ของที่ขายไม่ออก ควรลดราคาเมื่อไรและลดเท่าไร

การรอให้ของขายได้ในราคาเต็มมีต้นทุนทุกสัปดาห์ที่ผ่านไป บทความนี้เทียบต้นทุนของการถือของไว้กับส่วนลดที่ต้องให้ และเสนอจังหวะลดราคาที่ทำให้เงินกลับมาเร็วโดยไม่ทำลายราคาปกติ
เจ้าของร้านส่วนใหญ่รู้ว่ามีสินค้าบางตัวที่ขายไม่ออก แต่ลังเลที่จะลดราคาเพราะรู้สึกว่าเป็นการยอมขาดทุน จึงเลือกรอต่อไปอีกสักพัก ปัญหาคือการรอไม่ได้ฟรี ทุกสัปดาห์ที่ของยังอยู่บนชั้น มันกินพื้นที่ กินเงินทุนที่ควรไปหมุนกับของที่ขายได้ และมูลค่าของมันเองก็ลดลงเรื่อย ๆ เมื่อฤดูกาลผ่านไปหรือมีรุ่นใหม่เข้ามา ที่สำคัญคือส่วนลดที่ต้องให้เพื่อระบายของมักเพิ่มขึ้นตามเวลาที่รอ ไม่ได้ลดลง
เทียบต้นทุนของการรอกับส่วนลดที่ต้องให้
ตัวเลขต้นทุนการถือไม่ต้องแม่นระดับบัญชี ขอเพียงประเมินอย่างมีเหตุผลและใช้ค่าเดียวกันทุกครั้ง เพราะประโยชน์อยู่ที่การเทียบระหว่างสินค้าแต่ละตัว ไม่ใช่ความถูกต้องสมบูรณ์ สินค้าที่มูลค่าลดเร็ว เช่น ของตามฤดูกาลหรือสินค้าที่มีรุ่นใหม่ทุกปี ควรใช้ค่าที่สูงกว่าสินค้าที่เก็บได้นานโดยไม่เสียมูลค่า
จากยอดขาย ฿100
ขายได้ ฿100 แต่กำไรจริงเหลือแค่ ฿12 — ต้องเห็นต้นทุนก่อนถึงจะแก้ได้
ทำไมการรอถึงทำให้ต้องลดมากขึ้น
ความเข้าใจที่ทำให้ตัดสินใจช้าคือการคิดว่าถ้ารอไปอีกหน่อยอาจมีคนซื้อในราคาเต็ม ซึ่งเป็นไปได้สำหรับสินค้าบางประเภท แต่สำหรับสินค้าที่ผูกกับฤดูกาล แฟชั่น หรือรุ่น ความน่าจะเป็นนั้นลดลงทุกสัปดาห์ ขณะที่จำนวนคู่แข่งที่เริ่มลดราคาสินค้าเดียวกันเพิ่มขึ้น ผลคือส่วนลดที่ต้องให้ในสัปดาห์ที่สิบสองมักลึกกว่าส่วนลดที่จะได้ผลในสัปดาห์ที่สี่
อีกจุดที่มักเข้าใจผิดคือการยึดราคาทุนเป็นเกณฑ์ตัดสินใจ ตัวอย่างเช่น ของที่ซื้อมา 800 บาท ถ้าขายได้ 600 บาทวันนี้ ความรู้สึกคือขาดทุน 200 บาท แต่ในทางการเงิน เงิน 800 บาทนั้นจ่ายไปแล้วและไม่กลับมาไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร สิ่งที่ต้องเทียบคือ 600 บาทวันนี้ กับจำนวนเงินที่คาดว่าจะได้ในอนาคตหลังหักต้นทุนการรอ
จังหวะลดราคาเป็นขั้น
การกำหนดจังหวะไว้ล่วงหน้าได้ผลดีกว่าการตัดสินใจเป็นครั้ง ๆ เพราะทำให้เงินกลับมาเร็วกว่าและไม่ต้องถกเถียงทุกครั้ง หลักการคือลดเป็นขั้นตามอายุของสินค้าบนชั้น โดยขั้นแรกควรเล็กพอที่จะไม่ทำลายราคาปกติ และขั้นหลังควรลึกพอที่จะจบเรื่อง
- กำหนดอายุที่ถือว่าช้าสำหรับแต่ละหมวดสินค้าแยกกัน เพราะสินค้าตามฤดูกาลกับสินค้าพื้นฐานมีจังหวะต่างกันมาก การใช้เกณฑ์เดียวทั้งร้านทำให้ตัดสินใจผิดทั้งสองทาง
- ขั้นแรกลดเบาและจำกัดเวลา เพื่อทดสอบว่าราคาคือปัญหาจริงหรือไม่ ถ้ายอดขยับทันทีแปลว่าเป็นเรื่องราคา ถ้าไม่ขยับเลยแปลว่าปัญหาอยู่ที่ตัวสินค้าหรือตำแหน่งการวาง
- ขั้นที่สองลดลึกขึ้นและย้ายตำแหน่งการวาง เพราะของที่อยู่ที่เดิมนานมักถูกมองข้ามโดยลูกค้าประจำที่เดินผ่านทุกสัปดาห์
- ขั้นสุดท้ายคือระบายให้จบผ่านช่องทางที่ไม่กระทบราคาปกติ เช่น ขายเป็นชุดรวม ขายให้พนักงาน หรือขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่แยกจากหน้าร้าน
