ระบบเทรดดิ้งที่รู้ต้นทุนจริงต่อชิ้น ตั้งแต่ของยังอยู่บนเรือ
ธุรกิจนำเข้าจำนวนมากตั้งราคาจากค่าสินค้าอย่างเดียว มารู้ทีหลังว่าค่าระวาง ภาษี และค่าเคลียร์กินกำไรไปเท่าไร เราวางระบบที่รวมทุกค่าใช้จ่ายเป็น landed cost ต่อชิ้นจริง ติดตามทุกชิปเมนต์ เก็บเอกสารครบ และเห็นกำไรจริงของทุกตู้ ทุกสินค้า และทุกลูกค้า
- ต้นทุนต่อชิ้นจริง
- ค่าสินค้า ระวาง ภาษี และเคลียร์ รวมครบทุกชิปเมนต์
- เห็นทุกตู้
- สถานะทุกชิปเมนต์ตั้งแต่สั่งซื้อจนถึงคลัง
- เอกสารครบ
- PI, CI, PL, BL ของทุกชิปเมนต์อยู่ที่เดียว
- 10+ ปี
- ประสบการณ์ข้ามหลายอุตสาหกรรม
คำตอบโดยสรุป
ระบบสำหรับธุรกิจนำเข้าส่งออก ต้องตอบอะไรที่บัญชีธรรมดาตอบไม่ได้
ธุรกิจนำเข้าส่งออกต้องรู้ landed cost จริงต่อชิปเมนต์ คือราคาสินค้าบวกค่าขนส่ง ภาษี และค่าธรรมเนียมทุกชั้นจนถึงคลัง และต้องแยกกำไรการค้าออกจากกำไรขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน บัญชีที่บันทึกเป็นบาทอย่างเดียวตอบสองเรื่องนี้ไม่ได้ และธุรกิจจึงไม่รู้ว่าตู้ไหนกำไรจริงและกำไรหายไปที่โต๊ะแลกเงินเท่าไร
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- Landed cost ต่อชิปเมนต์รวมทุกชั้นจนถึงคลัง ไม่ใช่แค่ราคาหน้าอินวอยซ์
- กำไรการค้ากับกำไรขาดทุนจากเรทต้องแยกบรรทัดกัน
- เรทที่ใช้ต้องเป็นเรทวันจ่ายจริง ไม่ใช่วันตกลงราคา
- เอกสารนำเข้าที่ตรวจย้อนได้คือเงื่อนไขของลูกค้าทางการรายใหญ่
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด:
ครบตั้งแต่สั่งซื้อถึงขายออก
ระบบที่ดูแลตั้งแต่เปิด PO จนของขายออกครบตู้
ทุกส่วนออกแบบมาให้รู้ต้นทุนจริง ของไม่ค้างท่า และกำไรทุกตู้ชัดเจน
ใบสั่งซื้อต่างประเทศ
เปิด PO ต่อซัพพลายเออร์แต่ละราย พร้อมเงื่อนไข สกุลเงิน และกำหนดส่ง ติดตามได้ทุกใบ
Landed cost ต่อชิปเมนต์
ค่าสินค้า ค่าระวาง ประกัน ภาษี และค่าเคลียร์ กระจายเป็นต้นทุนต่อชิ้นจริงโดยอัตโนมัติ
ติดตามสถานะชิปเมนต์
ทุกตู้มีสถานะตั้งแต่ยืนยันออเดอร์ ขึ้นเรือ ถึงท่า เคลียร์ จนเข้าคลัง เห็นครบในหน้าเดียว
เอกสารการค้าที่เดียว
PI, CI, Packing List, BL และใบขน จัดเก็บตามชิปเมนต์ หาเจอทันทีเมื่อชิปปิ้งหรือสรรพากรขอ
หลายสกุลเงิน
ซื้อเป็นดอลลาร์หรือหยวน ขายเป็นบาท ระบบบันทึกอัตราแลกเปลี่ยนจริงของแต่ละรายการ กำไรไม่เพี้ยน
สต๊อกรวมของกำลังมา
เห็นทั้งของในคลังและของที่อยู่บนเรือ พร้อมกำหนดถึง ขายล่วงหน้าได้อย่างมั่นใจ
