ABC Analysis คืออะไร
ABC Analysis (การจัดกลุ่มสินค้าตามความสำคัญ)
คำตอบสั้น ๆ
ABC Analysis คือการแบ่งสินค้าเป็นสามกลุ่มตามมูลค่า โดยทั่วไปกลุ่ม A คือราว 20 เปอร์เซ็นต์ของรายการที่กินมูลค่าราว 80 เปอร์เซ็นต์ กลุ่ม B อยู่กลาง และกลุ่ม C คือรายการจำนวนมากที่มูลค่ารวมน้อย หลักคือทุ่มความเข้มงวด เช่น การนับถี่ สต๊อกสำรองที่คิดละเอียด และการตามราคา ให้กลุ่ม A แล้วผ่อนกับกลุ่ม C เพื่อให้แรงคนไปอยู่ที่ที่เงินอยู่
ทำไมABC Analysisจึงสำคัญกับธุรกิจไทย
คลังที่ดูแลทุกรายการเท่ากันคือคลังที่ดูแลรายการสำคัญน้อยเกินไปโดยอัตโนมัติ เพราะแรงคนมีจำกัด การนับสต๊อกปีละครั้งเท่ากันทุกตัว แปลว่าของที่มูลค่าสูงสุดถูกตรวจด้วยความถี่เดียวกับน็อตถุงละสิบบาท ABC เปลี่ยนคำถามจากจะดูแลอย่างไร เป็นตัวไหนคุ้มที่จะดูแลแค่ไหน ซึ่งเป็นหลักเดียวกับที่ใช้ได้กับลูกค้าและซัพพลายเออร์ด้วย
ข้อเท็จจริงที่ควรรู้
- แบ่งกลุ่มด้วยมูลค่าการใช้ต่อปี คือปริมาณคูณต้นทุนต่อหน่วย ไม่ใช่ด้วยราคาต่อหน่วยอย่างเดียว
- กลุ่ม A นับถี่ เช่น ทุกเดือน กลุ่ม B ทุกไตรมาส กลุ่ม C ปีละครั้งถึงสองครั้ง
- ของถูกแต่ขาดแล้วไลน์หยุด ต้องยกขึ้นกลุ่ม A ด้วยเหตุผลความวิกฤต ไม่ใช่มูลค่า
- การจัดกลุ่มควรทบทวนปีละครั้ง เพราะสินค้าเลื่อนกลุ่มตามยอดขายที่เปลี่ยน
คำถามที่พบบ่อย
แบ่งกลุ่มด้วยอะไรดีระหว่างมูลค่าขายกับกำไร
เริ่มด้วยมูลค่าการใช้ต่อปีเพราะคำนวณง่ายและตอบโจทย์การควบคุมสต๊อกโดยตรง แต่ถ้าข้อมูลกำไรต่อรายการพร้อม การแบ่งด้วยกำไรจะชี้เป้าได้คมกว่าสำหรับการตัดสินใจเชิงพาณิชย์ เช่น ตัวไหนควรมีของเสมอและตัวไหนปล่อยขาดได้ ทางปฏิบัติที่ดีคือใช้สองมิติคู่กัน คือมูลค่ากับความวิกฤตต่อการดำเนินงาน ของบางตัวมูลค่าต่ำแต่ขาดแล้วงานหยุดทั้งไลน์ ต้องถูกดูแลแบบกลุ่ม A
ABC ใช้กับอย่างอื่นนอกจากสต๊อกได้ไหม
ได้และควรใช้ ลูกค้าแบ่งตามยอดซื้อหรือกำไรเพื่อจัดระดับการดูแลและเครดิต ซัพพลายเออร์แบ่งตามมูลค่าซื้อเพื่อรู้ว่ารายไหนควรเจรจาสัญญาจริงจัง และงานค้างแบ่งตามผลกระทบเพื่อจัดคิว หลักเดียวกันทั้งหมดคือทรัพยากรจำกัดต้องไหลไปที่ที่ผลกระทบสูงสุด และการแบ่งกลุ่มด้วยข้อมูลจริงกันไม่ให้เสียงดังหรือความเคยชินเป็นตัวจัดคิวแทน
บริการที่เกี่ยวข้อง
ระบบ WMS บริหารคลังสินค้า
คำที่เกี่ยวข้อง
- OEE (ประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักร)
- ตัวชี้วัดที่รวมความพร้อมใช้ ความเร็ว และคุณภาพของเครื่องจักรไว้ในตัวเดียว บอกว่าเครื่องผลิตได้เต็มศักยภาพแค่ไหน
- MRP (การวางแผนความต้องการวัสดุ)
- ระบบคำนวณว่าต้องสั่งวัตถุดิบชนิดใด จำนวนเท่าไร และเมื่อไร เพื่อให้ผลิตได้ทันโดยไม่สต๊อกเกินจำเป็น
- Safety Stock (สต๊อกสำรอง)
- ปริมาณสินค้าสำรองที่เก็บไว้กันของขาดเมื่อความต้องการพุ่งหรือของส่งล่าช้า ช่วยให้ขายและผลิตได้ต่อเนื่อง
- Reorder Point (จุดสั่งซื้อใหม่)
- ระดับสต๊อกที่เมื่อลดลงถึงจุดนี้ต้องสั่งของเพิ่มทันที เพื่อให้ของมาถึงก่อนที่จะหมด
- Inventory Turnover (อัตราหมุนเวียนสินค้าคงคลัง)
- ตัวเลขบอกว่าสินค้าในสต๊อกขายและเติมใหม่กี่รอบต่อปี ยิ่งสูงยิ่งแสดงว่าขายดีและเงินไม่จมในสต๊อก
- BOM (รายการวัตถุดิบ)
- รายการส่วนประกอบและปริมาณที่ใช้ผลิตสินค้าหนึ่งชิ้น เปรียบเหมือนสูตรการผลิตที่ใช้คำนวณต้นทุนและสั่งของ
อ่านต่อเรื่อง ABC Analysis

ลูกค้าคอมเพลนเรื่องเดิมซ้ำทุกเดือน: ทีมแก้ให้ทุกครั้งอย่างดี แต่ไม่มีใครนับว่าเรื่องไหนเกิดบ่อยที่สุด
ธุรกิจที่รับมือคำร้องเรียนได้ดีที่สุดมักเป็นธุรกิจที่ป้องกันมันได้แย่ที่สุด เพราะการแก้ทีละเคสในไลน์ทำให้ไม่มีใครเห็นว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของเคสมาจากสาเหตุเดียว บทความว่าด้วยการเปลี่ยนคำร้องเรียนจากเหตุการณ์เป็นข้อมูล ตีราคาต่อเคส และหาสาเหตุอันดับหนึ่งที่การแก้ครั้งเดียวคุ้มกว่าการรับมือร้อยครั้ง

Cycle Counting: นับสต๊อกทีละนิดทุกวัน แทนปิดคลังนับทั้งปีครั้งเดียว
การปิดคลังนับสต๊อกทั้งหมดปีละครั้งทั้งเหนื่อย เสียเวลาทำงาน และมักพบว่าตัวเลขเพี้ยนไปนานแล้วโดยไม่รู้ว่าเพราะอะไร Cycle counting คือการนับสินค้าส่วนเล็ก ๆ ทุกวันแบบหมุนเวียน ทำให้เจอส่วนต่างเร็ว รู้สาเหตุ และไม่ต้องหยุดทั้งคลัง
