e-Tax Invoice และ e-Receipt คืออะไร ธุรกิจต้องเตรียมอะไรบ้าง

8 กุมภาพันธ์ 2569อ่าน 6 นาที
e-Tax Invoice และ e-Receipt คืออะไร ธุรกิจต้องเตรียมอะไรบ้าง

เข้าใจใบกำกับภาษีและใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์แบบง่าย ข้อดี ขั้นตอนเริ่มต้น และสิ่งที่ต้องเตรียม

คุณแอนเปิดร้านขายเฟอร์นิเจอร์ในเชียงใหม่ ทุกสิ้นเดือนเธอต้องนั่งปริ้นใบกำกับภาษีกระดาษเป็นปึก เซ็นชื่อ ประทับตรา ใส่ซอง แล้วส่งไปรษณีย์ให้ลูกค้าองค์กร บางครั้งเอกสารหาย ลูกค้าทวงซ้ำ เสียทั้งเวลาและค่าส่ง วันหนึ่งลูกค้ารายใหญ่ขอให้ส่งใบกำกับภาษีแบบอิเล็กทรอนิกส์ เธอจึงเริ่มสนใจว่า e-Tax Invoice คืออะไร และทำไมหลายธุรกิจถึงเปลี่ยนมาใช้กัน เรื่องของคุณแอนสะท้อนปัญหาที่ SME จำนวนมากเจอ คือเอกสารกระดาษที่กินเวลาและต้นทุนโดยไม่จำเป็น

ลองปรับตัวเลขให้ตรงกับธุรกิจของคุณ

ชั่วโมงงานมือต่อวัน2 ชม.
วันทำงานต่อเดือน25 วัน
ค่าแรงต่อชั่วโมง฿150

ต้นทุนงานมือต่อเดือน

฿7,500

ประหยัดได้ต่อปี*

฿90,000

*เมื่อระบบรวมงานให้อัตโนมัติ เวลาส่วนนี้แทบเป็นศูนย์

ให้ระบบช่วยประหยัดเวลานี้ · ขอ Workflow Audit ฟรี
งานออกใบกำกับภาษีด้วยมือกินเวลา ลองคำนวณต้นทุนต่อปีของคุณ

e-Tax Invoice และ e-Receipt คืออะไร

e-Tax Invoice คือใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีผลทางกฎหมายเทียบเท่ากระดาษ ส่วน e-Receipt คือใบรับหรือใบเสร็จรับเงินในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งสองอย่างถูกสร้างเป็นไฟล์ดิจิทัล มีการลงลายมือชื่อดิจิทัลเพื่อยืนยันว่าเอกสารไม่ถูกแก้ไข แล้วนำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรผ่านระบบที่กำหนด พูดง่าย ๆ คือแทนที่จะปริ้นกระดาษ เซ็นมือ แล้วส่งไปรษณีย์ คุณส่งไฟล์ที่เชื่อถือได้ทางอีเมลหรือระบบออนไลน์ และข้อมูลก็ไหลเข้าระบบสรรพากรเองโดยอัตโนมัติ

มีสองรูปแบบหลักที่ควรรู้ แบบแรกคือ e-Tax Invoice and e-Receipt เต็มรูปแบบ ที่ใช้ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์และลงลายมือชื่อดิจิทัล เหมาะกับธุรกิจที่มีปริมาณเอกสารมาก แบบที่สองคือ e-Tax Invoice by Email ที่ออกแบบมาให้ผู้ประกอบการรายเล็กใช้ง่าย เพียงส่งไฟล์ผ่านระบบกลางที่ประทับรับรองเวลาให้ เหมาะกับ SME ที่เพิ่งเริ่มและมีเอกสารไม่มาก

ทำไม SME ควรเปลี่ยนมาใช้

ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือประหยัดต้นทุนและเวลา ไม่ต้องซื้อกระดาษ ไม่ต้องเสียค่าหมึก ไม่ต้องจ่ายค่าส่งไปรษณีย์ และไม่ต้องหาที่เก็บแฟ้มเอกสารเป็นตู้ ๆ ลองคิดง่าย ๆ ถ้าคุณแอนออกใบกำกับภาษีเดือนละ 200 ใบ ต้นทุนกระดาษ หมึก ซอง และค่าส่งรวมกันราวใบละ 15 บาท เท่ากับ 3,000 บาทต่อเดือน หรือ 36,000 บาทต่อปี เมื่อเปลี่ยนเป็นอิเล็กทรอนิกส์ ต้นทุนส่วนนี้แทบหายไป

นอกจากเรื่องเงิน ยังลดความผิดพลาดด้วย เพราะข้อมูลถูกสร้างจากระบบโดยตรง ไม่ต้องพิมพ์ซ้ำ ลดโอกาสกรอกเลขผิด และค้นหาเอกสารย้อนหลังได้ในไม่กี่วินาที ที่สำคัญลูกค้าองค์กรหลายรายเริ่มกำหนดให้คู่ค้าส่งเอกสารแบบอิเล็กทรอนิกส์ การเตรียมพร้อมไว้ก่อนจึงเป็นการรักษาโอกาสทางธุรกิจ

ขั้นตอนเตรียมตัวเริ่มต้น

เริ่มจากประเมินปริมาณเอกสารของคุณก่อน ถ้าออกไม่กี่สิบใบต่อเดือน ลองเริ่มที่ e-Tax Invoice by Email ซึ่งง่ายและต้นทุนต่ำ แต่ถ้าออกหลายร้อยใบ ควรเลือกระบบเต็มรูปแบบที่เชื่อมกับซอฟต์แวร์ขายหรือบัญชีของคุณ จากนั้นเตรียมข้อมูลพื้นฐานให้พร้อม เช่น เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของกิจการ และข้อมูลลูกค้าที่ถูกต้อง เพราะระบบจะดึงไปใช้ออกเอกสารโดยตรง

