MRP คืออะไร

MRP (การวางแผนความต้องการวัสดุ)

คำตอบสั้น ๆ

MRP (Material Requirements Planning) คือวิธีวางแผนว่าต้องมีวัตถุดิบใด จำนวนเท่าไร และต้องมาถึงเมื่อไร เพื่อให้ผลิตได้ตามแผน โดยคำนวณจากแผนการผลิต รายการวัตถุดิบของสินค้าแต่ละตัว สต๊อกที่มีอยู่ และระยะเวลานำของซัพพลายเออร์ ผลลัพธ์คือรายการสั่งซื้อพร้อมกำหนดวันที่ ซึ่งแทนการสั่งของตามความรู้สึกหรือตามที่เคยสั่ง

ทำไมMRPจึงสำคัญกับธุรกิจไทย

โรงงานที่ผลิตหลายรุ่นและใช้วัตถุดิบร่วมกัน จะคำนวณความต้องการด้วยมือได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ ตามจำนวนรุ่น ผลคือของบางตัวขาดจนหยุดไลน์ ขณะที่ของบางตัวค้างเต็มคลัง MRP แก้ที่ต้นเหตุด้วยการไล่จากแผนผลิตย้อนกลับมาเป็นวันที่ต้องสั่ง ทำให้เห็นล่วงหน้าว่าจะขาดอะไรและเมื่อไร

ข้อเท็จจริงที่ควรรู้

  • MRP คำนวณจากแผนการผลิต รายการวัตถุดิบ สต๊อกคงเหลือ และระยะเวลานำ
  • ผลลัพธ์คือรายการสั่งซื้อพร้อมกำหนดวันที่ ไม่ใช่เพียงจำนวนรวม
  • ความแม่นยำของ MRP ขึ้นกับความถูกต้องของรายการวัตถุดิบและยอดสต๊อกเป็นหลัก
  • MRP มักเป็นโมดูลหนึ่งของ ERP มากกว่าจะเป็นระบบแยกต่างหาก

คำถามที่พบบ่อย

ต้องมี BOM ที่ถูกต้องก่อนใช้ MRP หรือไม่

ต้องมี เพราะ MRP คำนวณความต้องการวัตถุดิบจากรายการวัตถุดิบของสินค้าแต่ละตัวโดยตรง หากสัดส่วนหรือรายการในนั้นไม่ตรงกับที่ผลิตจริง ผลลัพธ์จะผิดทั้งชุด งานเตรียมความพร้อมที่สำคัญที่สุดก่อนเริ่มใช้ MRP จึงเป็นการตรวจสอบรายการวัตถุดิบและยอดสต๊อกให้ตรงกับความเป็นจริง

MRP ต่างจากการสั่งของตามจุดสั่งซื้อใหม่อย่างไร

จุดสั่งซื้อใหม่เป็นการสั่งเมื่อของเหลือถึงระดับที่กำหนด ซึ่งเหมาะกับวัสดุที่ใช้สม่ำเสมอ ส่วน MRP สั่งตามความต้องการที่คำนวณจากแผนผลิตล่วงหน้า จึงเหมาะกับวัตถุดิบที่ใช้ไม่สม่ำเสมอและขึ้นกับคำสั่งผลิต โรงงานจำนวนมากใช้ทั้งสองวิธีคู่กัน โดยแยกตามลักษณะการใช้ของวัสดุแต่ละกลุ่ม

