Ansoff Matrix: เลือกทางโตให้ถูก ระหว่างของเดิม ตลาดเดิม ของใหม่ ตลาดใหม่

อยากโตมีสี่ทางเสมอ ขายของเดิมให้ลูกค้าเดิมมากขึ้น พาของเดิมไปตลาดใหม่ ทำของใหม่ให้ลูกค้าเดิม หรือของใหม่ในตลาดใหม่ Ansoff Matrix ช่วยเรียงสี่ทางนี้ตามความเสี่ยง ให้เลือกอย่างรู้ตัว
เมื่อธุรกิจอยากโต ทางเลือกดูเหมือนมีมากมาย แต่ที่จริงจัดกลุ่มได้เป็นสี่ทางเสมอ ตามสองคำถาม คือขายของเดิมหรือของใหม่ และขายให้ตลาดเดิมหรือตลาดใหม่ Ansoff Matrix คือตารางสองคูณสองที่จัดสี่ทางนี้ให้เห็นชัด ทางแรกเจาะตลาดเดิมด้วยของเดิมให้ลึกขึ้น ทางที่สองพาของเดิมไปหาตลาดใหม่ เช่น พื้นที่ใหม่หรือลูกค้ากลุ่มใหม่ ทางที่สามพัฒนาของใหม่ให้ลูกค้าเดิม และทางที่สี่คือของใหม่ในตลาดใหม่พร้อมกัน ซึ่งเสี่ยงที่สุดเพราะไม่รู้จักทั้งสินค้าและลูกค้า
ยิ่งไกลจากสิ่งที่รู้จัก ยิ่งเสี่ยง
ประโยชน์ของตารางนี้คือมันบังคับให้เห็นว่าแต่ละทางเสี่ยงไม่เท่ากัน การเจาะตลาดเดิมเสี่ยงน้อยที่สุดเพราะรู้จักทั้งของและลูกค้า แต่เพดานก็เตี้ยเมื่อตลาดเริ่มอิ่ม การขยายตลาดหรือพัฒนาสินค้าใหม่เสี่ยงปานกลาง เพราะยังมีขาหนึ่งยืนบนสิ่งที่รู้จัก ส่วนการกระโดดทั้งของใหม่และตลาดใหม่พร้อมกันคือความเสี่ยงซ้อนสอง ที่มักถูกเลือกด้วยความตื่นเต้นมากกว่าข้อมูล ความผิดพลาดที่พบบ่อยของ SME คือรีบไปทางที่สี่ทั้งที่ตลาดเดิมยังมีที่ว่างอีกมาก ทำให้ทรัพยากรที่จำกัดถูกแบ่งไปเสี่ยงในสนามที่ไม่รู้จัก แทนที่จะเก็บเกี่ยวสนามที่ได้เปรียบอยู่แล้ว
- เริ่มถามก่อนว่าตลาดเดิมกับของเดิม ยังโตได้อีกแค่ไหน
- ขยับทีละขา ของใหม่หรือตลาดใหม่ อย่างใดอย่างหนึ่งก่อน
- ถ้าจะไปทางเสี่ยงสอง ให้ทดลองเล็กและตั้งจุดถอยไว้ล่วงหน้า
Ansoff Matrix ไม่ได้บอกว่าทางไหนถูก แต่ทำให้การเลือกทางโตเป็นการตัดสินใจที่รู้ระดับความเสี่ยงของตัวเอง สำหรับเจ้าของธุรกิจ การนำแผนโตปีหน้ามาวางลงตารางนี้ แล้วถามว่าเรากำลังเลือกช่องไหน เพราะอะไร และพร้อมรับความเสี่ยงระดับนั้นจริงไหม เป็นแบบฝึกหัดสั้น ๆ ที่ช่วยกันเงินก้อนใหญ่ไม่ให้ไหลไปกับความตื่นเต้นชั่วคราว
บริการที่เกี่ยวข้อง
รับพัฒนาระบบและซอฟต์แวร์เฉพาะทาง
ออกแบบและวางระบบตามความต้องการเฉพาะของธุรกิจคุณ ตั้งแต่ต้นจนใช้งานจริง
WhaleScope
ดูโครงสร้างตลาดของทุกหมวดธุรกิจไทย บน WhaleScope
รายชื่อบริษัท ผู้เล่นรายใหญ่ และอัตราคงอยู่ของแต่ละหมวด — จากข้อมูลจดทะเบียน 2 ล้านนิติบุคคล
อ่านต่อ

Economic Moat: คูเมืองที่ทำให้กำไรของคุณ ไม่ถูกลอกไปง่าย ๆ
กำไรที่ดีดึงดูดคู่แข่งเสมอ คำถามคืออะไรจะหยุดพวกเขาไม่ให้ลอกแล้วตัดราคา Economic Moat คือคูเมืองของธุรกิจ เช่น ต้นทุนการย้ายค่าย เครือข่ายผู้ใช้ หรือแบรนด์ ที่ต้องตั้งใจสร้าง ไม่ใช่หวังว่าจะเกิดเอง

ต้นทุนที่ลดลง ไม่ใช่กำไรที่เพิ่มขึ้นเสมอไป
AI ช่วยลดต้นทุนได้จริง แต่ถ้าคู่แข่งก็ลดได้เท่ากัน ส่วนลดนั้นมักไหลไปหาลูกค้าผ่านราคาที่ต่ำลง ไม่ใช่กำไรที่มากขึ้น เข้าใจว่าเมื่อไรการประหยัดกลายเป็นกำไร และเมื่อไรไม่

เมื่อการสร้างซอฟต์แวร์ถูกลง อะไรจะแพงขึ้น
AI ทำให้เขียนโค้ดเร็วและถูกลง แต่สิ่งที่แพงขึ้นคือการตัดสินใจว่าจะสร้างอะไร การดูแลระบบที่มีมากขึ้น และคนที่เข้าใจภาพรวมจริง ๆ เข้าใจว่าคุณค่ากำลังย้ายไปอยู่ที่ไหน

Switching Cost: ทำไมลูกค้าถึงอยู่ต่อ หรือย้ายหนี
ลูกค้าไม่ได้อยู่เพราะพอใจเสมอไป บางครั้งอยู่เพราะย้ายยาก และไม่ได้หนีเพราะไม่ดี แต่เพราะย้ายง่าย เข้าใจ Switching Cost ช่วยออกแบบให้ลูกค้าอยากอยู่ ไม่ใช่แค่ติดกับ