ขายและจัดสรรของ
ออเดอร์ลูกค้าจับคู่กับของในคลังหรือตู้ที่กำลังมา จองของให้ลูกค้าสำคัญได้ก่อน
กำไรต่อตู้ ต่อสินค้า ต่อลูกค้า
เห็นว่าชิปเมนต์ไหน สินค้าไหน และลูกค้ารายไหนกำไรจริง หลังหักทุกค่าใช้จ่ายแล้ว
ไฟล์ Excel + อีเมลหลายเธรด
- ต้นทุนต่อชิ้นคำนวณท้ายเดือนหรือไม่ได้ทำเลย
- สถานะตู้ต้องไล่ถามชิปปิ้งทีละเธรด
- เอกสารกระจายในอีเมลหลายกล่อง
- อัตราแลกเปลี่ยนใช้ค่ากลางเดาเอา
- ทีมขายไม่เห็นของที่กำลังมา
ระบบเทรดดิ้งที่เชื่อมทุกตู้
- Landed cost ต่อชิ้นออกทันทีที่ปิดชิปเมนต์
- สถานะทุกตู้เห็นครบในหน้าเดียว
- เอกสารทุกชิปเมนต์อยู่ที่เดียว หาเจอทันที
- ทุกรายการบันทึกอัตราแลกเปลี่ยนจริง
- สต๊อกรวมของกำลังมา ขายล่วงหน้าได้
สถานการณ์ที่พบบ่อย
สถานการณ์ที่ธุรกิจนำเข้ามักเจอ และสิ่งที่เปลี่ยนไปเมื่อมีระบบ
ตัวอย่างสถานการณ์จริงจากงานเทรดดิ้ง และสิ่งที่ระบบถูกออกแบบมาให้ช่วย
ตั้งราคาจากค่าสินค้า พอรวมค่าตู้กับภาษีแล้วแทบไม่เหลือกำไร
ระบบกระจายทุกค่าใช้จ่ายของชิปเมนต์ลงเป็นต้นทุนต่อชิ้นทันทีที่ปิดตู้ ราคาขายตั้งจาก landed cost จริง ไม่ใช่ราคาหน้าอินวอยซ์ กำไรที่คิดไว้จึงเป็นกำไรที่ได้จริง
ตู้ถึงท่าแล้วสามวัน เพิ่งรู้เพราะชิปปิ้งทวงเอกสาร
ทุกชิปเมนต์มีสถานะและกำหนดการชัดเจน เอกสารพร้อมก่อนตู้ถึง ลดค่าเช่าท่าและ demurrage ที่จ่ายฟรีเพราะเอกสารไม่พร้อม
ทีมขายรับออเดอร์จากสต๊อกที่มีคนขายไปแล้ว หรือลืมของที่อยู่บนเรือ
สต๊อกแสดงทั้งของพร้อมขาย ของถูกจอง และของกำลังมาพร้อมกำหนดถึง ทีมขายเห็นชุดเดียวกัน สัญญากับลูกค้าได้จากข้อมูลจริง
ทำไมกำไรนำเข้าไม่เท่าที่คิด
ทำไมกำไรนำเข้าไม่เท่าที่คิดตอนสั่งของ
ธุรกิจเทรดดิ้งกำไรบางลงระหว่างทางทีละนิด จากค่าใช้จ่ายที่ไม่ถูกนับ อัตราแลกเปลี่ยนที่ขยับ และของที่ค้างนานกว่าแผน ระบบที่ดีทำให้ทุกบาทระหว่างทางถูกนับและเห็นก่อนตั้งราคา
นัดประเมินระบบเบื้องต้นราคาหน้าอินวอยซ์ไม่ใช่ต้นทุน
ค่าระวาง ภาษี ประกัน และเคลียร์ อาจเพิ่มต้นทุนอีกหลายสิบเปอร์เซ็นต์ landed cost ต่อชิ้นคือตัวเลขเดียวที่ควรใช้ตั้งราคา
อัตราแลกเปลี่ยนคือกำไรที่มองไม่เห็น
ซื้อวันหนึ่ง จ่ายอีกวันหนึ่ง เรตต่างกันคือกำไรที่เพิ่มหรือหายเงียบ ๆ การบันทึกเรตจริงต่อรายการทำให้เห็นผลกระทบนี้ชัด
ทุกวันที่ของค้างคือต้นทุนที่เดินอยู่
ค่าเช่าท่า ค่าคลัง และดอกเบี้ยของเงินที่จมในตู้ เดินทุกวัน ระบบที่เห็นกำหนดการล่วงหน้าทำให้ของไหลไม่สะดุด
