CRM คืออะไร
CRM (ระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า)
คำตอบสั้น ๆ
CRM (Customer Relationship Management) คือระบบที่เก็บข้อมูลลูกค้า ประวัติการติดต่อ และสถานะของดีลไว้ที่เดียว เพื่อให้ทีมขายและทีมบริการรู้ว่าลูกค้าแต่ละรายคุยถึงไหนแล้วและต้องตามอะไรต่อ ต่างจากรายชื่อใน Excel ตรงที่ CRM ผูกทุกการติดต่อไว้กับลูกค้ารายนั้น จึงตอบได้ว่าดีลค้างอยู่กี่ราย มูลค่าเท่าไร และรายไหนเงียบเกินกำหนด
ทำไมCRMจึงสำคัญกับธุรกิจไทย
รายได้ที่หายไปของ SME ส่วนมากไม่ได้หายตอนเสนอราคา แต่หายตอนไม่มีใครตามต่อ เมื่อข้อมูลลูกค้าอยู่ในหัวของพนักงานขายแต่ละคน การลาออกหนึ่งครั้งเท่ากับข้อมูลหายไปหนึ่งชุด CRM ทำให้ประวัติการติดต่ออยู่กับบริษัท ไม่ใช่กับตัวบุคคล และทำให้เจ้าของเห็นท่อการขายจริงแทนการประมาณจากความรู้สึก
ข้อเท็จจริงที่ควรรู้
- CRM ผูกทุกการติดต่อ ใบเสนอราคา และสถานะดีล ไว้กับลูกค้ารายเดียวกัน
- ประโยชน์หลักคือความต่อเนื่องของการติดตาม ไม่ใช่การเก็บรายชื่อให้มากขึ้น
- CRM ตอบได้ว่าดีลค้างมีกี่ราย มูลค่ารวมเท่าไร และค้างมานานเท่าไร
- CRM ที่ไม่มีใครกรอกข้อมูลจะให้ภาพท่อการขายที่ผิด จึงต้องออกแบบให้กรอกน้อยที่สุด
คำถามที่พบบ่อย
CRM กับ ERP ต่างกันอย่างไร
CRM ดูแลสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนปิดการขาย ได้แก่ ผู้สนใจ การติดตาม ใบเสนอราคา และความสัมพันธ์กับลูกค้า ส่วน ERP ดูแลสิ่งที่เกิดขึ้นหลังปิดการขาย ได้แก่ การตัดสต๊อก การส่งของ การวางบิล และการบันทึกบัญชี ธุรกิจจำนวนมากใช้ทั้งสองอย่างและเชื่อมข้อมูลลูกค้ากับเอกสารขายเข้าด้วยกัน
ธุรกิจที่ขายผ่าน LINE เป็นหลักใช้ CRM ได้หรือไม่
ได้ และมักได้ประโยชน์มากเป็นพิเศษ เพราะบทสนทนาใน LINE กระจายอยู่ตามเครื่องของพนักงานแต่ละคนและค้นย้อนหลังได้ยาก การบันทึกผู้สนใจและสถานะดีลลงระบบกลาง ทำให้ตอบได้ว่าใครทักมาแล้วยังไม่ได้ตอบ และดีลไหนเงียบเกินกำหนดที่ตั้งไว้
บริการที่เกี่ยวข้อง
พัฒนาระบบเฉพาะทางตามงานจริงของธุรกิจ
คำที่เกี่ยวข้อง
- ERP (ระบบบริหารทรัพยากรองค์กร)
- ซอฟต์แวร์ที่รวมงานหลายฝ่าย เช่น บัญชี คลังสินค้า จัดซื้อ และขาย ไว้ในระบบเดียว ทำให้ข้อมูลเชื่อมต่อกันและบริหารธุรกิจได้ง่ายขึ้น
- POS (ระบบขายหน้าร้าน)
- ระบบคิดเงินหน้าร้านที่บันทึกการขาย ออกใบเสร็จ และตัดสต๊อกอัตโนมัติ ช่วยให้รู้ยอดขายและสินค้าคงเหลือแบบเรียลไทม์
- Dashboard (แดชบอร์ด)
- หน้าจอสรุปข้อมูลสำคัญด้วยกราฟและตัวเลข ช่วยให้เจ้าของธุรกิจเห็นภาพรวมยอดขายและผลงานได้ในพริบตา
- BI (Business Intelligence)
- เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจให้กลายเป็นรายงานและกราฟ เพื่อช่วยตัดสินใจจากตัวเลขจริงแทนการเดา
- API (ช่องเชื่อมต่อระบบ)
- ตัวกลางที่ให้โปรแกรมสองตัวคุยและส่งข้อมูลถึงกันได้ เช่น ให้เว็บร้านดึงข้อมูลสต๊อกจากระบบหลังบ้านโดยอัตโนมัติ
- RPA (ระบบทำงานอัตโนมัติด้วยหุ่นยนต์ซอฟต์แวร์)
- โปรแกรมที่ทำงานซ้ำ ๆ แทนคน เช่น คัดลอกข้อมูลจากไฟล์หนึ่งไปอีกระบบ ช่วยลดงานจำเจและความผิดพลาด
อ่านต่อเรื่อง CRM

