BOQ คืออะไร
BOQ (บัญชีแสดงปริมาณงาน)
คำตอบสั้น ๆ
BOQ (Bill of Quantities) คือบัญชีแสดงปริมาณงานและวัสดุของโครงการก่อสร้าง แยกเป็นรายการพร้อมหน่วย ปริมาณ และราคาต่อหน่วย ใช้เป็นฐานของการเสนอราคา การเปรียบเทียบผู้รับเหมา และการเบิกงวดงาน BOQ ที่ดีทำให้ทุกฝ่ายพูดถึงงานชิ้นเดียวกันด้วยตัวเลขเดียวกัน และทำให้งานเพิ่มลดระหว่างทางมีฐานราคาที่ตกลงกันไว้แล้ว
ทำไมBOQจึงสำคัญกับธุรกิจไทย
งานที่บานปลายส่วนใหญ่ไม่ได้บานเพราะไม่มี BOQ แต่บานเพราะ BOQ ถูกใช้แค่ตอนประมูลแล้วถูกวางลง ไม่มีใครเทียบของที่ซื้อจริงกับปริมาณในบัญชี ไม่มีใครบันทึกงานเพิ่มลดเทียบกับฐานเดิม พอปิดงานจึงพบว่าซื้อปูนเกินบัญชีสิบห้าเปอร์เซ็นต์โดยไม่มีใครตอบได้ว่าไปไหน BOQ ที่มีชีวิตอยู่ตลอดโครงการคือเครื่องมือคุมต้นทุน ส่วน BOQ ที่ใช้ครั้งเดียวคือแค่เอกสารประมูล
ข้อเท็จจริงที่ควรรู้
- BOQ แยกงานเป็นรายการ หน่วย ปริมาณ และราคาต่อหน่วย ใช้เทียบผู้รับเหมาบนฐานเดียวกัน
- การเบิกงวดที่อ้าง BOQ ทำให้จ่ายตามงานที่เกิดจริง ไม่ใช่ตามปฏิทิน
- งานเพิ่มลด (VO) ต้องบันทึกเทียบกับ BOQ ฐานเสมอ มิฉะนั้นราคาปิดงานจะเถียงกันไม่จบ
- การเทียบวัสดุที่ซื้อจริงกับปริมาณใน BOQ ระหว่างทาง คือตัวจับของหายและงานเกินที่เร็วที่สุด
คำถามที่พบบ่อย
เจ้าของโครงการที่ไม่ใช่สายก่อสร้าง ใช้ BOQ อย่างไรให้เป็น
ใช้สามจุดที่ไม่ต้องอ่านแบบเป็น คือหนึ่ง เทียบราคาผู้รับเหมาทีละรายการแทนการดูแค่ยอดรวม รายการที่ถูกผิดปกติคือจุดที่มักถูกเก็บคืนทีหลังผ่านงานเพิ่ม สอง ยึดการเบิกงวดกับปริมาณงานที่ตรวจได้จริงตาม BOQ และสาม กำหนดว่างานเพิ่มลดทุกรายการต้องอ้างราคาต่อหน่วยจาก BOQ ฐาน สามข้อนี้ปิดช่องของการบานปลายไปได้มากโดยไม่ต้องมีความรู้เทคนิคลึก
ปริมาณจริงต่างจาก BOQ ได้แค่ไหนถึงผิดปกติ
งานก่อสร้างมีของเสียและเผื่อเป็นธรรมชาติ วัสดุหลักอย่างปูนและเหล็กมักเผื่อกันราวสามถึงเจ็ดเปอร์เซ็นต์ตามประเภทงาน ตัวเลขที่เกินสิบเปอร์เซ็นต์ควรมีคำอธิบายเป็นรายการ เช่น แก้งาน เปลี่ยนแบบ หรือของหาย จุดสำคัญคือการเทียบต้องเกิดระหว่างทางเป็นรายงวด เพราะส่วนต่างที่ถูกจับตอนงวดที่สอง แก้ได้ ส่วนที่ถูกพบตอนปิดโครงการ ทำได้แค่จดจำ
บริการที่เกี่ยวข้อง
ระบบสำหรับธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
คำที่เกี่ยวข้อง
- OEE (ประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักร)
- ตัวชี้วัดที่รวมความพร้อมใช้ ความเร็ว และคุณภาพของเครื่องจักรไว้ในตัวเดียว บอกว่าเครื่องผลิตได้เต็มศักยภาพแค่ไหน
- MRP (การวางแผนความต้องการวัสดุ)
- ระบบคำนวณว่าต้องสั่งวัตถุดิบชนิดใด จำนวนเท่าไร และเมื่อไร เพื่อให้ผลิตได้ทันโดยไม่สต๊อกเกินจำเป็น
- Safety Stock (สต๊อกสำรอง)
- ปริมาณสินค้าสำรองที่เก็บไว้กันของขาดเมื่อความต้องการพุ่งหรือของส่งล่าช้า ช่วยให้ขายและผลิตได้ต่อเนื่อง
- Reorder Point (จุดสั่งซื้อใหม่)
- ระดับสต๊อกที่เมื่อลดลงถึงจุดนี้ต้องสั่งของเพิ่มทันที เพื่อให้ของมาถึงก่อนที่จะหมด
- Inventory Turnover (อัตราหมุนเวียนสินค้าคงคลัง)
- ตัวเลขบอกว่าสินค้าในสต๊อกขายและเติมใหม่กี่รอบต่อปี ยิ่งสูงยิ่งแสดงว่าขายดีและเงินไม่จมในสต๊อก
- BOM (รายการวัตถุดิบ)
- รายการส่วนประกอบและปริมาณที่ใช้ผลิตสินค้าหนึ่งชิ้น เปรียบเหมือนสูตรการผลิตที่ใช้คำนวณต้นทุนและสั่งของ
อ่านต่อเรื่อง BOQ

