ต้นทุนต่อเที่ยววิ่งคิดยังไงให้ครบ: สูตรที่ทำให้รู้ว่าเที่ยวไหนกำไร เที่ยวไหนวิ่งฟรี และขากลับเปล่าแพงแค่ไหน

24 สิงหาคม 2569อ่าน 9 นาที
ต้นทุนต่อเที่ยววิ่งคิดยังไงให้ครบ: สูตรที่ทำให้รู้ว่าเที่ยวไหนกำไร เที่ยวไหนวิ่งฟรี และขากลับเปล่าแพงแค่ไหน

ธุรกิจที่มีรถวิ่งงาน — ขนส่งรับจ้างหรือส่งของตัวเอง — ส่วนใหญ่ตั้งราคาต่อเที่ยวจากราคาตลาดและความรู้สึก ทั้งที่ต้นทุนจริงต่อเที่ยวคำนวณได้ บทความนี้ให้สูตรที่นับครบทั้งน้ำมัน ค่าเสื่อม ซ่อมบำรุง คนขับ และเที่ยวเปล่าขากลับ พร้อมตัวอย่างที่เผยว่างานที่ดูกำไร แท้จริงวิ่งฟรีมาตลอด

เราเคยเขียนเรื่องการจัดการรถและเส้นทางไว้แล้ว — ลดน้ำมัน จัดรอบ ส่งให้ตรงเวลา แต่มีคำถามที่มาก่อนหน้านั้นและธุรกิจรถจำนวนมากตอบไม่ได้: เที่ยวที่เพิ่งวิ่งจบไปเมื่อเช้า กำไรหรือขาดทุนกี่บาท ราคาต่อเที่ยวของวงการมักถูกตั้งด้วยสองแรง — ราคาที่เจ้าอื่นคิด กับความรู้สึกว่าน่าจะพอ — และทั้งสองแรงไม่มีตัวไหนรู้จักต้นทุนจริงของรถคันนั้นเลย ผลคืออาการที่เจ้าของรถหลายรายคุ้นดี: วิ่งทั้งเดือน รถไม่เคยว่าง แต่พอถึงงวดค่างวดรถกับค่าซ่อมใหญ่ เงินที่ควรเหลือกลับไม่เหลือ เพราะมีบางเส้นทาง บางลูกค้า ที่วิ่งขาดทุนปนอยู่โดยไม่มีใครชี้ได้ว่าเที่ยวไหน ความจริงที่ต้องยอมรับก่อนคือ ต้นทุนต่อเที่ยวไม่ใช่แค่ค่าน้ำมันกับค่าแรงคนขับ สองก้อนนั้นแค่ก้อนที่มองเห็น ก้อนที่ฆ่าธุรกิจรถคือก้อนที่มาช้า: ยาง เบรก ค่าซ่อมใหญ่ และมูลค่ารถที่หายไปทุกกิโลเมตร

Ctrip=(F+D+M)×km+Wdriver+Ttolls+FixedmonthtripsmonthC_{trip} = (F + D + M) \times km + W_{driver} + T_{tolls} + \dfrac{Fixed_{month}}{trips_{month}}
สามก้อนแรกคิดต่อกิโลเมตร: F คือค่าน้ำมันจริงต่อ กม. (ราคาน้ำมันหารอัตรากินจริงของคันนั้น) D คือค่าเสื่อม (ราคารถลบราคาขายต่อ หารด้วย กม. ที่คาดว่าจะใช้) และ M คือซ่อมบำรุงเฉลี่ย (ยาง เบรก เช็คระยะ ซ่อมใหญ่ หารด้วย กม.) จากนั้นบวกค่าแรงคนขับของเที่ยว ค่าทางด่วน และต้นทุนคงที่รายเดือน (ประกัน ภาษี พ.ร.บ. ที่จอด) หารด้วยจำนวนเที่ยวจริงต่อเดือน

