จ้างสำนักงานบัญชีต่อ หรือจ้างนักบัญชีเข้ามาเอง: จุดตัดไม่ได้อยู่ที่ค่าธรรมเนียม แต่อยู่ที่ว่าคุณต้องการตัวเลขเร็วแค่ไหน

สำนักงานบัญชีให้สิ่งที่ถูกต้องสี่สิบห้าวันหลังเดือนจบ นักบัญชีในบริษัทให้สิ่งที่ใกล้เคียงทุกสัปดาห์ — และธุรกิจที่ตัดสินใจเรื่องนี้ด้วยการเทียบค่าธรรมเนียมกับเงินเดือน กำลังเทียบราคาของสองสินค้าคนละอย่าง บทความว่าด้วยความล่าช้าของตัวเลขในฐานะต้นทุน สามสัญญาณของจุดเปลี่ยน และทางที่สามที่ธุรกิจส่วนใหญ่ควรเลือกก่อน
เจ้าของธุรกิจค้าส่งรายได้ราวแปดสิบล้านบาทต่อปีจ่ายสำนักงานบัญชีเดือนละไม่กี่พันบาทมาแปดปี ได้งบการเงินที่ถูกต้อง ยื่นภาษีตรงเวลา และไม่เคยมีปัญหากับสรรพากร เขาถามตัวเองทุกปีว่าควรจ้างนักบัญชีเข้ามาเองไหม แล้วตอบทุกปีว่าไม่ เพราะเงินเดือนนักบัญชีหนึ่งคนแพงกว่าค่าธรรมเนียมสำนักงานหลายเท่า สิ่งที่การเปรียบเทียบนั้นพลาดคือเขากำลังเทียบราคาของสองสินค้าที่ต่างกัน: สำนักงานบัญชีขายความถูกต้องและการปฏิบัติตามกฎหมาย ส่งมอบสี่สิบห้าวันหลังเดือนจบ นักบัญชีในบริษัทขายความเร็ว — ตัวเลขที่ใกล้เคียงพอจะตัดสินใจ ส่งมอบทุกสัปดาห์ และในธุรกิจแปดสิบล้านที่มาร์จิ้นบาง การรู้ในวันที่สิบห้าของเดือนถัดไปว่าเดือนที่แล้วขาดทุน เทียบกับการรู้ในวันศุกร์ที่สองของเดือนนั้นเอง คือความต่างระหว่างการแก้ทันกับการแก้สายไปสองเดือน เจ้าของรายนี้ไม่ได้ต้องการนักบัญชีเพราะสำนักงานทำงานไม่ดี — สำนักงานทำสิ่งที่ถูกจ้างให้ทำได้สมบูรณ์ — เขาต้องการมันเพราะธุรกิจของเขาโตจนความล่าช้าสี่สิบห้าวันมีราคาแพงกว่าเงินเดือน และไม่มีใครเคยคำนวณราคานั้นให้เขาดู
สองสินค้าที่ชื่อเดียวกัน: ความถูกต้องกับความเร็ว
งานที่สำนักงานบัญชีทำให้ธุรกิจส่วนใหญ่คือการปฏิบัติตามกฎหมาย: รับเอกสารรายเดือน บันทึกบัญชีให้ถูกตามมาตรฐาน ยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มและหัก ณ ที่จ่ายตรงเวลา และปิดงบปีให้ผู้สอบบัญชี งานนี้ต้องถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ และความถูกต้องมีราคาเป็นเวลา — เอกสารต้องครบ ต้องตรวจ ต้องกระทบยอด — จึงส่งมอบราวสี่สิบห้าวันหลังเดือนจบเป็นเรื่องปกติ และไม่ใช่ความผิดของสำนักงาน แต่ธุรกิจตัดสินใจด้วยตัวเลขอีกชุดที่ไม่ต้องถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ แค่ต้องมาเร็ว: สัปดาห์นี้ขายได้เท่าไร กำไรขั้นต้นโดยประมาณเท่าไร เงินสดพอถึงสิ้นเดือนไหม ลูกหนี้รายไหนเกินกำหนด สินค้าตัวไหนมาร์จิ้นหาย ตัวเลขชุดนี้เรียกว่าบัญชีบริหาร และมันมาจากการบันทึกรายวันในระบบของธุรกิจเอง ไม่ใช่จากสำนักงานบัญชี ธุรกิจเล็กอยู่ได้ด้วยความรู้สึกของเจ้าของแทนตัวเลขชุดที่สอง เพราะเจ้าของเห็นทุกบิล แต่เมื่อธุรกิจโตจนเจ้าของไม่เห็นทุกบิลแล้ว ความรู้สึกเริ่มผิด และช่องว่างสี่สิบห้าวันระหว่างการตัดสินใจกับตัวเลขที่ถูกต้องเริ่มมีราคา — ราคาที่ไม่เคยปรากฏในใบแจ้งหนี้ของใคร เพราะมันคือการตัดสินใจที่ทำช้าไปสองเดือน
สามขั้นของธุรกิจ และคำตอบที่ต่างกันในแต่ละขั้น
- ขั้นหนึ่ง — เจ้าของเห็นทุกบิล: สำนักงานบัญชีอย่างเดียวพอ เพราะตัวเลขชุดที่สองอยู่ในหัวเจ้าของและแม่นพอ สิ่งที่ควรลงทุนคือวินัยเอกสารให้สำนักงานปิดได้เร็วขึ้น ไม่ใช่คนหรือระบบ
- ขั้นสอง — เจ้าของเลิกเห็นทุกบิล (มักเกิดเมื่อมีพนักงานสิบคนขึ้นไปหรือหลายสาขา): ทางที่สาม — ระบบของบริษัทที่บันทึกขาย ซื้อ สต๊อก รับ–จ่ายรายวัน และแดชบอร์ดที่ให้ตัวเลขใกล้เคียงทุกสัปดาห์ โดยยังส่งเอกสารให้สำนักงานทำภาษีและงบเหมือนเดิม (และสำนักงานมักปิดได้เร็วขึ้นเพราะข้อมูลมาเป็นระบบ)
