พนักงานเงินเดือนหนึ่งหมื่นแปด ต้นทุนจริงชั่วโมงละเท่าไร: ตัวเลขที่ใบเสนอราคาและการตัดสินใจจ้างคนใช้ผิดกันมาตลอด

1 พฤศจิกายน 2569อ่าน 7 นาที
พนักงานเงินเดือนหนึ่งหมื่นแปด ต้นทุนจริงชั่วโมงละเท่าไร: ตัวเลขที่ใบเสนอราคาและการตัดสินใจจ้างคนใช้ผิดกันมาตลอด

เจ้าของส่วนใหญ่คิดค่าแรงพนักงานด้วยเงินเดือนหารด้วยชั่วโมงทำงานตามกฎหมาย ได้ตัวเลขที่ต่ำกว่าความจริงราวครึ่งหนึ่ง เพราะลืมประกันสังคม โบนัส วันหยุด วันลา เวลาที่ไม่ได้ทำงานให้ลูกค้า และเวลาที่ต้องมีคนคุม บทความว่าด้วยสูตรต้นทุนต่อชั่วโมงที่ทำงานจริง และสามการตัดสินใจที่เปลี่ยนเมื่อตัวเลขนี้ถูก

ผู้รับเหมาตกแต่งภายในรายหนึ่งตีราคางานทุกงานด้วยค่าแรงช่างชั่วโมงละหนึ่งร้อยบาท เพราะช่างของเขาได้เงินเดือนหนึ่งหมื่นแปด และเดือนหนึ่งทำงานยี่สิบสองวัน วันละแปดชั่วโมง — หนึ่งหมื่นแปดหารร้อยเจ็ดสิบหก เท่ากับร้อยกว่าบาท เขาบวกกำไรยี่สิบเปอร์เซ็นต์และรู้สึกว่าราคาแข่งขันได้ดี สิ้นปีกำไรจริงเหลือไม่ถึงห้า และการหาสาเหตุพาไปที่เลขตัวเดียวคือร้อยบาทนั้น ซึ่งลืมประกันสังคมส่วนนายจ้าง โบนัสปลายปี วันหยุดนักขัตฤกษ์และวันลาที่จ่ายเงินแต่ไม่มีงาน ชั่วโมงที่ช่างรอของ เดินทางระหว่างไซต์ ซ่อมงานตัวเอง และประชุมเช้า และเวลาของหัวหน้าช่างที่ต้องคุมช่างสามคนโดยไม่ได้ทำงานเอง เมื่อรวมทั้งหมดแล้วหารด้วยชั่วโมงที่ช่างทำงานที่ลูกค้าจ่ายเงินให้จริง ต้นทุนต่อชั่วโมงอยู่ที่ราวสองร้อยยี่สิบบาท — สองเท่าของตัวเลขที่ใช้ตีราคามาหลายปี ธุรกิจนี้ไม่ได้ขาดทุนเพราะขายถูก มันขาดทุนเพราะไม่รู้ว่าซื้อแพง และตัวเลขที่ผิดตัวเดียวนี้อยู่ในการตัดสินใจสามอย่างที่สำคัญที่สุดของธุรกิจบริการ: ตีราคาเท่าไร จ้างคนเพิ่มคุ้มไหม และงานไหนควรให้ระบบทำแทน

