ปรับกระบวนการทำงาน: วิธีที่ใช้ได้จริงห้าขั้น และวิธีรู้ว่าปัญหาของคุณต้องแก้ด้วยกระบวนการหรือด้วยระบบ

25 สิงหาคม 2569อ่าน 12 นาที
ปรับกระบวนการทำงาน: วิธีที่ใช้ได้จริงห้าขั้น และวิธีรู้ว่าปัญหาของคุณต้องแก้ด้วยกระบวนการหรือด้วยระบบ

ธุรกิจจำนวนมากซื้อซอฟต์แวร์มาแก้ปัญหาที่แท้จริงเป็นปัญหากระบวนการ แล้วได้ปัญหาเดิมที่เร็วขึ้นและแพงขึ้น บทความนี้ให้วิธีปรับกระบวนการห้าขั้นที่ทำได้เองก่อนลงทุนอะไร ตั้งแต่การวาดกระบวนการจริง การวัดเวลารอ การหาคอขวด ไปจนถึงการล็อกวิธีใหม่ให้อยู่ พร้อมเกณฑ์ตัดสินว่าเมื่อไรถึงถึงเวลาของระบบจริง ๆ

ประโยคที่เราได้ยินบ่อยที่สุดในการประชุมแรกคือ อยากได้ระบบมาช่วยจัดการตรงนี้หน่อย และคำถามแรกที่เราถามกลับเสมอคือ ตอนนี้ตรงนี้ทำงานยังไง คำตอบที่ได้มักเป็นการเล่ากระบวนการในอุดมคติที่เขียนไว้ในหัว ไม่ใช่กระบวนการจริงที่เกิดขึ้นหน้างาน และช่องว่างระหว่างสองอย่างนี้คือที่ที่เงินหายไปเงียบที่สุด เพราะซอฟต์แวร์ไม่ได้แก้กระบวนการที่พัง มันเร่งความเร็วของกระบวนการที่มีอยู่ กระบวนการที่ดีถูกเร่งแล้วดีขึ้น กระบวนการที่พังถูกเร่งแล้วพังเร็วขึ้น แพงขึ้น และเลิกยากขึ้น บทความนี้จึงเป็นสิ่งที่เราอยากให้ทุกธุรกิจอ่านก่อนตัดสินใจลงทุนระบบ: วิธีปรับกระบวนการทำงานด้วยตัวเองห้าขั้น ที่หลายครั้งแก้ปัญหาได้โดยไม่ต้องซื้ออะไรเลย และเกณฑ์ที่บอกได้ว่าเมื่อไรถึงถึงคิวของระบบจริง ๆ

ขั้นที่หนึ่ง: วาดกระบวนการจริง ไม่ใช่กระบวนการที่ควรจะเป็น

การวาดกระบวนการไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ กระดาษแผ่นเดียวกับปากกาพอ แต่ต้องใช้กติกาสองข้อที่คนมักละเลย ข้อแรก วาดจากคนที่ทำงานจริง ไม่ใช่จากหัวหน้า เพราะหัวหน้าเล่ากระบวนการที่ออกแบบไว้ ส่วนคนหน้างานรู้กระบวนการที่เกิดขึ้นจริงพร้อมทางลัดทั้งหมดที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้งานเดินได้ ข้อสอง วาดทุกจุดที่งานเปลี่ยนมือ เพราะทุกการส่งต่อคือจุดที่งานหยุดรอ และเวลารอคือสิ่งที่เราจะไปวัดในขั้นถัดไป วิธีที่เร็วที่สุดคือเลือกงานจริงหนึ่งชิ้น — ออเดอร์หนึ่งใบ ใบเสนอราคาหนึ่งฉบับ การรับพนักงานหนึ่งคน — แล้วเดินตามมันตั้งแต่วินาทีที่เกิดจนถึงวินาทีที่จบ จดทุกมือที่แตะและทุกที่ที่มันนอนรอ สิ่งที่เกือบทุกธุรกิจค้นพบในขั้นนี้เหมือนกันคือจำนวนขั้นตอนจริงมากกว่าที่ใครคิดไว้สองถึงสามเท่า และมีอย่างน้อยหนึ่งขั้นที่ไม่มีใครอธิบายได้ว่าทำไมยังมีอยู่ นอกจากคำว่าทำกันมาแบบนี้

