ระบบบอกว่ามีของ แต่เดินหาทั้งคลังก็ไม่เจอ

ของที่มีอยู่จริงแต่หาไม่เจอ มีต้นทุนเท่ากับของที่ไม่มี เพราะจบลงด้วยการสั่งซ้ำหรือเสียออเดอร์ บทความนี้คำนวณต้นทุนของการเดินหา และอธิบายว่าทำไมการตั้งตำแหน่งจัดเก็บแก้ปัญหานี้ได้จริงกว่าการนับสต๊อกถี่ขึ้น
ทุกคลังที่โตขึ้นจะเจอสถานการณ์เดียวกัน ระบบบอกว่ามีสินค้ารุ่นนั้นอยู่แปดชิ้น พนักงานเดินหาสิบห้านาทีแล้วกลับมาบอกว่าไม่เจอ ทางออกที่เกิดขึ้นจริงมีสองทาง คือสั่งของเพิ่มทั้งที่มีอยู่แล้ว หรือบอกลูกค้าว่าของหมด ทั้งสองทางมีต้นทุน และทั้งสองทางไม่ได้แก้ที่สาเหตุ
ต้นทุนของการเดินหา คำนวณได้และมักสูงกว่าที่คิด
สี่สาเหตุที่ของอยู่แต่หาไม่เจอ
- ของถูกวางไว้ในช่องว่างที่หาที่ว่างได้ตอนนั้น โดยไม่มีใครบันทึกว่าวางไว้ตรงไหน ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งในคลังที่ยังไม่มีตำแหน่งจัดเก็บ
- ของถูกย้ายระหว่างโซนเพื่อจัดที่ให้ล็อตใหม่ แล้วไม่ได้แจ้งใคร เพราะการย้ายของไม่ถือเป็นธุรกรรมในระบบ
- ของอยู่ในกล่องรวมของออเดอร์ที่ยกเลิก และยังไม่ถูกคืนเข้าสต๊อกในตำแหน่งเดิม
- รหัสสินค้าที่ซ้ำซ้อนทำให้ของชิ้นเดียวกันถูกบันทึกด้วยสองรหัส คนหาด้วยรหัสหนึ่งแต่ของถูกเก็บภายใต้อีกรหัสหนึ่ง
วัตถุดิบ ล็อต RM-2408
ผู้ขาย · วันรับ · COA
ผลิตล็อต B-1194
สูตร · ผู้ผลิต · MFG/EXP
ส่งลูกค้า 6 ราย
เลขบิล · วันส่ง · จำนวน
ถ้าวัตถุดิบล็อตเดียวมีปัญหา — ตอบได้ใน 5 นาทีว่ากระทบล็อตไหนและส่งไปหาใครบ้าง
ทำไมการนับสต๊อกถี่ขึ้นถึงไม่ใช่คำตอบ
การนับบอกได้ว่าจำนวนในระบบตรงกับของจริงหรือไม่ ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับความถูกต้องทางบัญชี แต่ไม่ได้ตอบคำถามที่พนักงานถามตอนยืนอยู่กลางคลัง ซึ่งคือของชิ้นนี้อยู่ตรงไหน ในคลังที่ไม่มีตำแหน่งจัดเก็บ การนับให้ผลลัพธ์ว่ามีของครบ แล้ววันรุ่งขึ้นก็ยังหาไม่เจออยู่ดี เพราะข้อมูลที่ได้จากการนับคือจำนวน ไม่ใช่ตำแหน่ง
ลำดับการแก้ที่ให้ผลเร็วที่สุด
- เริ่มจากรวมรหัสสินค้าที่ซ้ำซ้อนให้เหลือรหัสเดียวต่อของหนึ่งอย่าง เพราะทุกอย่างที่ทำหลังจากนี้อ้างอิงรหัสนั้น
- ตั้งรหัสตำแหน่งจัดเก็บที่อ่านออกและติดป้ายจริงหน้างาน เช่น โซน A ชั้น 3 ช่อง 12 แล้วบันทึกว่าของแต่ละรายการอยู่ตำแหน่งใด
- ทำให้การย้ายของเป็นธุรกรรมที่ต้องสแกน ไม่ใช่การกระทำที่เกิดขึ้นเงียบ ๆ
- เริ่มจากสินค้าที่หยิบบ่อยที่สุดประมาณสองร้อยรายการแรก ซึ่งมักครอบคลุมการหยิบส่วนใหญ่ของคลัง แล้วค่อยขยาย
คำถามที่พบบ่อย
คลังเล็กที่พนักงานจำตำแหน่งได้ จำเป็นต้องทำไหม
จำเป็นเมื่อความรู้นั้นอยู่ในตัวคนไม่กี่คน ความเสี่ยงไม่ได้อยู่ที่วันปกติ แต่อยู่ที่วันที่คนนั้นลาหรือลาออก ซึ่งเป็นวันที่คลังจะทำงานช้าลงทันทีโดยไม่มีใครเตรียมตัวไว้ นอกจากนี้การจำได้ยังเป็นเพดานของการเติบโต เพราะจำนวนรายการที่คนหนึ่งจำได้มีขีดจำกัด ในขณะที่จำนวนสินค้ามักโตตามธุรกิจ
ต้องปิดคลังเพื่อติดป้ายตำแหน่งไหม
ไม่ต้อง วิธีที่ใช้กันคือทยอยทำทีละโซนนอกช่วงเวลาที่ยุ่งที่สุด โดยเริ่มจากโซนที่หยิบบ่อยที่สุดเพื่อให้เห็นผลก่อน ระหว่างที่ยังทำไม่ครบ ระบบจะรองรับทั้งสินค้าที่มีตำแหน่งแล้วและยังไม่มีไปพร้อมกันได้ ซึ่งทำให้ไม่ต้องรอให้เสร็จทั้งคลังก่อนจึงจะเริ่มได้ประโยชน์
ใช้มือถือธรรมดาสแกนแทนเครื่องสแกนได้ไหม
ได้สำหรับปริมาณงานระดับกลาง มือถือ Android ทั่วไปที่ใช้กล้องสแกนรองรับการหยิบวันละหลายร้อยบรรทัดได้โดยไม่มีปัญหา เครื่องสแกนอุตสาหกรรมจะคุ้มเมื่อสแกนต่อเนื่องหลายพันครั้งต่อวัน หรือเมื่อสภาพแวดล้อมมีฝุ่น ความชื้น หรือความเย็นที่มือถือทั่วไปทนไม่ไหว การเริ่มด้วยมือถือจึงเป็นวิธีทดสอบว่ากระบวนการใหม่ใช้ได้จริงก่อนลงทุนอุปกรณ์
บริการที่เกี่ยวข้อง
ระบบ WMS บริหารคลังสินค้า
ตำแหน่งจัดเก็บ การหยิบด้วยบาร์โค้ด และการนับหมุนเวียนที่ทำได้โดยไม่ต้องปิดคลัง
WhaleScope
ดูโครงสร้างตลาดของธุรกิจขนส่ง คลังสินค้า และโลจิสติกส์ บน WhaleScope
รายชื่อบริษัท ผู้เล่นรายใหญ่ อัตราคงอยู่ และการกระจายรายจังหวัดของหมวดการขนส่งและขนถ่ายสินค้า — จากข้อมูลจดทะเบียน 2 ล้านนิติบุคคล
อ่านต่อ