ตัวเศษที่ขาดและตัวหารที่เกิน: ทำไมตัวเลขจึงต่ำไปครึ่งหนึ่ง

ความผิดพลาดอยู่ทั้งบนและล่างของเศษส่วน ด้านบน เงินเดือนไม่ใช่ต้นทุนของพนักงาน — ต้นทุนคือเงินเดือนบวกประกันสังคมส่วนนายจ้าง โบนัสและเงินพิเศษที่จ่ายจริงต่อปี สวัสดิการ (อาหาร ที่พัก ประกัน เครื่องแบบ) อุปกรณ์และเครื่องมือที่คนคนนั้นใช้ พื้นที่ทำงาน การฝึกอบรม และส่วนแบ่งของเวลาหัวหน้าที่ใช้คุมเขา ซึ่งรวมกันแล้วมักอยู่ที่หนึ่งจุดสามถึงหนึ่งจุดหกเท่าของเงินเดือนสำหรับงานที่ต้องมีอุปกรณ์และการคุม ด้านล่าง ชั่วโมงตามกฎหมายไม่ใช่ชั่วโมงที่ขายได้ — ปีหนึ่งมีวันทำงานราวสองร้อยหกสิบวัน ลบวันหยุดนักขัตฤกษ์ วันลาพักร้อน วันลาป่วย และวันฝึกอบรม เหลือราวสองร้อยสามสิบวัน และในแต่ละวัน ชั่วโมงที่ทำงานให้ลูกค้าจริงมักเป็นห้าถึงหกจากแปด เพราะที่เหลือคือประชุมเช้า รอวัสดุ เดินทางระหว่างไซต์ ตอบไลน์ แก้งานของตัวเอง และการถูกขัดจังหวะ ชั่วโมงที่ขายได้จริงต่อปีจึงอยู่ราวหนึ่งพันสองร้อยถึงหนึ่งพันห้าร้อย ไม่ใช่สองพันร้อย — และตัวเลขนี้ต่างกันมากตามประเภทงาน: ช่างที่ทำงานที่โรงงานเดียวอาจได้หนึ่งพันหก ช่างที่วิ่งสามไซต์ต่อวันอาจได้หนึ่งพันเดียว ธุรกิจส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวหารของตัวเองเพราะไม่เคยจดว่าชั่วโมงไปไหน และใช้ตัวเลขที่ยืมมาจากธุรกิจอื่นหรือจากความรู้สึก ซึ่งเป็นเหตุผลที่บทความนี้แนะนำให้จดหยาบ ๆ หนึ่งเดือนก่อนคำนวณ

Chour=S×12×(1+b)+E+VDwork×hday×uC_{hour} = \dfrac{S \times 12 \times (1 + b) + E + V}{D_{work} \times h_{day} \times u}
ต้นทุนต่อชั่วโมงที่ทำงานจริง (C_hour) = เงินเดือน (S) คูณสิบสอง คูณหนึ่งบวกอัตราต้นทุนแฝงต่อเงินเดือน (b — ประกันสังคมส่วนนายจ้าง โบนัส สวัสดิการ รวมกันมักราวสิบห้าถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์) บวกอุปกรณ์ เครื่องมือ พื้นที่ และการฝึกอบรมต่อปีที่จัดสรรให้คนนั้น (E) บวกส่วนแบ่งต้นทุนของหัวหน้าที่คุมเขา (V — เช่น หนึ่งในสี่ของต้นทุนหัวหน้าช่างถ้าคุมสี่คน) หารด้วยชั่วโมงที่ขายได้จริงต่อปี ซึ่งคือวันทำงานหลังหักวันหยุดและวันลา (D_work — ราวสองร้อยสามสิบ) คูณชั่วโมงต่อวัน (h_day — แปด) คูณสัดส่วนของชั่วโมงที่ทำงานให้ลูกค้าจริง (u — มักศูนย์จุดหกถึงศูนย์จุดแปด วัดจากการจดหนึ่งเดือน) ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ: ช่างเงินเดือน 18,000 ต้นทุนแฝง 20% อุปกรณ์และฝึกอบรม 15,000 ต่อปี ส่วนแบ่งหัวหน้า 60,000 ต่อปี วันทำงาน 230 วัน วันละ 8 ชั่วโมง ทำงานให้ลูกค้าจริง 65% → (18,000 × 12 × 1.2 + 15,000 + 60,000) / (230 × 8 × 0.65) = 334,200 / 1,196 ≈ 279 บาทต่อชั่วโมง — ไม่ใช่ 102 บาทที่ได้จากเงินเดือนหารชั่วโมงตามกฎหมาย และใบเสนอราคาทุกใบที่ใช้ 102 กำลังขายชั่วโมงช่างต่ำกว่าทุน ก่อนบวกกำไรใด ๆ ตัวแปรที่เจ้าของคุมได้มากที่สุดคือ u — ทุกสิบเปอร์เซ็นต์ของชั่วโมงที่สูญที่กู้คืนได้ (รอของน้อยลง เดินทางน้อยลง แก้งานน้อยลง) ลด C_hour ลงราวสิบห้าเปอร์เซ็นต์โดยไม่ต้องแตะเงินเดือนใคร