- ขั้นสาม — มีคำถาม 'ทำไม' ทุกสัปดาห์ที่ไม่มีใครตอบ: จ้างนักบัญชีบริหารเข้ามาอ่านตัวเลขจากระบบ ตอบว่าทำไมมาร์จิ้นลด ทำไมเงินสดตึง และเตรียมข้อมูลให้เจ้าของตัดสินใจ — ไม่ใช่มาคีย์เอกสาร เพราะระบบทำแล้ว และยังคงสำนักงานไว้สำหรับภาษีและการตรวจสอบ ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญคนละอย่างและถูกกว่าการทำเองเสมอ
สัญญาณที่บอกว่าถึงขั้นสอง และความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดตอนข้ามไปขั้นสาม
สัญญาณของขั้นสองมีสามอย่างที่ชัดเจน: การตัดสินใจเรื่องราคา สต๊อก หรือคน ถูกเลื่อน 'รองบเดือนที่แล้วก่อน' เป็นประจำ เจ้าของหรือผู้จัดการมีสเปรดชีตของตัวเองที่พยายามประมาณตัวเลขคู่ขนานกับบัญชี (ซึ่งเป็นระบบบัญชีบริหารที่สร้างขึ้นเองโดยไม่รู้ตัว และมักผิด) และงบเดือนที่แล้วมาถึงพร้อมตัวเลขที่เจ้าของอ่านแล้วถามว่า 'ทำไม' โดยไม่มีใครตอบได้เพราะรายละเอียดหายไปในสี่สิบห้าวัน ธุรกิจที่มีสามสัญญาณนี้ควรลงทุนในระบบก่อนคน และความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือทำกลับกัน: จ้างนักบัญชีเข้ามาก่อนมีระบบ แล้วพบว่านักบัญชีใช้เวลาแปดสิบเปอร์เซ็นต์คีย์เอกสารและกระทบยอดด้วยมือ — งานเดียวกับที่สำนักงานทำในราคาถูกกว่า — และเหลือยี่สิบเปอร์เซ็นต์ให้กับงานที่จ้างเขามาทำจริง ๆ คือการอ่านและตอบว่าทำไม ความผิดพลาดที่สองคือเลิกใช้สำนักงานบัญชีเมื่อจ้างคนเข้ามา ซึ่งเอาความรับผิดชอบเรื่องภาษีและมาตรฐานมาไว้บนคนคนเดียวที่อาจลาออก และธุรกิจที่ทำแบบนี้มักกลับไปหาสำนักงานภายในสองปีพร้อมค่าปรับหนึ่งรอบ ลำดับที่ถูกคือระบบ แล้วคน แล้วคงสำนักงานไว้ — และบทความเรื่องเลือกซอฟต์แวร์บัญชีกับ ERP เทียบซอฟต์แวร์บัญชีที่ลิงก์ท้ายเรื่อง ช่วยเลือกระบบในขั้นสอง
คำถามที่พบบ่อย
สำนักงานบัญชีที่ใช้อยู่เสนอว่าจะทำรายงานรายสัปดาห์ให้ในราคาเพิ่ม คุ้มไหม
คุ้มถ้ารายงานนั้นมาจากข้อมูลที่บันทึกรายวันในระบบของคุณและสำนักงานแค่อ่านให้ — ซึ่งเท่ากับทางที่สามบวกบริการอ่าน แต่ไม่คุ้มถ้าสำนักงานต้องรอเอกสารจากคุณทุกสัปดาห์แล้วคีย์เอง เพราะความล่าช้าจะกลับมาที่การส่งเอกสาร และรายงานรายสัปดาห์จะกลายเป็นรายงานสองสัปดาห์ที่ผิดครึ่งหนึ่ง คำถามที่ควรถามสำนักงานคือ 'ถ้าผมมีระบบที่บันทึกรายวัน คุณเชื่อมกับมันได้ไหม' สำนักงานที่ตอบว่าได้คือคู่ค้าระยะยาว
ธุรกิจแบบไหนที่ควรข้ามไปขั้นสามเร็วกว่าปกติ
ธุรกิจที่มาร์จิ้นบางและปริมาณธุรกรรมสูง (ค้าส่ง กระจายสินค้า ร้านอาหารหลายสาขา) เพราะตัวเลขผิดหนึ่งเดือนอาจเท่ากับเงินเดือนหนึ่งปี ธุรกิจที่มีงานโครงการซึ่งต้องรู้ต้นทุนงานระหว่างทำ (ผู้รับเหมา งานสั่งทำ) และธุรกิจที่กำลังจะกู้เงินก้อนใหญ่หรือรับผู้ลงทุน ซึ่งต้องตอบคำถามเรื่องตัวเลขได้ภายในวัน ไม่ใช่ภายในเดือน ทั้งสามแบบยังควรมีระบบก่อนคนเหมือนกัน — แค่ระยะเวลาระหว่างขั้นสองกับสามสั้นกว่า
ระบบในขั้นสองต้องเป็น ERP ไหม หรือซอฟต์แวร์บัญชีธรรมดาพอ
ขึ้นกับว่าตัวเลขที่ต้องรู้ทุกสัปดาห์คืออะไร ถ้าคือยอดขาย ค่าใช้จ่าย และเงินสด ซอฟต์แวร์บัญชีที่ธุรกิจบันทึกเองพอ แต่ถ้าคือกำไรต่อสินค้า สต๊อกที่ตรงจริง ลูกหนี้ตามวงเงิน หรือต้นทุนงานระหว่างทำ ต้องการระบบที่บันทึกการดำเนินงาน (ขาย ซื้อ สต๊อก งาน) ซึ่งซอฟต์แวร์บัญชีไม่ได้ออกแบบมาให้ทำ และนั่นคือขอบเขตของ ERP หรือระบบเฉพาะทาง ธุรกิจส่วนใหญ่ในขั้นสองต้องการอย่างหลัง เพราะคำถาม 'ทำไม' ที่ไม่มีใครตอบมักอยู่ในการดำเนินงาน ไม่ใช่ในบัญชี
บริการที่เกี่ยวข้อง
รับวางระบบ ERP
รวมบัญชี สต๊อก การขาย และการผลิตไว้ในระบบเดียวที่เชื่อมกันทั้งธุรกิจ
WhaleScope
ดูโครงสร้างตลาดของธุรกิจบริการวิชาชีพและที่ปรึกษา บน WhaleScope
รายชื่อบริษัท ผู้เล่นรายใหญ่ อัตราคงอยู่ และการกระจายรายจังหวัดของหมวดที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการ — จากข้อมูลจดทะเบียน 2 ล้านนิติบุคคล
อ่านต่อ

