ปากน้ำโพ: เมืองค้าส่งที่กำไรอยู่ในลูกหนี้ ไม่ใช่ในราคา — ผู้ค้าส่งที่ขายถูกกว่าคู่แข่งแต่เก็บเงินช้ากว่าสองเดือน กำลังให้เงินกู้ปลอดดอกเบี้ยแก่ทั้งภูมิภาค

นครสวรรค์เป็นเมืองค้าส่งมาตั้งแต่สมัยที่ข้าวยังล่องเรือลงกรุงเทพ และการแข่งขันของผู้ค้าส่งที่นี่ยังดูเหมือนแข่งกันที่ราคา ทั้งที่ตัวแปรที่ตัดสินกำไรจริงคือเทอมเครดิต บทความว่าด้วยต้นทุนของวันเครดิตแต่ละวันที่ไม่เคยอยู่ในใบราคา และวิธีที่ระบบค้าส่งเปลี่ยนลูกหนี้จากความหวังเป็นตัวเลข
ผู้ค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภครายหนึ่งที่ปากน้ำโพภูมิใจว่าราคาของตัวเองต่ำกว่าคู่แข่งรายใหญ่ในเมืองเดียวกันราวสองเปอร์เซ็นต์ในสินค้าหลักเกือบทุกรายการ ร้านค้าปลีกในพิจิตร อุทัยธานี และชัยนาทจึงสั่งจากเขาเป็นประจำ และยอดขายโตทุกปี สิ่งที่เขาไม่ได้เทียบคือคู่แข่งรายนั้นให้เครดิตสามสิบวันและเก็บเงินได้จริงเฉลี่ยสามสิบห้าวัน ขณะที่เขาให้ 'สามสิบวัน' บนกระดาษแต่เก็บได้จริงเฉลี่ยเก้าสิบวัน เพราะร้านค้าปลีกที่สั่งจากเขารู้ว่าเขาไม่เคยตาม และเพราะพนักงานขายหน่วยรถของเขาได้คอมมิชชันจากยอดขายไม่ใช่ยอดเก็บ ถ้าคิดต้นทุนของเงินที่จมในลูกหนี้หกสิบวันที่ต่างกัน ราคาที่ 'ถูกกว่าสองเปอร์เซ็นต์' ของเขาแพงกว่าคู่แข่งจริง ๆ — เขาไม่ได้ขายถูกกว่า เขาให้เงินกู้ปลอดดอกเบี้ยแก่ร้านค้าปลีกครึ่งภูมิภาคโดยไม่รู้ตัว และธนาคารของเขาเรียกเก็บดอกเบี้ยจากวงเงินหมุนเวียนที่เขาต้องกู้มาอุดช่องนั้นทุกเดือน นครสวรรค์เป็นเมืองค้าส่งมานาน และผู้ค้าที่นี่ยังแข่งกันด้วยตัวเลขบนใบราคา ทั้งที่ตัวเลขที่ตัดสินกำไรจริงอยู่ในเทอมเครดิตที่ไม่มีใครพิมพ์
เมืองที่เกิดมาเพื่อค้าส่ง และเหตุผลที่ลูกหนี้ของมันกระจายกว้างกว่าเมืองอื่น
งานประวัติศาสตร์เศรษฐกิจของนครสวรรค์บันทึกไว้ตรงกันว่าปากน้ำโพเคยเป็นศูนย์กลางการค้าและชุมชนจีนขนาดใหญ่ เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อภาคเหนือตอนล่างกับภาคกลางตอนบนทั้งทางน้ำ ถนน และรถไฟ ตลาดริมคลองที่นี่เคยเป็นที่ที่พ่อค้ารับซื้อข้าวจากพิจิตร ตาก และกำแพงเพชร แล้วล่องลงกรุงเทพ และชุมชนพ่อค้าแต้จิ๋วกับไหหลำเป็นฐานของโรงสี โรงเลื่อย