ขั้นที่สอง: วัดเวลา และแยกเวลาทำงานออกจากเวลารอ

ขั้นนี้คือขั้นที่เปลี่ยนความเห็นให้เป็นข้อเท็จจริง สำหรับแต่ละขั้นตอนบนแผนที่ ให้บันทึกสองตัวเลข: เวลาที่ใช้ทำงานจริง กับเวลาที่งานนอนรออยู่ก่อนจะมีคนหยิบไปทำ ตัวเลขคู่นี้เกือบทุกครั้งเผยเรื่องเดียวกัน — ใบเสนอราคาที่ใช้เวลาเขียนจริงยี่สิบนาที แต่ใช้เวลาสามวันกว่าจะถึงมือลูกค้า เพราะรออนุมัติสองวันครึ่ง เมื่อเห็นตัวเลขแบบนี้ ความพยายามที่คนมักทุ่มไป — ฝึกให้เขียนใบเสนอราคาเร็วขึ้น — ก็เผยตัวว่าเป็นการแก้ที่ยี่สิบนาที ในปัญหาที่ใหญ่สามวัน กติกาที่มีประโยชน์ที่สุดของขั้นนี้คืออย่าวัดด้วยการถาม ให้วัดด้วยการดูของจริงย้อนหลัง: เวลาที่ออเดอร์เข้าระบบกับเวลาที่มันถูกส่ง เวลาที่คำขอถูกส่งกับเวลาที่ได้รับอนุมัติ ข้อมูลพวกนี้มักมีอยู่แล้วในแชท อีเมล หรือระบบที่ใช้อยู่ และมันแม่นกว่าความทรงจำของทุกคนรวมกัน

ขั้นที่สาม: หาคอขวดหนึ่งจุด ไม่ใช่ปรับทุกจุด

เมื่อได้ตัวเลขเวลาครบทุกขั้น คอขวดจะประกาศตัวเอง มันคือขั้นที่งานกองรออยู่หน้ามันมากที่สุด ตรรกะนี้เหมือนกันทุกที่ไม่ว่าจะเป็นไลน์ผลิตหรือโต๊ะทำงาน ตามที่เราเขียนไว้ทั้งในเรื่องทฤษฎีข้อจำกัดและกฎของลิตเติล และหลักที่สำคัญที่สุดคือ การปรับปรุงจุดที่ไม่ใช่คอขวดไม่ได้ทำให้กระบวนการเร็วขึ้นเลยแม้แต่วินาทีเดียว มันแค่ทำให้กองงานหน้าคอขวดใหญ่ขึ้น ธุรกิจจำนวนมากเสียเวลาเป็นปีกับการทำให้ทุกแผนกเก่งขึ้นพร้อมกัน ทั้งที่การแก้จุดเดียวที่ถูกจุดให้ผลมากกว่ารวมกันทั้งหมด เมื่อเจอคอขวดแล้ว คำถามถัดไปไม่ใช่จะเพิ่มคนตรงนั้นไหม แต่คือทำไมมันถึงช้า คำตอบที่พบบ่อยที่สุดสามข้อ: มันรอข้อมูลจากขั้นก่อนหน้าที่ส่งมาไม่ครบ มันรอการตัดสินใจจากคนที่ไม่ว่าง หรือมันทำงานที่จริง ๆ แล้วไม่จำเป็นต้องทำเลย

ขั้นที่สี่: ออกแบบใหม่ด้วยสี่คำถาม

  • ตัดได้ไหม — ขั้นตอนที่มีอยู่เพราะเคยมีปัญหาเมื่อห้าปีก่อนแต่ปัญหานั้นหายไปแล้ว คือขั้นตอนที่ตัดได้ทันที การตัดหนึ่งขั้นตอนดีกว่าการทำให้ขั้นตอนนั้นเร็วขึ้นเสมอ
  • รวมได้ไหม — สองขั้นตอนที่คนเดียวกันทำแต่คนละเวลา มักรวมเป็นครั้งเดียวได้ ทุกการรวมลดจุดส่งต่อลงหนึ่งจุด และจุดส่งต่อคือที่ที่เวลารอเกิด
  • ทำขนานได้ไหม — ขั้นตอนที่ไม่ต้องรอผลของกันและกัน ไม่มีเหตุผลต้องเรียงต่อกัน การเตรียมเอกสารกับการเช็คสต๊อกทำพร้อมกันได้ ถ้าไม่มีใครเคยตั้งคำถามว่าทำไมต้องรอ
  • ย้ายการตัดสินใจลงมาได้ไหม — การอนุมัติที่ต้องขึ้นไปถึงเจ้าของทุกครั้งคือคอขวดที่พบบ่อยที่สุดในธุรกิจ SME การให้อำนาจอนุมัติในวงเงินที่กำหนดกับคนหน้างาน แก้เวลารอได้มากกว่าการซื้อระบบใด ๆ