- บันทึกทุกครั้งว่าสินค้าตัวไหนต้องลดราคาและลดไปเท่าไร เพราะรายการนี้คือข้อมูลที่ดีที่สุดสำหรับการสั่งซื้อรอบหน้า และมักเผยว่าปัญหาเริ่มที่การสั่งซื้อ ไม่ใช่ที่การขาย
คำถามที่พบบ่อย
ควรลดราคาสินค้าค้างสต๊อกเมื่อไร
เมื่อต้นทุนการถือต่อสัปดาห์คูณด้วยจำนวนสัปดาห์ที่คาดว่าต้องรอ มากกว่าส่วนลดที่ต้องให้เพื่อขายได้ตอนนี้ ต้นทุนการถือประกอบด้วยเงินทุนที่จม พื้นที่ที่เสียไป และมูลค่าที่ลดลงตามฤดูกาลหรือรุ่นสินค้า สินค้าที่มูลค่าลดเร็วควรใช้อัตราที่สูงกว่าสินค้าที่เก็บได้นาน วิธีที่ใช้ได้จริงกว่าการคำนวณทีละครั้งคือกำหนดจังหวะลดราคาตามอายุของสินค้าบนชั้นไว้ล่วงหน้าแยกตามหมวด เพราะทำให้เงินกลับมาเร็วกว่าและไม่ต้องตัดสินใจใหม่ทุกครั้ง
ลดราคาแล้วจะทำให้ลูกค้ารอลดราคาตลอดหรือไม่
เป็นความเสี่ยงจริงถ้าลดราคาบ่อยและลดในช่องทางเดียวกับที่ขายราคาปกติ วิธีลดความเสี่ยงคือแยกช่องทางระบายของค้างออกจากการขายปกติ เช่น ขายเป็นชุดรวม จัดเป็นมุมสินค้าเฉพาะที่ไม่ใช่ตำแหน่งขายหลัก หรือระบายผ่านช่องทางออนไลน์ที่แยกจากหน้าร้าน และควรจำกัดเวลาของแต่ละรอบให้ชัดเจน สิ่งที่สร้างพฤติกรรมรอลดราคาคือการลดราคาสินค้าขายดีเป็นประจำ ไม่ใช่การระบายของค้างเป็นครั้งคราว
ควรยึดราคาทุนเป็นเกณฑ์ในการตั้งราคาลดหรือไม่
ไม่ควร เพราะเงินที่จ่ายซื้อของเข้ามาถูกจ่ายไปแล้วและไม่กลับมาไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร สิ่งที่ควรเทียบคือเงินที่จะได้กลับมาถ้าขายวันนี้ กับเงินที่คาดว่าจะได้ในอนาคตหลังหักต้นทุนการถือระหว่างนั้น การยึดราคาทุนทำให้ธุรกิจถือของที่ขายไม่ออกไว้นานเกินไปและสุดท้ายต้องลดลึกกว่าเดิม ข้อยกเว้นคือสินค้าที่ยังมีความต้องการจริงและเพียงแค่ต้องรอฤดูกาลถัดไป ซึ่งควรคำนวณต้นทุนการถือข้ามฤดูกาลให้ชัดก่อนตัดสินใจเก็บไว้
จะป้องกันไม่ให้มีของค้างตั้งแต่ต้นได้อย่างไร
ปัญหาของค้างเกือบทั้งหมดเริ่มที่การสั่งซื้อ ไม่ใช่ที่การขาย วิธีที่ได้ผลคือบันทึกทุกครั้งว่าสินค้าตัวไหนต้องลดราคาและลดไปเท่าไร แล้วนำรายการนั้นมาใช้ตอนตัดสินใจสั่งซื้อรอบถัดไป เพราะมักพบว่าสินค้ากลุ่มเดิมหรือซัพพลายเออร์รายเดิมเป็นต้นเหตุซ้ำ ๆ นอกจากนี้ควรดูรอบการหมุนของสต๊อกแยกตามหมวดสินค้า เพื่อให้เห็นตั้งแต่เนิ่น ๆ ว่าหมวดใดกำลังหมุนช้าลง แทนที่จะรู้ตอนที่ของกองอยู่แล้ว
ของที่ขายไม่ออกไม่ใช่สินค้า แต่คือเงินสดที่ถูกแช่แข็งอยู่ในรูปของสินค้า การลดราคาให้จบเร็วจึงไม่ใช่การยอมแพ้ แต่คือการเอาเงินกลับมาหมุนกับของที่ขายได้จริง ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่วัดผลได้ทันทีจากกระแสเงินสดในเดือนถัดไป
บริการที่เกี่ยวข้อง
ระบบ POS และสต็อกสำหรับร้านค้าปลีก
รู้ว่าสินค้าไหนขายดี ของไหนใกล้หมด และเงินหายไปตรงไหน
WhaleScope
ดูโครงสร้างตลาดของธุรกิจค้าปลีกและร้านค้า บน WhaleScope
รายชื่อบริษัท ผู้เล่นรายใหญ่ อัตราคงอยู่ และการกระจายรายจังหวัดของหมวดการขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต — จากข้อมูลจดทะเบียน 2 ล้านนิติบุคคล
อ่านต่อ