และกิจการค้าที่เฟื่องฟูถึงขีดสุดในช่วงรัชกาลที่หกถึงต้นรัชกาลที่เจ็ด ก่อนที่การคมนาคมทางบกจะย้ายศูนย์กลางไปที่อื่น มรดกของยุคนั้นที่ยังอยู่คือโครงสร้างของธุรกิจ: ผู้ค้าส่งนครสวรรค์ยังคงรับของจากกรุงเทพแล้วกระจายขึ้นเหนือ และรับผลผลิตจากเหนือแล้วส่งลงกลาง ซึ่งแปลว่าลูกค้าของเขาอยู่ในรัศมีหลายจังหวัด และการเก็บเงินไม่ใช่การเดินข้ามถนน แต่คือการที่พนักงานหน่วยรถแวะร้านค้าปลีกในอำเภอรอบนอกของพิจิตรเดือนละครั้ง ยิ่งลูกหนี้กระจายกว้าง ต้นทุนของการตามยิ่งสูง และผู้ค้ายิ่งมีแรงจูงใจให้ 'ปล่อยไปก่อน' — ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเก้าสิบวัน
ต้นทุนของวันเครดิต: ตัวเลขที่ทำให้ราคาถูกกว่ากลายเป็นแพงกว่า
สามสิ่งที่ผู้ค้าคุมได้ และระบบที่ทำให้มันเกิดโดยไม่ต้องทะเลาะกับลูกค้า
- วงเงินต่อราย — ตั้งจากประวัติการจ่ายจริงของลูกค้ารายนั้น ไม่ใช่จากความสนิท และให้ระบบหยุดออกบิลใหม่เมื่อยอดค้างเกินวงเงินหรือเกินอายุที่กำหนด โดยพนักงานหน่วยรถเห็นสถานะบนมือถือก่อนถึงร้าน — การปฏิเสธที่มาจากระบบรักษาความสัมพันธ์ได้ดีกว่าการปฏิเสธที่มาจากคน
- รอบวางบิลที่แน่นอน — วันวางบิลและวันเก็บเงินของแต่ละเส้นทางกำหนดล่วงหน้าและพิมพ์บนใบส่งของ เพราะร้านค้าปลีกที่รู้ว่ารถจะมาเก็บทุกวันที่สิบห้า จะเตรียมเงินไว้ ส่วนร้านที่ไม่รู้จะใช้เงินไปก่อน
- คอมมิชชันจากยอดเก็บ ไม่ใช่ยอดขาย — หรืออย่างน้อยจ่ายเมื่อเก็บเงินได้ พนักงานหน่วยรถที่ได้คอมมิชชันตอนขายจะขายให้ทุกร้านที่ยอมรับของ พนักงานที่ได้ตอนเก็บจะขายให้ร้านที่จ่าย และนี่คือการเปลี่ยนแปลงที่ลด d_actual ได้มากที่สุดต่อการตัดสินใจครั้งเดียว
- หน้าจอกำไรจริงต่อลูกค้า — m_eff ต่อร้าน หลังหักต้นทุนเครดิตและค่าส่งตามเส้นทาง เพื่อให้เห็นว่าลูกค้ารายใหญ่ที่ต่อราคาและจ่ายช้าที่สุด อาจเป็นลูกค้าที่ทำกำไรน้อยที่สุดของบริษัท
สิ่งที่มักเกิดในไตรมาสแรกหลังตัวเลขปรากฏ