BOQ และการคุมต้นทุนก่อสร้าง: ทำไมงานที่เสนอราคาว่ากำไร กลับขาดทุนตอนจบ
งานก่อสร้างจำนวนมากเสนอราคาโดยคิดว่าจะได้กำไร แต่พอจบงานกลับขาดทุน เพราะต้นทุนจริงบานเกิน BOQ ที่ตั้งไว้โดยไม่มีใครเห็นทันการเปรียบเทียบต้นทุนจริงกับ BOQ ตลอดหน้างาน คือสิ่งที่ทำให้ผู้รับเหมารู้ว่ากำไรกำลังรั่วตรงไหน ก่อนที่จะสายเกินแก้

การเบิกงวดงานและเงินประกันผลงาน: กระแสเงินสดของงานก่อสร้างที่ต่างจากธุรกิจทั่วไป
งานก่อสร้างไม่ได้จ่ายเงินครั้งเดียวจบ แต่เบิกเป็นงวดตามงานที่ทำเสร็จ และเจ้าของงานหักเงินประกันผลงานไว้ส่วนหนึ่งจนจบโครงการ ผู้รับเหมาที่ไม่เข้าใจจังหวะเงินนี้มักขาดสภาพคล่องทั้งที่งานไปได้ดี การบริหารการเบิกงวดและเงินประกันจึงเป็นหัวใจของการอยู่รอด

ERP สำหรับงานก่อสร้าง คุมต้นทุน BOQ และความคืบหน้าโครงการยังไง
ผู้รับเหมาหลายรายรู้ตัวว่าโครงการขาดทุนตอนงานใกล้จบ เพราะคุมต้นทุนไม่ทันเวลา บทความนี้อธิบายว่า ERP ก่อสร้างช่วยคุม BOQ ต้นทุนจริง และความคืบหน้าโครงการยังไง พร้อมตัวอย่างจริงและเช็กลิสต์