ขั้นที่ห้า: ล็อกวิธีใหม่ ไม่งั้นมันจะกลับไปเหมือนเดิมใน 6 สัปดาห์

ขั้นที่ถูกข้ามบ่อยที่สุดคือขั้นสุดท้าย และเป็นเหตุผลที่การปรับกระบวนการส่วนใหญ่ล้มเหลวแบบเงียบ ๆ ทีมตกลงวิธีใหม่ในห้องประชุม ทำตามได้สองสัปดาห์ แล้วค่อย ๆ ไหลกลับไปวิธีเดิมโดยไม่มีใครประกาศ เพราะวิธีเดิมคือวิธีที่มือจำได้ การล็อกวิธีใหม่ต้องการสามอย่าง หนึ่ง เขียนวิธีใหม่ไว้ในที่ที่คนทำงานเห็นตอนทำงาน ไม่ใช่ในไฟล์ที่ต้องเปิดหา สอง มีตัวเลขหนึ่งตัวที่วัดว่าวิธีใหม่ถูกใช้จริง — เช่น เปอร์เซ็นต์ของใบเสนอราคาที่ออกภายในหนึ่งวัน — และมีคนหนึ่งคนเป็นเจ้าของตัวเลขนั้น และสาม ทำให้วิธีเดิมทำได้ยากขึ้น ถ้าเป็นไปได้ เพราะกติกาที่พึ่งความตั้งใจแพ้ความเคยชินเสมอ ข้อสุดท้ายนี้เองที่มักเป็นเหตุผลที่แท้จริงของการซื้อระบบ: ระบบที่ออกแบบดีไม่ได้แค่ทำให้เร็วขึ้น มันทำให้วิธีที่ถูกกลายเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด

แล้วเมื่อไรถึงถึงคิวของระบบจริง ๆ

เกณฑ์ของเราเรียบง่ายและใช้ได้กับทุกธุรกิจ ระบบคุ้มเมื่อเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งในสามข้อนี้ หนึ่ง กระบวนการนิ่งแล้วแต่ปริมาณงานเกินกำลังคน — คือรู้แล้วว่าขั้นตอนที่ถูกคืออะไร ทำมือได้ผลดี แต่ทำมือไม่ทันเมื่อยอดโต นี่คือกรณีที่ระบบให้ผลตอบแทนชัดที่สุด สอง ข้อมูลชุดเดียวต้องถูกใช้ซ้ำหลายที่ — ออเดอร์ที่ต้องไปโผล่ในสต๊อก บัญชี และรายงาน การคีย์ซ้ำสามที่คือปัญหาที่กระบวนการแก้ไม่ได้ ต้องใช้ระบบ และสาม ความผิดพลาดมีต้นทุนสูงกว่าค่าระบบ — งานที่พลาดแล้วเสียเงินหรือเสียลูกค้าอย่างมีนัยยะ ควรมีระบบที่ทำให้พลาดยาก ในทางกลับกัน ถ้ากระบวนการยังเปลี่ยนทุกเดือน ยังไม่มีใครตกลงว่าวิธีที่ถูกคืออะไร หรือปัญหาจริงคือคนไม่พอในขั้นตอนที่ตัดทิ้งได้ การซื้อระบบตอนนี้คือการจ่ายเงินเพื่อฝังความไม่ลงตัวลงในซอฟต์แวร์ — ซึ่งแพงกว่าการรออีกสามเดือนแล้วทำให้ถูกมาก

คำถามที่พบบ่อย

ปรับกระบวนการทำงานคืออะไร

ปรับกระบวนการทำงานคือการออกแบบเส้นทางที่งานเดินจากจุดเริ่มถึงจุดจบใหม่ ให้ใช้ขั้นตอนน้อยลง มีเวลารอระหว่างขั้นตอนสั้นลง และเกิดข้อผิดพลาดน้อยลง โดยไม่ได้เรียกร้องให้คนทำงานเร็วขึ้น จุดสำคัญคือกระบวนการส่วนใหญ่เสียเวลาไปกับการรอระหว่างขั้นตอนมากกว่าเวลาที่ใช้ทำงานจริง การลดเวลารอจึงให้ผลมากกว่าการเร่งความเร็วของคน

เริ่มปรับกระบวนการจากตรงไหนดี ถ้าไม่เคยทำมาก่อน

เริ่มจากงานจริงหนึ่งชิ้นที่เจ็บที่สุด แล้วเดินตามมันตั้งแต่ต้นจนจบ จดทุกมือที่แตะและทุกจุดที่งานนอนรอ พร้อมเวลาที่ใช้จริงกับเวลาที่รอในแต่ละขั้น จากนั้นหาขั้นที่มีงานกองรออยู่หน้ามันมากที่สุด นั่นคือคอขวด และแก้ที่จุดนั้นจุดเดียวก่อน วิธีนี้ใช้เวลาไม่กี่วันและไม่ต้องลงทุนอะไร แต่มักเผยว่าปัญหาจริงอยู่คนละที่กับที่ทุกคนคิด