ข้อมูลครบทำให้กล้าสั่งและกล้าขาย
เมื่อรู้ต้นทุนจริง ของกำลังมา และกำไรต่อลูกค้า การตัดสินใจสั่งตู้ถัดไปและรับออเดอร์ใหญ่เป็นเรื่องของตัวเลข ไม่ใช่ความกล้า
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่เจ้าของธุรกิจนำเข้าส่งออกถามบ่อย
รวมคำถามเรื่องระบบเทรดดิ้งและ landed cost ที่เราถูกถามบ่อยที่สุด
Landed cost คืออะไร และทำไมต้องคิดต่อชิ้น
คือต้นทุนรวมของสินค้าจนถึงคลังของเรา ทั้งค่าสินค้า ค่าระวาง ประกัน ภาษี และค่าเคลียร์ การกระจายเป็นต่อชิ้นทำให้ตั้งราคาขายและวัดกำไรได้จากความจริง สินค้าเดียวกันในตู้ต่างกันอาจต้นทุนต่างกันมาก
ระบบต่างจากการทำไฟล์ Excel ต่อชิปเมนต์อย่างไร
Excel คิดได้ทีละตู้เมื่อมีเวลา แต่ระบบผูกค่าใช้จ่ายเข้ากับชิปเมนต์ทันทีที่เกิด กระจายลงต่อชิ้นอัตโนมัติ และเก็บผลไว้เทียบทุกตู้ย้อนหลัง เห็นแนวโน้มต้นทุนของสินค้าและซัพพลายเออร์แต่ละราย
เชื่อมกับชิปปิ้งหรือระบบบัญชีได้ไหม
ได้ สถานะและเอกสารจากชิปปิ้งบันทึกเข้าชิปเมนต์ได้โดยตรง ส่วนบิลซื้อขายและต้นทุนส่งต่อไประบบบัญชีที่ใช้อยู่ ไม่ต้องคีย์ซ้ำ และงบที่ฝ่ายบัญชีปิดตรงกับต้นทุนที่ฝ่ายขายใช้ตั้งราคา
ซื้อหลายสกุลเงิน ระบบจัดการอย่างไร
ทุก PO และการชำระบันทึกสกุลเงินและอัตราแลกเปลี่ยนจริง ณ วันทำรายการ ระบบแปลงเป็นบาทให้เห็นทั้งต้นทุนและกำไรจริง รวมถึงผลต่างอัตราแลกเปลี่ยนของแต่ละชิปเมนต์
ธุรกิจเล็ก นำเข้าเดือนละตู้สองตู้ คุ้มไหม
คุ้ม เพราะธุรกิจเล็กเจ็บจากตู้ที่ขาดทุนตู้เดียวมากกว่าธุรกิจใหญ่ การรู้ landed cost จริงตั้งแต่ตู้แรกทำให้ตั้งราคาถูกและเลือกซัพพลายเออร์เก่งขึ้น ระบบเริ่มเล็กแล้วโตตามจำนวนตู้ได้
อ่านเพิ่มเติม
บทความที่เกี่ยวข้อง

สินค้าสามพันรายการที่แปดสิบเปอร์เซ็นต์ของยอดมาจากสามร้อย: ต้นทุนของความหลากหลายที่ไม่เคยถูกคิด และวิธีตัดสินว่าตัวไหนควรเลิกขาย
ทุกสินค้าถูกเพิ่มเข้าร้านเพราะมีลูกค้าถามหนึ่งครั้ง และไม่มีสินค้าไหนถูกเอาออกเพราะ 'เผื่อมีคนถาม' — ผลคือร้านที่จ่ายค่าพื้นที่ ค่านับ ค่าสั่งซื้อ ค่าพยากรณ์ และความสนใจของพนักงานให้กับสองพันเจ็ดร้อยรายการที่ทำยอดยี่สิบเปอร์เซ็นต์ บทความว่าด้วยต้นทุนต่อรายการที่ไม่อยู่ในราคาทุน และเกณฑ์ตัดที่ไม่ใช่แค่ 'ขายได้น้อย'

พนักงานเงินเดือนหนึ่งหมื่นแปด ต้นทุนจริงชั่วโมงละเท่าไร: ตัวเลขที่ใบเสนอราคาและการตัดสินใจจ้างคนใช้ผิดกันมาตลอด