แทนตัวเลขให้เห็นของจริง รถหกล้อคันหนึ่งวิ่งงานประจำเชียงใหม่–ลำปาง ไปกลับราว 200 กม. ค่าน้ำมันตกกิโลเมตรละ 4.5 บาท ค่าเสื่อม: รถ 1.5 ล้าน คาดใช้ 600,000 กม. ขายต่อได้ 300,000 = 2 บาทต่อ กม. ซ่อมบำรุงเฉลี่ยจากประวัติจริงอีก 1.5 บาทต่อ กม. รวมต้นทุนวิ่ง 8 บาทต่อ กม. คูณ 200 กม. = 1,600 บาท บวกค่าแรงคนขับเที่ยวละ 700 ต้นทุนคงที่เดือนละ 15,000 หารเฉลี่ย 50 เที่ยว = 300 รวมต้นทุนต่อเที่ยวราว 2,600 บาท — ทีนี้ถ้างานนี้รับอยู่เที่ยวละ 2,800 กำไรจริงคือ 200 บาทต่อเที่ยว ไม่ใช่พันกว่าบาทอย่างที่รู้สึกตอนหักแค่ค่าน้ำมันกับคนขับ และประเด็นที่เจ็บกว่านั้นคือขากลับ: ถ้ารถกลับเปล่า ต้นทุน 200 กม. นั้นถูกจ่ายเต็มโดยไม่มีรายได้สักบาท เที่ยวเปล่าขากลับจึงไม่ใช่เรื่องเสียดาย มันคือครึ่งหนึ่งของโครงสร้างต้นทุนทั้งเส้นทาง งานขากลับราคาถูก (backhaul) ที่ครอบแค่ต้นทุนวิ่งก็ยังดีกว่าลมเสมอ — และการจะรับงานแบบนั้นได้ทันเวลา ต้องรู้ต้นทุนต่อ กม. ของตัวเองแม่นพอที่จะตอบราคาได้ในนาทีเดียว

จากสูตรครั้งเดียว สู่ระบบที่ตอบทุกเที่ยว

สูตรนี้คำนวณมือได้หนึ่งครั้งเพื่อเปิดตา แต่มูลค่าจริงเกิดเมื่อมันทำงานทุกเที่ยวโดยอัตโนมัติ: บันทึกทุกเที่ยว (เส้นทาง กม. งานของลูกค้าราย ไหน ราคา) บันทึกน้ำมันทุกครั้งที่เติมผูกกับทะเบียนรถ และบันทึกค่าซ่อมทุกใบผูกกับคัน เท่านี้รายงานที่ธุรกิจรถไม่เคยมีก็เกิดเอง: กำไรจริงต่อเที่ยว ต่อเส้นทาง ต่อลูกค้า และต่อรถแต่ละคัน — คันไหนอัตรากินน้ำมันเริ่มผิดปกติ (สัญญาณซ่อมล่วงหน้า) ลูกค้ารายไหนที่ยอดวิ่งเยอะแต่กำไรติดลบมาตลอด และเส้นทางไหนควรขึ้นราคาหรือหางานขากลับเพิ่ม การตัดสินใจที่เคยเถียงกันด้วยความรู้สึก — รับงานนี้ดีไหม ขึ้นราคาได้ไหม ซื้อรถเพิ่มคุ้มไหม — กลายเป็นการเปิดตารางเดียวแล้วเห็นตรงกัน หลักเดียวกับที่เราเขียนไว้ทั้งซีรีส์: ธุรกิจไม่ได้ต้องการตัวเลขมากขึ้น มันต้องการตัวเลขที่ถูกบันทึก ณ ที่ที่มันเกิด แล้วให้ระบบประกอบเป็นคำตอบเอง

🧮 ลองคำนวณด้วยตัวเอง

คำนวณต้นทุนต่อเที่ยววิ่ง

รถขนส่งหนึ่งเที่ยวมีต้นทุนจริงเท่าไหร่ นับครบทั้งน้ำมัน ค่าเสื่อม ซ่อมบำรุง คนขับ และต้นทุนคงที่

C=(F+D+M)×km+W+T+FixedtripsC = (F + D + M) \times km + W + T + \dfrac{Fixed}{trips}