เลือกโปรแกรมบัญชีสำหรับ SME อย่างไรไม่ให้เปลี่ยนใหม่ในสองปี
โปรแกรมบัญชีเป็นระบบที่เปลี่ยนยากที่สุดเมื่อเลือกผิด เพราะข้อมูลภาษีย้อนหลังผูกอยู่กับมัน บทความนี้สรุปเกณฑ์เลือกที่สำคัญจริง ทั้งเอกสารภาษีไทย การเชื่อมกับระบบขายและสต็อก สิทธิ์การใช้งานของนักบัญชี และคำถามที่ควรถามก่อนตัดสินใจ

สำนักงานบัญชี: จัดการลูกค้าหลายสิบราย เดดไลน์ยื่นภาษี และงานซ้ำรายเดือนโดยไม่มีอะไรตกหล่น
สำนักงานบัญชีรับผิดชอบลูกค้าหลายสิบรายที่แต่ละรายมีเดดไลน์ยื่นภาษีและงานปิดงบของตัวเอง งานส่วนใหญ่ซ้ำทุกเดือนแต่พลาดไม่ได้เพราะมีค่าปรับ ระบบที่ติดตามงานของทุกลูกค้าและเตือนก่อนเดดไลน์ คือสิ่งที่เปลี่ยนสำนักงานจากการวิ่งตามงานด้วยความจำ เป็นการคุมงานที่ไม่มีอะไรหลุด

ERP ต่างจากโปรแกรมบัญชียังไง ธุรกิจควรใช้แบบไหน
หลายคนสับสนว่า ERP กับโปรแกรมบัญชีคือสิ่งเดียวกัน คู่มือนี้อธิบายความต่างให้ชัด และช่วยคุณเลือกแบบที่เหมาะ

ปิดยอดเดือนเสร็จกลางเดือนถัดไป — วันหายไปไหน และย่นให้เหลือกี่วันได้
ตัวเลขเดือนที่แล้วมาถึงโต๊ะตอนกลางเดือนนี้ ซึ่งสายเกินกว่าจะแก้อะไรได้ทัน บทความนี้ไล่ว่าวันส่วนใหญ่หายไปกับอะไร และวิธีทำปฏิทินปิดยอดที่ย่นเวลาลงได้จริงโดยไม่ต้องเพิ่มคน