โอนสต็อกข้ามสาขาอย่างไรไม่ให้ของหาย — ระบบที่ทำให้ทุกชิ้นมีที่มาที่ไป
ร้านหลายสาขาแทบทุกแห่งเจอปัญหาเดียวกัน ของที่โอนข้ามสาขาหายระหว่างทาง ตัวเลขสองสาขาไม่ตรงกัน และไม่มีใครรู้ว่าของอยู่ไหน บทความนี้อธิบายวงจรโอนสต็อกที่ถูกต้อง ตั้งแต่ใบขอโอน การยืนยันรับของ ไปจนถึงรายงานของคงค้างระหว่างทาง

เริ่มใช้บาร์โค้ดในร้านและคลัง ต้องเตรียมอะไรบ้าง? คู่มือฉบับลงมือทำ
บาร์โค้ดคือการอัปเกรดที่เปลี่ยนงานสต็อกมากที่สุดด้วยต้นทุนไม่กี่พันบาท แต่ร้านจำนวนมากเริ่มผิดจุดจนล้มเลิก บทความนี้พาเตรียมทีละขั้น ตั้งแต่ตั้งรหัสสินค้า เลือกเครื่องอ่านและเครื่องพิมพ์ ไปจนถึงวิธีทยอยติดบาร์โค้ดโดยไม่ต้องปิดร้าน

WMS คืออะไร: ระบบจัดการคลังสินค้า ที่ทำให้รู้ว่าของอยู่ตรงไหนและเหลือเท่าไรจริง
WMS คือระบบจัดการคลังสินค้าที่รู้ว่าของแต่ละชิ้นวางอยู่ตำแหน่งไหน เหลือเท่าไร และควรหยิบตัวไหนก่อน ต่างจากระบบบัญชีสต๊อกที่บอกแค่ยอดรวม เมื่อคลังโตขึ้นจนเดินหาของเสียเวลา นั่นคือสัญญาณว่าถึงเวลาต้องมี WMS

สินค้าสามพันรายการที่แปดสิบเปอร์เซ็นต์ของยอดมาจากสามร้อย: ต้นทุนของความหลากหลายที่ไม่เคยถูกคิด และวิธีตัดสินว่าตัวไหนควรเลิกขาย
ทุกสินค้าถูกเพิ่มเข้าร้านเพราะมีลูกค้าถามหนึ่งครั้ง และไม่มีสินค้าไหนถูกเอาออกเพราะ 'เผื่อมีคนถาม' — ผลคือร้านที่จ่ายค่าพื้นที่ ค่านับ ค่าสั่งซื้อ ค่าพยากรณ์ และความสนใจของพนักงานให้กับสองพันเจ็ดร้อยรายการที่ทำยอดยี่สิบเปอร์เซ็นต์ บทความว่าด้วยต้นทุนต่อรายการที่ไม่อยู่ในราคาทุน และเกณฑ์ตัดที่ไม่ใช่แค่ 'ขายได้น้อย'
