รับงานมาทำแล้วขาดทุนโดยไม่รู้ตัว: ธุรกิจงานสั่งทำที่ไม่เคยเทียบต้นทุนจริงกับใบเสนอราคา จะเสนอราคาผิดแบบเดิมไปเรื่อย ๆ

ทุกใบเสนอราคาบวกกำไรยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ แต่สิ้นปีกำไรเหลือหก — เพราะงานหนึ่งในสามขาดทุน และไม่มีใครรู้ว่างานไหน บทความนี้แยกส่วนต่างระหว่างราคาที่เสนอกับต้นทุนจริงออกเป็นสามก้อน (ปริมาณ ราคา ขอบเขต) และให้ลูปป้อนกลับที่ทำให้ใบเสนอราคาใบถัดไปแม่นขึ้นทุกไตรมาส
โรงงานเฟอร์นิเจอร์สั่งทำแห่งหนึ่งเสนอราคาทุกงานด้วยวิธีเดียวกันมาหลายปี: ประมาณไม้ ประมาณชั่วโมงช่าง บวกค่าโสหุ้ย บวกกำไรยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ ลูกค้าพอใจ งานเต็มตลอด สิ้นปีนักบัญชีบอกว่ากำไรสุทธิหกเปอร์เซ็นต์ เจ้าของหาคำอธิบายจากที่ที่ทุกคนหา — ค่าใช้จ่ายสำนักงาน เงินเดือน ค่าไฟ — และตัดค่าใช้จ่ายไปหลายรายการโดยไม่กระทบตัวเลขเท่าไร เพราะคำอธิบายจริงไม่ได้อยู่ในค่าใช้จ่ายรวม แต่อยู่ในงานแต่ละงาน: ราวหนึ่งในสามของงานใช้ชั่วโมงช่างมากกว่าที่เสนอไปครึ่งหนึ่ง ไม้ขึ้นราคาระหว่างเสนอกับสั่งซื้อ และลูกค้าขอแก้แบบเล็กน้อยที่ไม่มีใครคิดเงิน งานเหล่านั้นขาดทุน แต่ขาดทุนเงียบ ๆ เพราะไม่มีใครเคยเอาต้นทุนจริงของงานมาวางข้างใบเสนอราคาของงานเดียวกัน กำไรยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ในใบเสนอราคาจึงไม่ใช่กำไร มันคือการพยากรณ์ และการพยากรณ์ที่ไม่เคยถูกเทียบกับผลจริง จะพยากรณ์ผิดแบบเดิมทุกครั้ง — ซึ่งเป็นสิ่งที่ธุรกิจนี้ทำมาหลายร้อยงานแล้ว
ทำไมกำไรเฉลี่ยซ่อนงานที่ขาดทุนได้นานเป็นปี
ธุรกิจงานสั่งทำ — โรงงานเฟอร์นิเจอร์ ผู้รับเหมาตกแต่ง โรงกลึง โรงพิมพ์ บริษัทอีเวนต์ สตูดิโอออกแบบ — ต่างจากธุรกิจขายสินค้าสำเร็จรูปตรงที่ทุกงานมีต้นทุนของตัวเอง และต้นทุนนั้นรู้แน่ก็ต่อเมื่องานจบ ในธุรกิจขายสินค้า ต้นทุนต่อหน่วยคงที่พอที่กำไรขั้นต้นรวมจะบอกความจริง แต่ในธุรกิจงานสั่งทำ กำไรรวมคือผลรวมของงานที่ได้กำไรมากกับงานที่ขาดทุน และค่าเฉลี่ยของสองอย่างนี้ดูเหมือนธุรกิจที่ 'พอไปได้' เสมอ งานที่ขาดทุนมักมีลักษณะร่วมกันที่มองไม่เห็นจากยอดรวม: เป็นงานประเภทเดียวกัน (งานโค้ง งานฝังลาย งานที่ต้องประกอบหน้างาน) มาจากลูกค้ากลุ่มเดียวกัน (ลูกค้าที่แก้แบบบ่อย) หรือถูกเสนอราคาโดยคนคนเดียวกันที่ประมาณชั่วโมงในแง่ดีเสมอ ทั้งหมดนี้แก้ได้ในสัปดาห์เดียวถ้ามองเห็น และมองไม่เห็นเลยถ้าไม่มีต้นทุนจริงต่องาน สิ่งที่ทำให้ปัญหานี้อยู่ได้นาน คือธุรกิจเหล่านี้มักยุ่งตลอด — งานเต็ม ช่างทำโอที ลูกค้ารอคิว — และความยุ่งถูกอ่านเป็นสัญญาณว่าทุกอย่างดี ทั้งที่ธุรกิจที่รับงานขาดทุนหนึ่งในสามจะยุ่งเป็นพิเศษเสมอ เพราะราคาที่ต่ำเกินไปดึงงานเข้ามาไม่หยุด
ลูปป้อนกลับ: จากใบงานสู่ตัวคูณของใบเสนอราคาใบถัดไป
- ใบงานต่องาน — ทุกงานมีรหัส และชั่วโมงช่างกับวัสดุที่เบิกถูกบันทึกเข้ารหัสนั้น ไม่ต้องละเอียดถึงนาที ช่างจดชั่วโมงต่อวันต่องานบนแท็บเล็ตหรือกระดาษก็พอ วัสดุที่เบิกจากสต๊อกระบุรหัสงาน ความแม่นระดับสิบเปอร์เซ็นต์ก็เปลี่ยนการตัดสินใจได้แล้ว
- ปิดงานด้วยการเทียบ — เมื่องานส่งมอบ วางต้นทุนจริงข้างใบเสนอราคาของงานนั้น แยกสามก้อนตามสูตร ใช้เวลาไม่เกินสิบนาทีต่องานถ้าใบงานมีข้อมูล
- อัตราส่วนต่อประเภทงาน — ทุกไตรมาส คำนวณต้นทุนจริงหารต้นทุนประมาณการ เฉลี่ยต่อประเภทงาน (และต่อคนเสนอราคา ถ้ามีหลายคน) อัตราส่วน 1.3 ของงานโค้งหมายความว่าใบเสนอราคางานโค้งใบถัดไปต้องคูณชั่วโมงด้วย 1.3 — ไม่ใช่ความรู้สึก แต่คือประวัติ