เซลส์ลาออกแล้วลูกค้าหายไปครึ่งหนึ่ง: ธุรกิจที่ความสัมพันธ์กับลูกค้าอยู่ในโทรศัพท์ของพนักงาน ไม่ได้มีลูกค้า — มันมีพนักงานที่มีลูกค้า
พนักงานขายที่ดูแลลูกค้าสี่สิบรายมาห้าปีลาออกไปอยู่กับคู่แข่ง สามเดือนต่อมายี่สิบรายสั่งจากที่ใหม่ ไม่มีสัญญาห้ามแข่งขันฉบับไหนหยุดเรื่องนี้ได้ เพราะสิ่งที่พาลูกค้าไปไม่ใช่ความไม่ซื่อสัตย์ แต่คือความจริงที่ว่าบริษัทไม่เคยรู้จักลูกค้าเหล่านั้นเลย บทความว่าด้วยการวัดว่าความสัมพันธ์อยู่กับใคร และการย้ายมันกลับมาที่บริษัทก่อนวันลาออก

ร้านที่ขายทางแชตเก่งที่สุด มักรู้จักลูกค้าตัวเองน้อยที่สุด: ฐานลูกค้าที่อยู่ในแชตของแอดมินคนเดียว คือทรัพย์สินที่ธุรกิจยังไม่ได้เป็นเจ้าของ
ร้านที่ตอบแชตไว ปิดการขายเก่ง ลูกค้าประจำเพียบ ลองตอบสามคำถาม: ลูกค้ายี่สิบอันดับแรกตามยอดซื้อปีนี้คือใคร ลูกค้าประจำคนไหนเงียบไปในสองเดือนหลัง และถ้าแอดมินลาออกพรุ่งนี้ ธุรกิจยังรู้อะไรเกี่ยวกับลูกค้าอยู่บ้าง — ร้านส่วนใหญ่ตอบไม่ได้สักข้อ ไม่ใช่เพราะละเลย แต่เพราะแชตคือเครื่องมือขายที่ยอดเยี่ยมและเป็นเครื่องมือจำที่แย่ที่สุด บทความนี้ว่าด้วยการเปลี่ยนบทสนทนาที่ระเหยทุกวัน ให้เป็นทรัพย์สินที่อยู่กับธุรกิจ ไม่ใช่กับคน

ค่า Broadcast LINE OA โตเร็วกว่ายอดขาย? เลิกยิงหาทุกคน แล้วคุมต้นทุนต่อข้อความด้วยข้อมูลการซื้อ
โมเดลราคาของ LINE OA คิดตามจำนวนข้อความ แปลว่าต้นทุนการตลาดของคุณโตตามจำนวนเพื่อน ไม่ใช่ตามยอดขาย บทความนี้กางคณิตศาสตร์ของ broadcast ให้เห็นว่าเงินรั่วตรงไหน แล้วพาไปถึงคำตอบเชิงระบบ: ผูกข้อมูลการซื้อเข้ากับ LINE เพื่อยิงเฉพาะกลุ่มที่มีโอกาสซื้อจริง

ซื้อ CRM มาแล้วทีมขายไม่กรอก: ปัญหาไม่ใช่ความขี้เกียจ แต่คือการออกแบบงานที่ให้เซลล์จ่ายต้นทุน ส่วนบริษัทรับประโยชน์
สามเดือนหลังขึ้นระบบ CRM หน้าจอ pipeline ว่างเปล่า ส่วนดีลจริงอยู่ในไลน์ส่วนตัวของเซลล์เหมือนเดิม ก่อนสรุปว่าทีมดื้อ บทความนี้ชวนวินิจฉัยใหม่: ใครจ่ายต้นทุนการกรอก ใครได้ประโยชน์ แล้วออกแบบระบบใหม่ให้เซลล์เป็นคนได้ก่อน ตั้งแต่การลดช่องกรอก ดึงข้อมูลจากไลน์อัตโนมัติ ไปจนถึงกติกาประชุมที่ทำให้ CRM คือที่เดียวที่ดีลมีตัวตน