สามการตัดสินใจที่เปลี่ยนเมื่อตัวเลขถูก

  • ใบเสนอราคา — ค่าแรงในใบเสนอราคาต้องเป็น C_hour ไม่ใช่เงินเดือนหารชั่วโมง และเมื่อเปลี่ยน ธุรกิจส่วนใหญ่พบว่างานที่ 'กำไรยี่สิบเปอร์เซ็นต์' จริง ๆ ขาดทุน และงานที่ต้องปฏิเสธคืองานที่ลูกค้าเทียบกับผู้รับเหมาที่ยังใช้ 102 อยู่ — บทความเรื่องเทียบต้นทุนจริงกับใบเสนอราคาที่ลิงก์ท้ายเรื่องคือขั้นถัดไป
  • การจ้างคนเพิ่ม — คนใหม่ต้องสร้างรายได้ที่ครอบ C_hour × ชั่วโมงที่ขายได้ของเขา ไม่ใช่แค่ครอบเงินเดือน และคำถามที่ต้องตอบก่อนจ้างคือ u ของคนปัจจุบันต่ำเพราะขาดคนหรือเพราะรอของ — ถ้าอย่างหลัง คนใหม่จะมี u ต่ำเท่ากัน
  • งานที่ระบบควรทำแทน — ชั่วโมงที่พนักงานใช้จดสมุด คีย์ซ้ำ ตามของ หรือหาข้อมูล มีราคาเท่ากับ C_hour ไม่ใช่เงินเดือนหารชั่วโมง ระบบที่ประหยัดสิบชั่วโมงต่อสัปดาห์จึงคุ้มเร็วกว่าที่คำนวณด้วยตัวเลขเดิมราวสองเท่า และมักคุ้มภายในปีแรก
  • ก่อนทั้งสามอย่าง — จดหนึ่งเดือนว่าชั่วโมงไปไหน ห้าหมวดหยาบ ๆ ต่อวันต่อคน เพราะ u ที่เดาจะทำให้ C_hour ผิดพอ ๆ กับตัวเลขเดิม และเพราะการจดมักเผยว่าชั่วโมงที่สูญที่สุดคือการรอ ซึ่งแก้ได้ด้วยการวางแผนวัสดุ ไม่ใช่ด้วยการจ้างเพิ่ม

ตัวเลขนี้ไม่ใช่เหตุผลให้กดเงินเดือน

ปฏิกิริยาที่ผิดต่อการค้นพบว่าช่างมีต้นทุนสองร้อยเจ็ดสิบเก้าบาทต่อชั่วโมงคือการพยายามลดตัวเศษ — ตัดโบนัส ลดสวัสดิการ จ้างถูกลง — ซึ่งลดต้นทุนได้ไม่กี่เปอร์เซ็นต์และเพิ่มการลาออก ที่ทำให้ต้องเทรนคนใหม่ที่มี u ต่ำกว่าเดิมอีกหกเดือน ปฏิกิริยาที่ถูกอยู่ที่ตัวหาร: ทุกชั่วโมงที่ช่างรอของ เดินทางเปล่า หรือแก้งานที่ไม่ควรผิดตั้งแต่แรก คือชั่วโมงที่ธุรกิจจ่ายสองร้อยเจ็ดสิบเก้าบาทเพื่อไม่ได้อะไร และการกู้ชั่วโมงเหล่านั้นคืนด้วยการวางแผนวัสดุ การจัดคิวไซต์ และการออกแบบให้ผิดไม่ได้ (ตามบทความเรื่องความผิดพลาดซ้ำจุดเดิม) ลด C_hour ได้มากกว่าการตัดโบนัสหลายเท่า โดยที่พนักงานได้ทำงานที่มีความหมายมากขึ้นแทนการรอ ธุรกิจที่รู้ต้นทุนต่อชั่วโมงจริงมักลงเอยด้วยการจ่ายพนักงานมากขึ้น ไม่ใช่น้อยลง เพราะเมื่อเลิกขายชั่วโมงในราคาขาดทุนและเลิกจ่ายค่าชั่วโมงที่สูญ กำไรที่กลับมามีพอสำหรับทั้งเจ้าของและคนที่ทำงาน — และช่างที่ได้เงินเดือนสองหมื่นสองในธุรกิจที่ตีราคาถูกต้อง มั่นคงกว่าช่างที่ได้หนึ่งหมื่นแปดในธุรกิจที่กำลังขาดทุนโดยไม่รู้ตัว