- ตัดสินใจสามทางกับประเภทที่แย่ที่สุด — ขึ้นราคาให้สะท้อนอัตราส่วน เปลี่ยนวิธีทำให้ชั่วโมงลด หรือเลิกรับ บทความเรื่องงานไหนควรปฏิเสธที่ลิงก์ท้ายเรื่อง ช่วยตัดสินใจทางที่สาม
สิ่งที่มักพบในไตรมาสแรกของการวัด
ธุรกิจที่เริ่มเทียบต้นทุนจริงกับใบเสนอราคาเป็นครั้งแรก มักพบสามอย่างภายในไตรมาสเดียว อย่างแรก — ก้อนขอบเขตใหญ่กว่าที่คิดมาก งานเพิ่มเล็ก ๆ ที่ 'ไม่เป็นไร ทำให้' รวมกันแล้วมักเป็นสิบถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ของชั่วโมงทั้งหมดในธุรกิจที่ลูกค้ามีส่วนร่วมในแบบ และการเรียกเก็บงานเพิ่มแม้เพียงครึ่งหนึ่งก็มักเปลี่ยนกำไรสิ้นปีมากกว่ามาตรการอื่นทั้งหมดรวมกัน อย่างที่สอง — ก้อนปริมาณกระจุกตัวในงานประเภทเดียวหรือสองประเภท ไม่ได้กระจายทั่ว ซึ่งหมายความว่าการขึ้นราคาทั่วกระดาน (ปฏิกิริยาแรกของเจ้าของส่วนใหญ่) ทำร้ายงานที่ทำกำไรดีอยู่แล้วโดยไม่จำเป็น และไม่พอสำหรับงานที่มีปัญหา อย่างที่สาม — งานที่ขาดทุนมากที่สุดมักเป็นงานที่ลูกค้าดูพอใจที่สุด เพราะได้ของเกินราคา และการรู้เรื่องนี้ทำให้ธุรกิจเลิกใช้ความพอใจของลูกค้าเป็นตัวชี้วัดว่าตั้งราคาถูกต้อง ทั้งสามอย่างไม่ต้องการซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อนในการค้นพบ ต้องการแค่ใบงานที่มีรหัสและสิบนาทีตอนปิดงาน แต่ต้องการระบบเมื่อธุรกิจมีงานพร้อมกันหลายสิบงานและต้องการเห็นอัตราส่วนต่อประเภทโดยไม่ต้องมีใครนั่งรวมด้วยมือทุกไตรมาส
คำถามที่พบบ่อย
งานของเราไม่เหมือนกันเลยสักงาน จะจัดประเภทเพื่อหาอัตราส่วนได้อย่างไร
จัดตามสิ่งที่ขับต้นทุน ไม่ใช่ตามสิ่งที่ลูกค้าเห็น งานเฟอร์นิเจอร์สองชิ้นที่หน้าตาต่างกันมาก อาจอยู่ประเภทเดียวกันถ้าทั้งคู่เป็นงานไม้จริงประกอบในโรงงาน และงานสองชิ้นที่หน้าตาคล้ายกันอาจคนละประเภทถ้าชิ้นหนึ่งต้องประกอบหน้างาน ห้าถึงแปดประเภทพอสำหรับธุรกิจส่วนใหญ่ และถ้ายังจัดไม่ได้ ให้เริ่มจากประเภทเดียวคือ 'ทุกงาน' แล้วดูอัตราส่วนรวมก่อน — แค่รู้ว่าตัวเลขรวมคือ 1.2 ก็เปลี่ยนใบเสนอราคาได้แล้ว การแยกประเภทค่อยตามมาเมื่อมีข้อมูลสองสามสิบงาน
ช่างไม่ยอมจดชั่วโมง กลัวถูกจับผิด จะเริ่มอย่างไร
เริ่มจากบอกจุดประสงค์ให้ตรง: ตัวเลขนี้ใช้แก้ใบเสนอราคาให้ธุรกิจเลิกรับงานที่ขาดทุน ไม่ใช่ใช้วัดว่าใครช้า และทำให้มันจริงด้วยการไม่เอาชั่วโมงต่องานไปใช้ประเมินคนในปีแรก บันทึกที่หยาบพอ — ครึ่งวันต่องาน — ลดแรงต้านมากและยังแม่นพอสำหรับอัตราส่วน ธุรกิจหลายแห่งพบว่าช่างกลายเป็นผู้สนับสนุนเมื่อเห็นว่าข้อมูลถูกใช้ขึ้นราคางานยาก ๆ ที่พวกเขารู้มานานแล้วว่าถูกตีราคาต่ำไป
ต้องมี ERP ถึงจะทำ job costing ได้ไหม
ไม่ต้องในการเริ่ม ใบงานกระดาษหรือฟอร์มบนมือถือที่มีรหัสงาน ชั่วโมง และวัสดุ บวกสเปรดชีตหนึ่งแผ่นที่เทียบกับใบเสนอราคา พอสำหรับธุรกิจที่มีงานพร้อมกันไม่เกินสิบงาน ระบบจำเป็นเมื่อสามอย่างนี้เกิด: งานพร้อมกันหลายสิบงานจนการรวมด้วยมือหยุดทำ วัสดุถูกเบิกจากสต๊อกโดยไม่มีใครใส่รหัสงาน หรือเจ้าของต้องการเห็นกำไรของงานที่ยังไม่จบ (ไม่ใช่รอปิดงาน) เพื่อหยุดงานที่กำลังบานปลายก่อนสาย ระบบ ERP ที่มีโมดูลต้นทุนงานทำสามอย่างนี้ให้ และเชื่อมสต๊อก ค่าแรง กับใบเสนอราคาเป็นชุดเดียว
บริการที่เกี่ยวข้อง
รับวางระบบ ERP
รวมบัญชี สต๊อก การขาย และการผลิตไว้ในระบบเดียวที่เชื่อมกันทั้งธุรกิจ
WhaleScope
ดูโครงสร้างตลาดของทุกหมวดธุรกิจไทย บน WhaleScope
รายชื่อบริษัท ผู้เล่นรายใหญ่ และอัตราคงอยู่ของแต่ละหมวด — จากข้อมูลจดทะเบียน 2 ล้านนิติบุคคล
อ่านต่อ

