ระบบบอกว่ามีของ แต่เดินหาทั้งคลังก็ไม่เจอ

30 สิงหาคม 2569อ่าน 9 นาที
ระบบบอกว่ามีของ แต่เดินหาทั้งคลังก็ไม่เจอ

ของที่มีอยู่จริงแต่หาไม่เจอ มีต้นทุนเท่ากับของที่ไม่มี เพราะจบลงด้วยการสั่งซ้ำหรือเสียออเดอร์ บทความนี้คำนวณต้นทุนของการเดินหา และอธิบายว่าทำไมการตั้งตำแหน่งจัดเก็บแก้ปัญหานี้ได้จริงกว่าการนับสต๊อกถี่ขึ้น

ทุกคลังที่โตขึ้นจะเจอสถานการณ์เดียวกัน ระบบบอกว่ามีสินค้ารุ่นนั้นอยู่แปดชิ้น พนักงานเดินหาสิบห้านาทีแล้วกลับมาบอกว่าไม่เจอ ทางออกที่เกิดขึ้นจริงมีสองทาง คือสั่งของเพิ่มทั้งที่มีอยู่แล้ว หรือบอกลูกค้าว่าของหมด ทั้งสองทางมีต้นทุน และทั้งสองทางไม่ได้แก้ที่สาเหตุ

ต้นทุนของการเดินหา คำนวณได้และมักสูงกว่าที่คิด

Csearch=n×t×w+f×(Lsale+Odup)C_{search} = n \times t \times w + f \times (L_{sale} + O_{dup})
ต้นทุนรวมของการหาของเท่ากับจำนวนครั้งที่ต้องหาต่อเดือน คูณเวลาที่ใช้ต่อครั้ง คูณค่าแรงต่อชั่วโมง บวกกับจำนวนครั้งที่หาไม่เจอ คูณผลรวมของกำไรที่เสียจากออเดอร์ที่หลุดและต้นทุนของการสั่งซ้ำ ตัวอย่างเช่น ต้องหาของวันละ 6 ครั้ง ครั้งละ 12 นาที ค่าแรง 90 บาทต่อชั่วโมง เท่ากับราว 2,600 บาทต่อเดือนเฉพาะค่าเดินหา และหากมี 8 ครั้งต่อเดือนที่หาไม่เจอจนต้องสั่งซ้ำหรือเสียออเดอร์ โดยเสียหายเฉลี่ยครั้งละ 900 บาท จะเพิ่มอีก 7,200 บาท รวมเป็นราว 9,800 บาทต่อเดือนที่ไม่เคยปรากฏในรายงานใดเลย

สี่สาเหตุที่ของอยู่แต่หาไม่เจอ

  • ของถูกวางไว้ในช่องว่างที่หาที่ว่างได้ตอนนั้น โดยไม่มีใครบันทึกว่าวางไว้ตรงไหน ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งในคลังที่ยังไม่มีตำแหน่งจัดเก็บ
  • ของถูกย้ายระหว่างโซนเพื่อจัดที่ให้ล็อตใหม่ แล้วไม่ได้แจ้งใคร เพราะการย้ายของไม่ถือเป็นธุรกรรมในระบบ
  • ของอยู่ในกล่องรวมของออเดอร์ที่ยกเลิก และยังไม่ถูกคืนเข้าสต๊อกในตำแหน่งเดิม
  • รหัสสินค้าที่ซ้ำซ้อนทำให้ของชิ้นเดียวกันถูกบันทึกด้วยสองรหัส คนหาด้วยรหัสหนึ่งแต่ของถูกเก็บภายใต้อีกรหัสหนึ่ง