คำถามที่พบบ่อย

ธุรกิจที่ไม่ได้ขายชั่วโมง เช่น ร้านค้าหรือโรงงาน ใช้ตัวเลขนี้ทำอะไร

ใช้ในสองการตัดสินใจหลังของสาม: จ้างคนเพิ่มคุ้มไหม และงานไหนควรให้ระบบทำ โรงงานที่รู้ว่าพนักงานคลังมีต้นทุนสองร้อยบาทต่อชั่วโมงที่ทำงานจริง จะเห็นว่าสองชั่วโมงต่อวันที่เขาเดินหาของในคลังที่ไม่มีตำแหน่งสินค้า คือหนึ่งแสนบาทต่อปีต่อคน และระบบตำแหน่งสินค้าที่ราคาเท่านั้นคุ้มในปีแรก ส่วนร้านค้าใช้มันตัดสินว่าชั่วโมงที่พนักงานนับสต๊อกด้วยมือทุกสัปดาห์ แพงกว่าเครื่องสแกนหรือไม่ — เกือบทุกครั้งคำตอบคือใช่

พนักงานจะรู้สึกอย่างไรถ้ารู้ว่าถูกคิดต้นทุนต่อชั่วโมง

ขึ้นกับว่าตัวเลขถูกใช้ทำอะไร ถ้าใช้เพื่อตีราคาให้ถูกต้องและกำจัดชั่วโมงที่รอของ พนักงานส่วนใหญ่สนับสนุน เพราะไม่มีช่างคนไหนชอบรอวัสดุสองชั่วโมงหรือถูกเรียกกลับมาแก้งานที่แบบผิดตั้งแต่แรก ถ้าใช้เพื่อกดเงินเดือนหรือจับผิดว่าใคร u ต่ำ พนักงานจะซ่อนชั่วโมงที่สูญแทนที่จะช่วยลด และการจดที่บทความแนะนำจะไม่มีวันครบ วิธีที่ใช้ได้คือจดตามหมวดของงาน ไม่ใช่ตามคน และประกาศตั้งแต่ต้นว่าเป้าคือลดการรอ ไม่ใช่ลดคน

อัตราต้นทุนแฝง b ควรใช้เท่าไรถ้ายังไม่ได้คำนวณของตัวเอง

ใช้ยี่สิบเปอร์เซ็นต์เป็นค่าเริ่มต้นสำหรับงานที่มีประกันสังคมและโบนัสหนึ่งเดือน แล้วแทนด้วยตัวเลขจริงจากงบเงินเดือนปีที่แล้ว: รวมทุกอย่างที่จ่ายเพราะมีพนักงานคนนี้ (ประกันสังคม กองทุน โบนัส สวัสดิการ เครื่องแบบ อาหาร ประกัน) หารด้วยเงินเดือนรวม ธุรกิจที่มีสวัสดิการที่พักและอาหารมักได้ราวสามสิบ ธุรกิจที่จ่ายแค่ประกันสังคมได้ราวสิบ — และความต่างนี้เพียงพอที่จะเปลี่ยนใบเสนอราคาสิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ไม่ควรยืมตัวเลขของคนอื่นนานเกินหนึ่งไตรมาส

🧮 ลองคำนวณด้วยตัวเอง

คำนวณต้นทุนพนักงานต่อชั่วโมงที่ทำงานจริง

เงินเดือนหารชั่วโมงตามกฎหมายให้ตัวเลขที่ต่ำกว่าจริงราวครึ่งหนึ่ง — คำนวณต้นทุนเต็มต่อชั่วโมงที่ลูกค้าจ่ายเงินให้จริง สำหรับใบเสนอราคาและการตัดสินใจจ้างคน

Chour=S×12×(1+b)+E+VD×h×uC_{hour} = \dfrac{S \times 12 \times (1 + b) + E + V}{D \times h \times u}