ผู้ค้าส่งที่เห็น d_actual ต่อลูกค้าเป็นครั้งแรกมักพบสามอย่าง อย่างแรก — ลูกหนี้กระจุกตัว: ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ของลูกค้าถือแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของวันเครดิตส่วนเกิน และการคุยกับสิบร้านเปลี่ยนตัวเลขทั้งบริษัท อย่างที่สอง — พนักงานหน่วยรถแต่ละคนมี d_actual ต่างกันมากในเส้นทางที่คล้ายกัน ซึ่งบอกว่าปัญหาไม่ใช่ลูกค้าแต่คือวินัยการเก็บ และการเปลี่ยนคอมมิชชันแก้ได้ในสองรอบวางบิล อย่างที่สาม — ยอดขายลดลงเล็กน้อยในเดือนแรกเมื่อระบบเริ่มหยุดออกบิลให้ร้านที่เกินวงเงิน แล้วกำไรจริงเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนที่สอง เพราะร้านที่หายไปคือร้านที่ไม่เคยจ่ายอยู่แล้ว เจ้าของที่ไม่เตรียมใจกับข้อที่สามมักถอยในสัปดาห์ที่สอง และกลับไปเก้าสิบวันภายในหนึ่งไตรมาส สิ่งที่ทำให้อยู่ต่อได้คือหน้าจอ m_eff ที่แสดงให้เห็นว่ายอดขายที่หายไปห้าเปอร์เซ็นต์ แลกกับกำไรจริงที่เพิ่มขึ้นครึ่งหนึ่ง และในเมืองที่ผู้ค้ายังแข่งกันที่ตัวเลขบนใบราคา ผู้ค้ารายแรกที่แข่งด้วย m_eff จะเป็นรายที่มีเงินสดพอซื้อของถูกจากกรุงเทพในวันที่คู่แข่งต้องรอเก็บเงินก่อน
คำถามที่พบบ่อย
ถ้าคุมเครดิตเข้มขึ้น ลูกค้าจะย้ายไปคู่แข่งที่ปล่อยยาวกว่าไหม
บางรายจะย้าย และนั่นคือรายที่ควรให้ย้าย เพราะลูกค้าที่เลือกซัพพลายเออร์จากเทอมเครดิตที่ยาวที่สุดคือลูกค้าที่จะจ่ายช้าที่สุดกับใครก็ตาม ประสบการณ์ในภาคเหนือคือยอดขายลดราวห้าเปอร์เซ็นต์ในเดือนแรก แล้วกำไรจริงเพิ่มตั้งแต่เดือนที่สอง สิ่งที่ต้องทำคู่กันคือให้ลูกค้าที่จ่ายตรงได้อะไรตอบแทน — ส่วนลดเงินสดเล็กน้อย วงเงินที่สูงขึ้น หรือคิวส่งก่อน — เพื่อให้การจ่ายตรงเป็นสิ่งที่คุ้ม ไม่ใช่แค่สิ่งที่ถูกบังคับ
ผู้ค้าส่งที่ยังใช้สมุดและไลน์กับหน่วยรถ ต้องมีระบบระดับไหน
เริ่มจากแอปหน่วยรถบนมือถือที่เปิดบิล รับชำระ และเห็นยอดค้างกับวงเงินของร้านก่อนถึงหน้าร้าน บวกหลังบ้านที่บันทึกวันออกบิลกับวันรับเงิน ซึ่งพอสำหรับคำนวณ d_actual และ m_eff ต่อลูกค้า สต๊อกหลายคลังและการจัดเส้นทางค่อยตามมา และตั้งแต่วันแรกควรกำหนดคอมมิชชันจากยอดเก็บในระบบ เพราะการเปลี่ยนทีหลังยากกว่าตั้งตั้งแต่ต้นมาก
นครสวรรค์อยู่ใกล้กรุงเทพกว่าเชียงใหม่ ทำไมต้องใช้ทีมภาคเหนือ