วัตถุดิบ ล็อต RM-2408

ผู้ขาย · วันรับ · COA

ผลิตล็อต B-1194

สูตร · ผู้ผลิต · MFG/EXP

ส่งลูกค้า 6 ราย

เลขบิล · วันส่ง · จำนวน

ถ้าวัตถุดิบล็อตเดียวมีปัญหา — ตอบได้ใน 5 นาทีว่ากระทบล็อตไหนและส่งไปหาใครบ้าง

เมื่อทุกการเคลื่อนไหวถูกสแกน ตำแหน่งล่าสุดของของทุกชิ้นจึงตอบได้โดยไม่ต้องเดิน

ทำไมการนับสต๊อกถี่ขึ้นถึงไม่ใช่คำตอบ

การนับบอกได้ว่าจำนวนในระบบตรงกับของจริงหรือไม่ ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับความถูกต้องทางบัญชี แต่ไม่ได้ตอบคำถามที่พนักงานถามตอนยืนอยู่กลางคลัง ซึ่งคือของชิ้นนี้อยู่ตรงไหน ในคลังที่ไม่มีตำแหน่งจัดเก็บ การนับให้ผลลัพธ์ว่ามีของครบ แล้ววันรุ่งขึ้นก็ยังหาไม่เจออยู่ดี เพราะข้อมูลที่ได้จากการนับคือจำนวน ไม่ใช่ตำแหน่ง

ลำดับการแก้ที่ให้ผลเร็วที่สุด

  • เริ่มจากรวมรหัสสินค้าที่ซ้ำซ้อนให้เหลือรหัสเดียวต่อของหนึ่งอย่าง เพราะทุกอย่างที่ทำหลังจากนี้อ้างอิงรหัสนั้น
  • ตั้งรหัสตำแหน่งจัดเก็บที่อ่านออกและติดป้ายจริงหน้างาน เช่น โซน A ชั้น 3 ช่อง 12 แล้วบันทึกว่าของแต่ละรายการอยู่ตำแหน่งใด
  • ทำให้การย้ายของเป็นธุรกรรมที่ต้องสแกน ไม่ใช่การกระทำที่เกิดขึ้นเงียบ ๆ
  • เริ่มจากสินค้าที่หยิบบ่อยที่สุดประมาณสองร้อยรายการแรก ซึ่งมักครอบคลุมการหยิบส่วนใหญ่ของคลัง แล้วค่อยขยาย

คำถามที่พบบ่อย

คลังเล็กที่พนักงานจำตำแหน่งได้ จำเป็นต้องทำไหม

จำเป็นเมื่อความรู้นั้นอยู่ในตัวคนไม่กี่คน ความเสี่ยงไม่ได้อยู่ที่วันปกติ แต่อยู่ที่วันที่คนนั้นลาหรือลาออก ซึ่งเป็นวันที่คลังจะทำงานช้าลงทันทีโดยไม่มีใครเตรียมตัวไว้ นอกจากนี้การจำได้ยังเป็นเพดานของการเติบโต เพราะจำนวนรายการที่คนหนึ่งจำได้มีขีดจำกัด ในขณะที่จำนวนสินค้ามักโตตามธุรกิจ

ต้องปิดคลังเพื่อติดป้ายตำแหน่งไหม

ไม่ต้อง วิธีที่ใช้กันคือทยอยทำทีละโซนนอกช่วงเวลาที่ยุ่งที่สุด โดยเริ่มจากโซนที่หยิบบ่อยที่สุดเพื่อให้เห็นผลก่อน ระหว่างที่ยังทำไม่ครบ ระบบจะรองรับทั้งสินค้าที่มีตำแหน่งแล้วและยังไม่มีไปพร้อมกันได้ ซึ่งทำให้ไม่ต้องรอให้เสร็จทั้งคลังก่อนจึงจะเริ่มได้ประโยชน์

ใช้มือถือธรรมดาสแกนแทนเครื่องสแกนได้ไหม

ได้สำหรับปริมาณงานระดับกลาง มือถือ Android ทั่วไปที่ใช้กล้องสแกนรองรับการหยิบวันละหลายร้อยบรรทัดได้โดยไม่มีปัญหา เครื่องสแกนอุตสาหกรรมจะคุ้มเมื่อสแกนต่อเนื่องหลายพันครั้งต่อวัน หรือเมื่อสภาพแวดล้อมมีฝุ่น ความชื้น หรือความเย็นที่มือถือทั่วไปทนไม่ไหว การเริ่มด้วยมือถือจึงเป็นวิธีทดสอบว่ากระบวนการใหม่ใช้ได้จริงก่อนลงทุนอุปกรณ์