ควรปรับกระบวนการก่อน หรือซื้อระบบก่อน

ควรปรับกระบวนการก่อนเสมอ เพราะซอฟต์แวร์ไม่ได้แก้กระบวนการที่พัง มันเร่งความเร็วของกระบวนการที่มีอยู่ กระบวนการที่พังเมื่อถูกฝังลงระบบจะแพงขึ้นและแก้ยากขึ้น ระบบจะคุ้มก็ต่อเมื่อกระบวนการนิ่งแล้วแต่ปริมาณงานเกินกำลังคน ข้อมูลชุดเดียวต้องถูกใช้ซ้ำหลายที่ หรือความผิดพลาดมีต้นทุนสูงกว่าค่าระบบ

ทำไมกระบวนการที่ปรับแล้วมักกลับไปเหมือนเดิม

เพราะวิธีเดิมคือวิธีที่มือของคนทำงานจำได้ และกติกาที่พึ่งความตั้งใจแพ้ความเคยชินเสมอ การล็อกวิธีใหม่ต้องมีสามอย่าง: เขียนวิธีใหม่ไว้ตรงที่คนเห็นตอนทำงานจริง มีตัวเลขหนึ่งตัวที่วัดว่าวิธีใหม่ถูกใช้จริงและมีเจ้าของ และทำให้วิธีเดิมทำได้ยากขึ้นถ้าเป็นไปได้ — ซึ่งข้อสุดท้ายมักเป็นเหตุผลที่แท้จริงของการลงทุนระบบ

ปรับกระบวนการทำงานProcess Improvementลดขั้นตอนWorkflow

บริการที่เกี่ยวข้อง

Workflow Audit ฟรี

หนึ่งชั่วโมงไล่ดู workflow จริงของธุรกิจคุณ แล้วบอกตรง ๆ ว่าควรทำอะไรก่อน

WhaleScope

ดูโครงสร้างตลาดของทุกหมวดธุรกิจไทย บน WhaleScope

รายชื่อบริษัท ผู้เล่นรายใหญ่ และอัตราคงอยู่ของแต่ละหมวด — จากข้อมูลจดทะเบียน 2 ล้านนิติบุคคล

อ่านต่อ

ระบบอนุมัติเอกสารออนไลน์ — เลิกเดินตามลายเซ็น แล้วอนุมัติจบจากมือถือ

ใบขอซื้อ ใบเสนอราคา ใบลา และเอกสารที่ต้องรอเซ็น คือคอขวดเงียบ ๆ ที่ทำให้งานทั้งบริษัทช้า บทความนี้อธิบายว่าระบบอนุมัติออนไลน์ทำงานอย่างไร ลดเวลารอจากหลายวันเหลือไม่กี่ชั่วโมงได้อย่างไร และควรเริ่มจากเอกสารตัวไหนก่อน

สำนักงานบัญชี: จัดการลูกค้าหลายสิบราย เดดไลน์ยื่นภาษี และงานซ้ำรายเดือนโดยไม่มีอะไรตกหล่น

สำนักงานบัญชีรับผิดชอบลูกค้าหลายสิบรายที่แต่ละรายมีเดดไลน์ยื่นภาษีและงานปิดงบของตัวเอง งานส่วนใหญ่ซ้ำทุกเดือนแต่พลาดไม่ได้เพราะมีค่าปรับ ระบบที่ติดตามงานของทุกลูกค้าและเตือนก่อนเดดไลน์ คือสิ่งที่เปลี่ยนสำนักงานจากการวิ่งตามงานด้วยความจำ เป็นการคุมงานที่ไม่มีอะไรหลุด

เอเจนซีโฆษณาและครีเอทีฟ: จัดการงานลูกค้าหลายราย รีวิชันที่ไม่จบ และเดดไลน์ที่ชนกัน

เอเจนซีทำงานให้ลูกค้าหลายรายพร้อมกัน ที่แต่ละงานมีรีวิชันไม่จบ ไฟล์หลายเวอร์ชัน และเดดไลน์ที่ชนกัน ความวุ่นวายนี้ทำให้ทีมครีเอทีฟหมดพลังไปกับการตามงานแทนการสร้างงาน ระบบที่เห็นงานทุกลูกค้า คุมรีวิชัน และวางคิวงานให้ทีม คือสิ่งที่คืนเวลาให้ความคิดสร้างสรรค์

Paperless Office เริ่มยังไง ลดกระดาษ ลดงานเอกสารใน SME

ลดกระดาษทีละขั้น เปลี่ยนเอกสารเป็นดิจิทัล ลดงานซ้ำ และทำให้ทีมทำงานเร็วขึ้น แบบที่ SME ทำตามได้จริง