เจ้าของส่วนใหญ่คิดค่าแรงพนักงานด้วยเงินเดือนหารด้วยชั่วโมงทำงานตามกฎหมาย ได้ตัวเลขที่ต่ำกว่าความจริงราวครึ่งหนึ่ง เพราะลืมประกันสังคม โบนัส วันหยุด วันลา เวลาที่ไม่ได้ทำงานให้ลูกค้า และเวลาที่ต้องมีคนคุม บทความว่าด้วยสูตรต้นทุนต่อชั่วโมงที่ทำงานจริง และสามการตัดสินใจที่เปลี่ยนเมื่อตัวเลขนี้ถูก

ปรับแต่งระบบจนเกินพอดี: จุดที่การทำให้ระบบ “เหมือนที่เราทำอยู่” เริ่มแพงกว่าประโยชน์ที่ได้
ทุกการปรับแต่งฟังดูเล็กและสมเหตุสมผลตอนที่ขอ แต่มันสร้างภาระถาวรสามอย่างที่ไม่มีใครคิดถึงตอนอนุมัติ บทความนี้แยกการปรับแต่งที่ควรทำออกจากที่ไม่ควรด้วยคำถามเดียว อธิบายภาษีการอัปเกรดที่ต้องจ่ายทุกปี และให้กติกาที่ทำให้ทีมตัดสินใจได้เองโดยไม่ต้องถกกันทุกครั้ง

ซัพพลายเออร์ที่ส่งช้าเป็นประจำแต่ราคาถูกที่สุด: ต้นทุนของการรอที่ไม่เคยอยู่ในใบเทียบราคา
ฝ่ายจัดซื้อเลือกรายที่ถูกกว่าสามเปอร์เซ็นต์ ฝ่ายผลิตหยุดรอของสองวันต่อเดือน ฝ่ายขายเลื่อนกำหนดส่งให้ลูกค้า — และไม่มีใครเอาสามอย่างนี้มาวางบนกระดาษแผ่นเดียวกัน บทความนี้ให้สูตรต้นทุนจริงที่รวมความน่าเชื่อถือ และสามวันที่ระบบต้องบันทึกจึงจะคำนวณมันได้

จ้างสำนักงานบัญชีต่อ หรือจ้างนักบัญชีเข้ามาเอง: จุดตัดไม่ได้อยู่ที่ค่าธรรมเนียม แต่อยู่ที่ว่าคุณต้องการตัวเลขเร็วแค่ไหน
สำนักงานบัญชีให้สิ่งที่ถูกต้องสี่สิบห้าวันหลังเดือนจบ นักบัญชีในบริษัทให้สิ่งที่ใกล้เคียงทุกสัปดาห์ — และธุรกิจที่ตัดสินใจเรื่องนี้ด้วยการเทียบค่าธรรมเนียมกับเงินเดือน กำลังเทียบราคาของสองสินค้าคนละอย่าง บทความว่าด้วยความล่าช้าของตัวเลขในฐานะต้นทุน สามสัญญาณของจุดเปลี่ยน และทางที่สามที่ธุรกิจส่วนใหญ่ควรเลือกก่อน

ระบบดีแค่ไหนก็แพ้เครื่องพิมพ์ที่ไม่ยอมพิมพ์: ครึ่งฮาร์ดแวร์ของงานวางระบบ ERP/POS ที่มักถูกลืม และข้อได้เปรียบของทีมเชียงใหม่
ซอฟต์แวร์คือครึ่งเดียวของระบบหน้างาน อีกครึ่งคือเครื่อง POS ปริ้นเตอร์ใบเสร็จ สแกนเนอร์ ลิ้นชักเงิน แท็บเล็ตคลัง และมือถือของทีมขาย บทความนี้ไล่การเลือกฮาร์ดแวร์ทีละชิ้นจากประสบการณ์ติดตั้งจริง จุดที่งบมักตั้งขาด และเหตุผลที่งานหน้างานภาคเหนือ ทีมที่ขับรถถึงร้านคุณได้ใน 30 นาทีได้เปรียบเสมอ
อยากรู้กำไรจริงของทุกตู้ก่อนตั้งราคา ประเมินฟรี
เราจะช่วยดูการสั่งซื้อ ต้นทุน และเอกสารปัจจุบันของคุณ หาจุดที่กำไรรั่วหรือของค้าง แล้วเสนอแนวทางระบบที่เหมาะกับปริมาณตู้ของธุรกิจ โดยไม่มีข้อผูกมัด
ทีมเชียงใหม่ เข้าใจงานนำเข้าส่งออกและเอกสารการค้าจริง