ลูกค้าขอเพิ่มนิดหน่อยทุกครั้ง จนงานบานกว่าที่เสนอไปเท่าตัว
งานบานไม่ได้เกิดจากคำขอใหญ่ แต่เกิดจากคำขอเล็กที่สะสมกันโดยไม่มีใครนับ บทความนี้อธิบายวิธีวัดว่างานบานไปเท่าไรจริง และวิธีตั้งขอบเขตที่รักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าไว้ได้

รับงานทุกงานที่เข้ามา แล้วไม่เหลือเวลาให้งานที่กำไรดี
เมื่อกำลังการผลิตเต็ม การรับงานหนึ่งงานแปลว่าปฏิเสธอีกงานหนึ่งเสมอ แม้จะไม่รู้ตัว บทความนี้อธิบายวิธีจัดลำดับงานด้วยกำไรต่อชั่วโมงของทรัพยากรที่จำกัด แทนการดูยอดหรือเปอร์เซ็นต์มาร์จิน

ต้นทุนของงานแก้: ทำไมความผิดพลาดเดียวกันราคาต่างกันสิบเท่า ขึ้นกับว่าจับได้ตอนไหน
ธุรกิจส่วนใหญ่ลงบัญชีต้นทุนของงานแก้ไว้ที่ศูนย์ เพราะมันซ่อนอยู่ในเงินเดือนที่จ่ายอยู่แล้ว บทความนี้อธิบายกฎการทวีคูณของต้นทุนตามจุดที่จับความผิดพลาดได้ แยกต้นทุนคุณภาพสามก้อนที่ต้องชั่งน้ำหนักกัน และให้วิธีหาว่าควรลงทุนป้องกันตรงไหนถึงคุ้มที่สุด

ตั้งงบไว้ตอนต้นปี แล้วไม่เคยกลับมาดู — วิธีทำรอบทบทวนงบที่ใช้เวลา 45 นาที
งบที่ไม่มีรอบทบทวนคือความตั้งใจ ไม่ใช่เครื่องมือควบคุม บทความนี้แยกส่วนต่างออกเป็นด้านราคากับด้านปริมาณ ตั้งเกณฑ์ว่าอันไหนต้องอธิบาย และวางวาระประชุมทบทวนงบที่จบได้ใน 45 นาที