ลดราคา 10% ต้องขายเพิ่มกี่เปอร์เซ็นต์ถึงเท่าทุน: สูตรเดียวที่ควรคิดก่อนติดป้ายเซลล์ทุกครั้ง
โปรโมชั่นคือเครื่องมือการเงินที่ถูกใช้ด้วยความรู้สึกมากที่สุดในธุรกิจ บทความนี้ให้สูตรปริมาณขายชดเชยที่คำนวณได้ในสิบวินาที ตารางตัวเลขที่ทำให้เห็นว่าธุรกิจมาร์จิ้นบางไม่มีสิทธิ์ลดราคาเล่น ๆ ด้านกลับของสมการที่ทำให้กล้าขึ้นราคา และรายการเหตุผลที่โปรยังคุ้มแม้ตัวเลขดูโหด — ถ้าวัดผลจริงหลังจบ

สมาชิกสมัครเป็นพัน แต่ยอดขายเท่าเดิม
จำนวนสมาชิกเป็นตัวเลขที่ขึ้นได้เสมอและบอกอะไรน้อยที่สุด บทความนี้อธิบายวิธีวัดว่าโปรแกรมสะสมแต้มทำให้เกิดยอดที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และสามสาเหตุที่ทำให้โปรแกรมเงียบทั้งที่คนสมัครเยอะ

ปิดยอดสิ้นวันแล้วเงินไม่ตรง: วางระบบปิดกะที่จับเงินขาด-เงินเกินได้ทุกวัน ไม่ใช่ปลายเดือน
เงินในลิ้นชักไม่ตรงกับตัวเลขในระบบคือปัญหาที่ทุกร้านเจอ แต่ร้านส่วนใหญ่เลือกระหว่างทำเป็นมองไม่เห็นกับกล่าวหาพนักงาน ทั้งที่คำตอบคือกระบวนการ: สูตรเงินที่ควรมีในลิ้นชัก การนับแบบไม่เห็นเป้า และบันทึกส่วนต่างรายกะที่เปลี่ยนเรื่องเงินหายจากดราม่าเป็นข้อมูล

สินค้าใกล้หมดอายุที่กลายเป็นขยะทุกเดือน — ระบบ FEFO ที่เปลี่ยนของใกล้หมดอายุให้เป็นยอดขาย
ร้านของชำ ร้านยา ร้านเครื่องสำอาง และธุรกิจอาหาร ทิ้งของหมดอายุเป็นเงินหลักพันถึงหลักหมื่นทุกเดือนแบบเงียบ ๆ บทความนี้อธิบายระบบจัดการวันหมดอายุแบบ FEFO ที่รู้ล่วงหน้าว่าอะไรใกล้หมดอายุ ขายออกทันเวลา และสั่งของใหม่พอดีไม่เหลือทิ้ง