  • ประเมินปริมาณเอกสารต่อเดือน เพื่อเลือกรูปแบบที่เหมาะ
  • ขอใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์หรือสมัครใช้ระบบ e-Tax by Email ตามความเหมาะสม
  • ตรวจข้อมูลลูกค้าและเลขผู้เสียภาษีให้ถูกต้องครบถ้วนก่อนเริ่ม
  • เชื่อมระบบออกเอกสารเข้ากับซอฟต์แวร์ขายหรือบัญชีที่ใช้อยู่
  • ทดสอบส่งเอกสารกับลูกค้าไม่กี่รายก่อนใช้งานจริงเต็มรูปแบบ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้ไฟล์ PDF ธรรมดาที่ไม่มีลายมือชื่อดิจิทัล แล้วเข้าใจว่าเป็น e-Tax Invoice
  • ลืมนำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรตามรูปแบบและกำหนดเวลา
  • ข้อมูลลูกค้าหรือเลขผู้เสียภาษีผิด ทำให้เอกสารใช้ไม่ได้
  • ไม่สำรองหรือจัดเก็บไฟล์อย่างเป็นระบบ ค้นย้อนหลังไม่เจอ
  • เปลี่ยนทั้งระบบทันทีโดยไม่ทดสอบ ทำให้เกิดปัญหากับลูกค้าจำนวนมากพร้อมกัน

การเปลี่ยนมาใช้ e-Tax Invoice และ e-Receipt ไม่ใช่แค่เรื่องทันสมัย แต่เป็นการลดต้นทุนและเตรียมธุรกิจให้พร้อมรับลูกค้าองค์กรในอนาคต ทีม Whale Task ช่วยลูกค้า SME เชื่อมระบบขายเข้ากับการออกเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ให้ไหลลื่นตั้งแต่ต้นทางถึงสรรพากร ทั้งนี้ข้อมูลในบทความเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีอย่างเป็นทางการ ก่อนเริ่มควรปรึกษานักบัญชีหรือผู้ให้บริการที่ได้รับการรับรองเพื่อเลือกรูปแบบที่เหมาะกับธุรกิจคุณ

e-Tax Invoicee-ReceiptDigital Transformation

บริการที่เกี่ยวข้อง

รับวางระบบ ERP

รวมบัญชี สต๊อก การขาย และการผลิตไว้ในระบบเดียวที่เชื่อมกันทั้งธุรกิจ

WhaleScope

ดูโครงสร้างตลาดของทุกหมวดธุรกิจไทย บน WhaleScope

รายชื่อบริษัท ผู้เล่นรายใหญ่ และอัตราคงอยู่ของแต่ละหมวด — จากข้อมูลจดทะเบียน 2 ล้านนิติบุคคล

อ่านต่อ

งานคีย์มือราคาชั่วโมงละเท่าไหร่กันแน่: สูตรตีมูลค่างานซ้ำซ้อน ที่ทำให้การตัดสินใจทำระบบง่ายขึ้นทันที

ธุรกิจชอบเทียบค่าระบบกับศูนย์บาท ทั้งที่ทางเลือกจริงคืองานมือที่จ่ายอยู่แล้วทุกเดือนในรูปเงินเดือน บทความนี้ให้สูตรต้นทุนต่อชั่วโมงแบบรวมภาระแฝง เคสตัวอย่างที่งานคีย์ซ้ำของทีมสามคนกลายเป็นพนักงานล่องหนหนึ่งอัตรา และเกณฑ์ตัดสินใจว่าเมื่อไหร่ automation ถึงคุ้มจริง

หนี้ของธุรกิจไม่ได้อยู่ในโค้ด แต่อยู่ในข้อยกเว้นที่สะสมมาทีละข้อ

ทุกครั้งที่มีคนพูดว่ายกเว้นเคสนี้ ธุรกิจได้เพิ่มความซับซ้อนไปอีกหนึ่งชั้นที่ไม่มีใครบันทึกไว้ เมื่อสะสมหลายปี จะไม่มีใครอธิบายได้ว่าธุรกิจทำงานอย่างไร บทความนี้อธิบายว่าข้อยกเว้นสะสมอย่างไร และจะเก็บกวาดได้อย่างไรโดยไม่ทำให้ทุกอย่างแข็งเกินไป

อยากวางระบบธุรกิจ ควรเริ่มจากตรงไหน? แนวทางทีละขั้นสำหรับ SME

เจ้าของธุรกิจจำนวนมากรู้ว่าต้องวางระบบ แต่ไม่รู้จะเริ่มจากจุดไหนก่อน บทความนี้เสนอแนวทางทีละขั้น เริ่มจากหาจุดที่เจ็บที่สุด เก็บกระบวนการให้เห็นภาพ เลือกระบบแรกที่เห็นผลเร็ว แล้วค่อยขยายทีละส่วน โดยไม่ต้องรื้อทั้งบริษัทพร้อมกัน

ระบบอนุมัติเอกสารออนไลน์ — เลิกเดินตามลายเซ็น แล้วอนุมัติจบจากมือถือ

ใบขอซื้อ ใบเสนอราคา ใบลา และเอกสารที่ต้องรอเซ็น คือคอขวดเงียบ ๆ ที่ทำให้งานทั้งบริษัทช้า บทความนี้อธิบายว่าระบบอนุมัติออนไลน์ทำงานอย่างไร ลดเวลารอจากหลายวันเหลือไม่กี่ชั่วโมงได้อย่างไร และควรเริ่มจากเอกสารตัวไหนก่อน