Depreciation คืออะไร
Depreciation (ค่าเสื่อมราคา)
คำตอบสั้น ๆ
Depreciation (ค่าเสื่อมราคา) คือการทยอยรับรู้ต้นทุนของสินทรัพย์ที่ใช้งานได้หลายปี เป็นค่าใช้จ่ายทีละส่วนตลอดอายุการใช้งาน แทนการลงเป็นค่าใช้จ่ายก้อนเดียวปีที่ซื้อ เช่น เครื่องจักรหนึ่งล้านบาทอายุใช้งานสิบปี รับรู้ปีละแสน วิธีนี้ทำให้กำไรแต่ละปีสะท้อนต้นทุนของทรัพย์สินที่ใช้จริงในปีนั้น และเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่มีเงินสดออกจริงในปีที่บันทึก
ทำไมDepreciationจึงสำคัญกับธุรกิจไทย
ค่าเสื่อมคือกุญแจของปริศนาที่เจ้าของเจอบ่อยสองข้อ ข้อแรกคือกำไรในงบกับเงินในบัญชีไม่ตรงกัน เพราะปีที่ซื้อเครื่องเงินออกเต็มก้อนแต่งบแสดงค่าใช้จ่ายแค่เสี้ยว ส่วนปีถัด ๆ มางบแสดงค่าใช้จ่ายที่ไม่มีเงินออกจริง ข้อสองคือธุรกิจที่ไม่คิดค่าเสื่อมในต้นทุนต่อหน่วย กำลังตั้งราคาต่ำเกินจริง และจะรู้ตัววันที่ต้องเปลี่ยนเครื่องแล้วพบว่าไม่เคยมีเงินก้อนนั้นสะสมอยู่เลย
ข้อเท็จจริงที่ควรรู้
- ค่าเสื่อมกระจายต้นทุนสินทรัพย์ตลอดอายุการใช้งาน แทนการลงก้อนเดียวปีที่ซื้อ
- เป็นค่าใช้จ่ายในงบที่ไม่มีเงินสดออกจริงในปีที่บันทึก
- ราคาที่ไม่รวมค่าเสื่อมของเครื่องมือ คือราคาที่ต่ำเกินจริงและจะเจ็บวันเปลี่ยนเครื่อง
- อัตราค่าเสื่อมทางภาษีมีเพดานตามประเภทสินทรัพย์ ควรยืนยันกับผู้ทำบัญชี
คำถามที่พบบ่อย
ค่าเสื่อมเกี่ยวอะไรกับการตั้งราคา
เครื่องจักรและอุปกรณ์เสื่อมค่าตามการใช้ ต้นทุนต่อหน่วยที่แท้จริงจึงต้องรวมส่วนแบ่งของค่าเครื่องด้วย วิธีคิดอย่างง่ายคือราคาเครื่องลบราคาขายต่อที่คาดไว้ หารด้วยจำนวนหน่วยที่คาดว่าจะผลิตได้ตลอดอายุ ธุรกิจที่ตั้งราคาจากแค่วัตถุดิบกับค่าแรง เท่ากับให้ลูกค้าใช้เครื่องฟรี และวันที่เครื่องหมดอายุจะไม่มีเงินสะสมพอซื้อใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกับการคิดค่าเสื่อมรถต่อเที่ยวของธุรกิจขนส่ง
ซื้อเครื่องด้วยเงินสดก้อนใหญ่ ทำไมงบปีนั้นยังกำไร
เพราะเงินที่จ่ายซื้อสินทรัพย์ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทันที มันเปลี่ยนสถานะจากเงินสดเป็นสินทรัพย์ในงบดุล แล้วทยอยกลายเป็นค่าใช้จ่ายผ่านค่าเสื่อมปีละส่วน งบกำไรขาดทุนปีที่ซื้อจึงดูดีทั้งที่เงินสดหายไปก้อนใหญ่ นี่คือเหตุผลที่ต้องดูงบกระแสเงินสดคู่กับงบกำไรเสมอ กำไรบอกว่าธุรกิจสร้างมูลค่าไหม เงินสดบอกว่าจะรอดถึงเดือนหน้าไหม
บริการที่เกี่ยวข้อง
รับวางระบบ ERP สำหรับธุรกิจไทย
คำที่เกี่ยวข้อง
- ROI (ผลตอบแทนจากการลงทุน)
- ตัวเลขบอกว่าเงินที่ลงทุนไปได้กำไรกลับมาคุ้มแค่ไหน คำนวณจากกำไรเทียบกับเงินที่ใช้ไป ยิ่งสูงยิ่งคุ้ม
- COGS (ต้นทุนขาย)
- ต้นทุนโดยตรงของสินค้าที่ขายไป เช่น ค่าวัตถุดิบและค่าผลิต ใช้คำนวณกำไรขั้นต้นของธุรกิจ
- Gross Margin (กำไรขั้นต้น)
- ส่วนต่างระหว่างยอดขายกับต้นทุนขาย คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ บอกว่าสินค้าทำกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายอื่นได้มากแค่ไหน
- Net Profit (กำไรสุทธิ)
- กำไรที่เหลือจริงหลังหักทุกค่าใช้จ่ายและภาษีแล้ว เป็นตัวเลขที่บอกว่าธุรกิจได้กำไรจริงเท่าไร
- Cash Flow (กระแสเงินสด)
- การไหลเข้าออกของเงินสดในธุรกิจ ถ้าเงินเข้าน้อยกว่าเงินออกอาจขาดสภาพคล่องแม้กำไรในกระดาษจะดูดี
- Working Capital (เงินทุนหมุนเวียน)
- เงินที่ใช้หมุนในการดำเนินงานประจำวัน เช่น ซื้อของ จ่ายเงินเดือน คำนวณจากสินทรัพย์หมุนเวียนลบหนี้สินระยะสั้น
อ่านต่อเรื่อง Depreciation

ทะเบียนทรัพย์สินที่อัปเดตล่าสุดเมื่อสามปีก่อน: วางระบบทรัพย์สินที่รู้ว่าของอยู่ไหน ใครถือ และเหลือมูลค่าเท่าไร
โน้ตบุ๊ก เครื่องมือช่าง เครื่องจักร เฟอร์นิเจอร์ — ของพวกนี้คือเงินก้อนใหญ่ที่สุดก้อนหนึ่งของธุรกิจ แต่มักถูกบันทึกไว้ในไฟล์ Excel ที่ตายไปนานแล้ว บทความนี้อธิบายว่าทะเบียนทรัพย์สินที่มีชีวิตต้องเก็บอะไร ค่าเสื่อมคิดยังไงแบบเจ้าของเข้าใจ วงจรชีวิตของทรัพย์สินตั้งแต่ซื้อจนจำหน่าย และการตรวจนับประจำปีที่จบในวันเดียวด้วย QR

อ่านงบการเงิน 3 ตัวหลักให้เป็น งบกำไรขาดทุน งบดุล งบกระแสเงินสด
อ่านงบการเงิน 3 ตัวหลักแบบเข้าใจง่าย งบกำไรขาดทุน งบดุล และงบกระแสเงินสด พร้อมสูตรคำนวณกำไรสุทธิและตัวอย่างร้านจริง ช่วยให้เจ้าของ SME รู้สุขภาพธุรกิจตัวเอง