ต้นทุนจริงต่อเที่ยว

2,600 บาท

เที่ยวนี้มีต้นทุนจริงราว 2,600 บาท — ราคารับงานที่ต่ำกว่านี้คือการวิ่งฟรี และงานขากลับที่ครอบต้นทุนวิ่งได้ก็ยังดีกว่าลมเสมอ

เปิดเครื่องมือเต็มหน้า →
ต้นทุนขนส่งต่อเที่ยวรถขนส่งโลจิสติกส์

บริการที่เกี่ยวข้อง

ระบบสำหรับธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์

บันทึกต่อเที่ยว น้ำมันและซ่อมรายคัน กำไรต่อเส้นทาง และงานขากลับ

WhaleScope

ดูโครงสร้างตลาดของธุรกิจขนส่ง คลังสินค้า และโลจิสติกส์ บน WhaleScope

รายชื่อบริษัท ผู้เล่นรายใหญ่ อัตราคงอยู่ และการกระจายรายจังหวัดของหมวดการขนส่งและขนถ่ายสินค้า — จากข้อมูลจดทะเบียน 2 ล้านนิติบุคคล

อ่านต่อ

ของตีกลับ COD กินกำไรเงียบกว่าที่คิด: วัดอัตราตีกลับให้เป็น แล้วลดมันด้วยข้อมูล ไม่ใช่ดวง

กล่องที่ตีกลับหนึ่งใบไม่ได้เสียแค่ค่าส่ง แต่เสียสองเที่ยวขนส่ง ค่าแพ็คใหม่ เงินจมระหว่างทาง และบางครั้งเสียสินค้าทั้งชิ้น บทความนี้กางสูตรต้นทุนจริงของการตีกลับ วิธีวัดอัตราแยกตามสินค้า ช่องทาง และพื้นที่ แล้วไล่บันไดวิธีลดที่พิสูจน์แล้ว ตั้งแต่การยืนยันออเดอร์จนถึงการเปลี่ยน COD เป็นโอนก่อน

ธุรกิจขนส่งที่ยังจัดรถด้วยโทรศัพท์กับกระดาษ ในปีที่ลูกค้าขอเห็นสถานะเอง

ลูกค้าขนส่งปี 2026–2027 ขอสามอย่างที่กระดาษให้ไม่ได้ คือสถานะที่ดูเองได้ หลักฐานส่งมอบทันที และราคาที่ตอบเร็ว ขณะที่ต้นทุนน้ำมันผันผวนจนการรับงานด้วยราคาจำทำให้วิ่งขาดทุนโดยไม่รู้ตัว บทความนี้ไล่ว่าควรเปลี่ยนอะไรก่อนและอะไรยังไม่ต้อง

บริหารหลายคลังสินค้า — รู้ว่าของอยู่คลังไหน ควรส่งจากที่ไหน และควรเก็บอะไรไว้ตรงไหน

เมื่อธุรกิจมีคลังมากกว่าหนึ่งแห่ง คำถามง่าย ๆ ว่ามีของพอไหมกลายเป็นคำถามยาก เพราะของกระจายอยู่หลายที่และแต่ละที่รู้แค่ของตัวเอง บทความนี้อธิบายการบริหารหลายคลังที่ทำให้เห็นภาพรวม จัดสรรของได้ถูก และเลือกคลังส่งที่คุ้มที่สุด

พิษณุโลก: เมืองที่ของไหลผ่านและคนไหลเข้า — สองธุรกิจที่ต้องการระบบคนละแบบ และเหตุผลที่ระบบเดียวรับทั้งสองอย่างไม่ได้

ที่สี่แยกอินโดจีน ธุรกิจวัดตัวเองด้วยต้นทุนต่อหน่วยที่เคลื่อนผ่าน ส่วนรอบโรงพยาบาลและมหาวิทยาลัย ธุรกิจวัดตัวเองด้วยการใช้กำลังที่มีอยู่ให้เต็ม สองตัวชี้วัดนี้ขัดกันในทุกการตัดสินใจเรื่องระบบ และเมืองนี้มีทั้งสองอย่างอยู่ห่างกันสิบนาที