บริการที่เกี่ยวข้อง

ระบบโรงงานและการผลิตสำหรับ SME

คำที่เกี่ยวข้อง

OEE (ประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักร)
ตัวชี้วัดที่รวมความพร้อมใช้ ความเร็ว และคุณภาพของเครื่องจักรไว้ในตัวเดียว บอกว่าเครื่องผลิตได้เต็มศักยภาพแค่ไหน
Safety Stock (สต๊อกสำรอง)
ปริมาณสินค้าสำรองที่เก็บไว้กันของขาดเมื่อความต้องการพุ่งหรือของส่งล่าช้า ช่วยให้ขายและผลิตได้ต่อเนื่อง
Reorder Point (จุดสั่งซื้อใหม่)
ระดับสต๊อกที่เมื่อลดลงถึงจุดนี้ต้องสั่งของเพิ่มทันที เพื่อให้ของมาถึงก่อนที่จะหมด
Inventory Turnover (อัตราหมุนเวียนสินค้าคงคลัง)
ตัวเลขบอกว่าสินค้าในสต๊อกขายและเติมใหม่กี่รอบต่อปี ยิ่งสูงยิ่งแสดงว่าขายดีและเงินไม่จมในสต๊อก
BOM (รายการวัตถุดิบ)
รายการส่วนประกอบและปริมาณที่ใช้ผลิตสินค้าหนึ่งชิ้น เปรียบเหมือนสูตรการผลิตที่ใช้คำนวณต้นทุนและสั่งของ
BOQ (บัญชีแสดงปริมาณงาน)
เอกสารแจกแจงรายการ ปริมาณ และราคาของงานหรือวัสดุในโครงการ มักใช้ในงานก่อสร้างเพื่อประเมินราคา

อ่านต่อเรื่อง MRP

ปรับแต่งระบบจนเกินพอดี: จุดที่การทำให้ระบบ “เหมือนที่เราทำอยู่” เริ่มแพงกว่าประโยชน์ที่ได้

ทุกการปรับแต่งฟังดูเล็กและสมเหตุสมผลตอนที่ขอ แต่มันสร้างภาระถาวรสามอย่างที่ไม่มีใครคิดถึงตอนอนุมัติ บทความนี้แยกการปรับแต่งที่ควรทำออกจากที่ไม่ควรด้วยคำถามเดียว อธิบายภาษีการอัปเกรดที่ต้องจ่ายทุกปี และให้กติกาที่ทำให้ทีมตัดสินใจได้เองโดยไม่ต้องถกกันทุกครั้ง

ระบบดีแค่ไหนก็แพ้เครื่องพิมพ์ที่ไม่ยอมพิมพ์: ครึ่งฮาร์ดแวร์ของงานวางระบบ ERP/POS ที่มักถูกลืม และข้อได้เปรียบของทีมเชียงใหม่

ซอฟต์แวร์คือครึ่งเดียวของระบบหน้างาน อีกครึ่งคือเครื่อง POS ปริ้นเตอร์ใบเสร็จ สแกนเนอร์ ลิ้นชักเงิน แท็บเล็ตคลัง และมือถือของทีมขาย บทความนี้ไล่การเลือกฮาร์ดแวร์ทีละชิ้นจากประสบการณ์ติดตั้งจริง จุดที่งบมักตั้งขาด และเหตุผลที่งานหน้างานภาคเหนือ ทีมที่ขับรถถึงร้านคุณได้ใน 30 นาทีได้เปรียบเสมอ

จากโรงงานรับจ้างผลิตสู่โรงงานที่เลือกงานได้: ระบบ ERP ที่โรงงานเซรามิกต้องมีก่อนจะโตขึ้นอีกขั้น

โรงงานเซรามิกที่อยากโต มักติดที่เดียวกัน: รับออเดอร์ใหญ่ขึ้นไม่ได้เพราะตอบไม่ได้ว่ากำลังผลิตเหลือเท่าไร กำไรต่อรุ่นเท่าไร และส่งมอบได้วันไหนแน่ บทความนี้วางโครง ERP สำหรับโรงงานเซรามิกโดยเฉพาะ — วางแผนรอบเตาในฐานะคอขวด ต้นทุนจริงต่อชิ้นที่รวมของเสียและเกรดบี และข้อมูลที่ผู้ซื้อรายใหญ่ขอแล้วโรงงานทั่วไปให้ไม่ได้

งบ 100,000 / 500,000 / 1,000,000 ทำระบบอะไรได้บ้าง: แผนที่การลงทุน พร้อมตัวอย่างผลลัพธ์ที่ควรคาดหวังจากแต่ละระดับ

คำถามว่าระบบราคาเท่าไหร่มีคนตอบเยอะแล้ว บทความนี้กลับด้านคำถาม: ถ้าถืองบสามระดับนี้ แต่ละก้อนซื้ออะไรได้จริง เหมาะกับปัญหาแบบไหน และผลลัพธ์ที่ควรเรียกร้องจากมันหน้าตาเป็นอย่างไร พร้อมเคสตัวอย่างและเลขคืนทุนที่คำนวณตามได้ทุกระดับ