ไม่ใช่เพราะระยะทาง และควรพูดตรง ๆ ข้อได้เปรียบคือระบบค้าส่งแบบเดียวกัน — วงเงินต่อราย รอบวางบิล หน่วยรถบนมือถือ และหน้าจอกำไรจริงต่อลูกค้า — ที่ทีมภาคเหนือวางให้ผู้ค้าส่งในเชียงใหม่และลำพูนมาแล้ว ในราคาระดับภูมิภาคที่ต่ำกว่าทีมกรุงเทพ และงานเกือบทั้งหมดทำผ่านรีโมตไม่ว่าทีมจะอยู่เมืองไหน รอบเข้าไซต์ที่ต้องมีจริงจัดร่วมกับงานในพิจิตรและอุทัยธานี
🧮 ลองคำนวณด้วยตัวเอง
คำนวณกำไรจริงหลังหักต้นทุนวันเครดิตและหนี้สูญ
ขายถูกกว่าคู่แข่งสองเปอร์เซ็นต์แต่เก็บเงินช้ากว่าหกสิบวัน ใครกำไรมากกว่ากันจริง ๆ — สูตรที่ผู้ค้าส่งควรคิดก่อนใบราคา
กำไรจริงต่อบาทที่ขาย
4.53 %
กำไรจริงเหลือ 4.53% ต่อบาทที่ขาย — ลองใส่ตัวเลขของคู่แข่งที่ขายแพงกว่าแต่เก็บเงินได้ใน 35 วัน แล้วดูว่าใครกำไรมากกว่ากันจริง
บริการที่เกี่ยวข้อง
ระบบค้าส่งและขายเครดิต B2B
ราคาหลายระดับ วงเงินเครดิต วางบิลตามรอบ และลูกหนี้ที่ตามได้จริง
WhaleScope
ดูโครงสร้างตลาดของธุรกิจค้าส่งและกระจายสินค้า บน WhaleScope
รายชื่อบริษัท ผู้เล่นรายใหญ่ อัตราคงอยู่ และการกระจายรายจังหวัดของหมวดการขายส่งเครื่องจักรและอุปกรณ์ — จากข้อมูลจดทะเบียน 2 ล้านนิติบุคคล
อ่านต่อ

ขายเครดิตให้โตโดยไม่จมกับลูกหนี้ — วงเงิน อายุหนี้ และวินัยการวางบิล
ธุรกิจค้าส่งที่เงินสดตึงทั้งที่ยอดขายโต มักไม่ได้ขายผิด แต่ปล่อยเครดิตโดยไม่มีเครื่องมือคุม บทความนี้อธิบายสามเครื่องมือที่เปลี่ยนลูกหนี้ให้กลับมาเป็นเงินสดตามรอบ

ระบบจัดการธุรกิจค้าส่ง คุมสต็อก ราคา และลูกหนี้ให้อยู่หมัด
ธุรกิจค้าส่งกำไรบาง แต่หมุนเงินเร็ว ถ้าสต็อกเพี้ยน ราคาผิด หรือลูกหนี้ค้างนาน กำไรหายหมด คู่มือนี้อธิบายวิธีวางระบบให้คุมทั้งสามเรื่องได้จริง

ต้นทุนต่อเที่ยววิ่งคิดยังไงให้ครบ: สูตรที่ทำให้รู้ว่าเที่ยวไหนกำไร เที่ยวไหนวิ่งฟรี และขากลับเปล่าแพงแค่ไหน
ธุรกิจที่มีรถวิ่งงาน — ขนส่งรับจ้างหรือส่งของตัวเอง — ส่วนใหญ่ตั้งราคาต่อเที่ยวจากราคาตลาดและความรู้สึก ทั้งที่ต้นทุนจริงต่อเที่ยวคำนวณได้ บทความนี้ให้สูตรที่นับครบทั้งน้ำมัน ค่าเสื่อม ซ่อมบำรุง คนขับ และเที่ยวเปล่าขากลับ พร้อมตัวอย่างที่เผยว่างานที่ดูกำไร แท้จริงวิ่งฟรีมาตลอด

จัดการใบแจ้งหนี้และการวางบิลยังไงให้เก็บเงินได้เร็วขึ้น
ใบแจ้งหนี้ที่ส่งช้าและตามยากทำให้เงินสดสะดุด คู่มือนี้สอนวางระบบวางบิลและติดตามหนี้ให้เก็บเงินได้เร็วขึ้น ลดเวลาและลดการลืม