WMSคลังสินค้าสต๊อกสินค้าบาร์โค้ด

บริการที่เกี่ยวข้อง

ระบบ WMS บริหารคลังสินค้า

ตำแหน่งจัดเก็บ การหยิบด้วยบาร์โค้ด และการนับหมุนเวียนที่ทำได้โดยไม่ต้องปิดคลัง

WhaleScope

ดูโครงสร้างตลาดของธุรกิจขนส่ง คลังสินค้า และโลจิสติกส์ บน WhaleScope

รายชื่อบริษัท ผู้เล่นรายใหญ่ อัตราคงอยู่ และการกระจายรายจังหวัดของหมวดการขนส่งและขนถ่ายสินค้า — จากข้อมูลจดทะเบียน 2 ล้านนิติบุคคล

อ่านต่อ

โอนสต็อกข้ามสาขาอย่างไรไม่ให้ของหาย — ระบบที่ทำให้ทุกชิ้นมีที่มาที่ไป

ร้านหลายสาขาแทบทุกแห่งเจอปัญหาเดียวกัน ของที่โอนข้ามสาขาหายระหว่างทาง ตัวเลขสองสาขาไม่ตรงกัน และไม่มีใครรู้ว่าของอยู่ไหน บทความนี้อธิบายวงจรโอนสต็อกที่ถูกต้อง ตั้งแต่ใบขอโอน การยืนยันรับของ ไปจนถึงรายงานของคงค้างระหว่างทาง

เริ่มใช้บาร์โค้ดในร้านและคลัง ต้องเตรียมอะไรบ้าง? คู่มือฉบับลงมือทำ

บาร์โค้ดคือการอัปเกรดที่เปลี่ยนงานสต็อกมากที่สุดด้วยต้นทุนไม่กี่พันบาท แต่ร้านจำนวนมากเริ่มผิดจุดจนล้มเลิก บทความนี้พาเตรียมทีละขั้น ตั้งแต่ตั้งรหัสสินค้า เลือกเครื่องอ่านและเครื่องพิมพ์ ไปจนถึงวิธีทยอยติดบาร์โค้ดโดยไม่ต้องปิดร้าน

WMS คืออะไร: ระบบจัดการคลังสินค้า ที่ทำให้รู้ว่าของอยู่ตรงไหนและเหลือเท่าไรจริง

WMS คือระบบจัดการคลังสินค้าที่รู้ว่าของแต่ละชิ้นวางอยู่ตำแหน่งไหน เหลือเท่าไร และควรหยิบตัวไหนก่อน ต่างจากระบบบัญชีสต๊อกที่บอกแค่ยอดรวม เมื่อคลังโตขึ้นจนเดินหาของเสียเวลา นั่นคือสัญญาณว่าถึงเวลาต้องมี WMS

สินค้าสามพันรายการที่แปดสิบเปอร์เซ็นต์ของยอดมาจากสามร้อย: ต้นทุนของความหลากหลายที่ไม่เคยถูกคิด และวิธีตัดสินว่าตัวไหนควรเลิกขาย

ทุกสินค้าถูกเพิ่มเข้าร้านเพราะมีลูกค้าถามหนึ่งครั้ง และไม่มีสินค้าไหนถูกเอาออกเพราะ 'เผื่อมีคนถาม' — ผลคือร้านที่จ่ายค่าพื้นที่ ค่านับ ค่าสั่งซื้อ ค่าพยากรณ์ และความสนใจของพนักงานให้กับสองพันเจ็ดร้อยรายการที่ทำยอดยี่สิบเปอร์เซ็นต์ บทความว่าด้วยต้นทุนต่อรายการที่ไม่อยู่ในราคาทุน และเกณฑ์ตัดที่ไม่ใช่แค่ 'ขายได้น้อย'