขึ้น — ธุรกิจไทยรับมือด้วยระบบอย่างไรโดยไม่ต้องลดคน

ต้นทุนคนสูงขึ้นและหาคนยากขึ้นพร้อมกัน เป็นแรงกดดันที่ธุรกิจไทยทุกขนาดเจอ บทความนี้อธิบายว่าทำไมคำตอบที่ยั่งยืนไม่ใช่การลดคน แต่คือการทำให้คนที่มีอยู่ทำงานที่สร้างมูลค่าได้มากขึ้น และงานประเภทไหนที่ควรให้ระบบทำแทนก่อน

จ้างคนเพิ่มแล้วกำไรไม่เพิ่ม — ตัวเลขที่ต้องดูก่อนจ้างคนถัดไป

คนใหม่หนึ่งคนไม่ได้มีต้นทุนเท่าเงินเดือน และต้องสร้างรายได้เพิ่มมากกว่าที่เจ้าของส่วนใหญ่คิด บทความนี้ให้สูตรคำนวณรายได้ที่ต้องเพิ่มต่อคน และสัญญาณที่บอกว่าควรจ้างจริงหรือควรแก้ที่กระบวนการก่อน

โอทีที่ไม่ยอมหายไป: อ่านชั่วโมงล่วงเวลาเป็นสัญญาณวินิจฉัย ไม่ใช่แค่รายการค่าใช้จ่าย

โอทีตามฤดูกาลคือเรื่องปกติของธุรกิจ แต่โอทีที่เกิดทุกเดือนเท่ากันคือข้อมูลที่บอกว่ามีบางอย่างในโครงสร้างงานไม่สมดุล บทความนี้ให้วิธีอ่านรูปแบบของโอทีสามแบบ ต้นทุนจริงที่มากกว่าอัตราหนึ่งเท่าครึ่ง และคำถามที่ใช้แยกว่าควรเพิ่มคน ปรับกระบวนการ หรือปฏิเสธงาน

TikTok Shop ขึ้นค่าธรรมเนียมอีกรอบ Shopee แยกหมวดเก็บเพิ่ม: วิเคราะห์ตัวเลขจริง และมาร์จิ้นที่หายไปเงียบ ๆ ของผู้ขาย

รอบล่าสุดมีผล 5 กรกฎาคม 2569: คอมมิชชั่น TikTok Shop ขยับสูงสุดแตะราว 11.77–13.91% ตามประเภทร้าน บวกค่าธุรกรรม 3.21% และค่าโครงสร้างพื้นฐานรายออเดอร์ ขณะที่ Shopee ปรับโครงสร้างแบบแยกหมวด บางหมวด +1.5% บทความนี้เอาตัวเลขจริงมาคิดผลกระทบต่อ contribution ของร้านตัวอย่าง แล้ววิเคราะห์ว่าผู้ขายควรขยับอะไร ก่อนรอบถัดไปซึ่งประวัติบอกว่ามาแน่