ต้นทุนต่อชั่วโมงที่ทำงานจริง

279 บาท

ต้นทุนจริงราว 279 บาทต่อชั่วโมง — เทียบกับเงินเดือนหารชั่วโมงตามกฎหมายที่ได้ราวร้อยกว่าบาท ใบเสนอราคาทุกใบที่ใช้ตัวเลขหลังกำลังขายชั่วโมงต่ำกว่าทุน และทุกสิบเปอร์เซ็นต์ของชั่วโมงที่สูญที่กู้คืนได้ลดตัวเลขนี้ราวสิบห้าเปอร์เซ็นต์

เปิดเครื่องมือเต็มหน้า →
ต้นทุนพนักงานค่าแรงต่อชั่วโมงใบเสนอราคาการจ้างงานต้นทุนจริง

บริการที่เกี่ยวข้อง

ระบบเงินเดือนและ HR สำหรับ SME

ลงเวลา กะ OT ลางาน และคำนวณเงินเดือน จบในระบบเดียว จ่ายถูกและตรงเวลา

WhaleScope

ดูโครงสร้างตลาดของธุรกิจบริการสนับสนุนธุรกิจ บน WhaleScope

รายชื่อบริษัท ผู้เล่นรายใหญ่ อัตราคงอยู่ และการกระจายรายจังหวัดของหมวดบริการสนับสนุนธุรกิจ — จากข้อมูลจดทะเบียน 2 ล้านนิติบุคคล

อ่านต่อ

จ้างคนเพิ่มแล้วกำไรไม่เพิ่ม — ตัวเลขที่ต้องดูก่อนจ้างคนถัดไป

คนใหม่หนึ่งคนไม่ได้มีต้นทุนเท่าเงินเดือน และต้องสร้างรายได้เพิ่มมากกว่าที่เจ้าของส่วนใหญ่คิด บทความนี้ให้สูตรคำนวณรายได้ที่ต้องเพิ่มต่อคน และสัญญาณที่บอกว่าควรจ้างจริงหรือควรแก้ที่กระบวนการก่อน

รับงานมาทำแล้วขาดทุนโดยไม่รู้ตัว: ธุรกิจงานสั่งทำที่ไม่เคยเทียบต้นทุนจริงกับใบเสนอราคา จะเสนอราคาผิดแบบเดิมไปเรื่อย ๆ

ทุกใบเสนอราคาบวกกำไรยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ แต่สิ้นปีกำไรเหลือหก — เพราะงานหนึ่งในสามขาดทุน และไม่มีใครรู้ว่างานไหน บทความนี้แยกส่วนต่างระหว่างราคาที่เสนอกับต้นทุนจริงออกเป็นสามก้อน (ปริมาณ ราคา ขอบเขต) และให้ลูปป้อนกลับที่ทำให้ใบเสนอราคาใบถัดไปแม่นขึ้นทุกไตรมาส

เจ้าของควรจ่ายเงินเดือนตัวเองเท่าไหร่: กติกาแยกกระเป๋าที่ทำให้รู้สักทีว่าธุรกิจกำไรจริงหรือแค่เจ้าของทำงานฟรี

ธุรกิจจำนวนมากที่ดูมีกำไร แท้จริงคือเจ้าของทำงานสามตำแหน่งโดยไม่จ่ายเงินตัวเอง บทความนี้ให้กติกาตั้งเงินเดือนเจ้าของจากราคาตลาดของงานที่ทำจริง ตัวอย่างที่กำไรหกแสนกลายเป็นขาดทุนแสนเมื่อคิดตรง วิธีแยกเงินเดือนออกจากปันผล และเหตุผลที่ตัวเลขนี้เปลี่ยนทุกการตัดสินใจจ้างคน

งานคีย์มือราคาชั่วโมงละเท่าไหร่กันแน่: สูตรตีมูลค่างานซ้ำซ้อน ที่ทำให้การตัดสินใจทำระบบง่ายขึ้นทันที

ธุรกิจชอบเทียบค่าระบบกับศูนย์บาท ทั้งที่ทางเลือกจริงคืองานมือที่จ่ายอยู่แล้วทุกเดือนในรูปเงินเดือน บทความนี้ให้สูตรต้นทุนต่อชั่วโมงแบบรวมภาระแฝง เคสตัวอย่างที่งานคีย์ซ้ำของทีมสามคนกลายเป็นพนักงานล่องหนหนึ่งอัตรา และเกณฑ์ตัดสินใจว่าเมื่อไหร่ automation ถึงคุ้มจริง